← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Alan F. Horn ผู้บริหารระดับตำนานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Disney และ Warner Bros.

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Alan F. Horn ผู้บริหารระดับตำนานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Disney และ Warner Bros.

Alan F. Horn ผู้บริหารระดับตำนานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Disney และ Warner Bros. ในโลกของอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก ชื่อของ Alan Frederick Horn คือสัญลักษณ์ของความสำ…

Alan F. Hornผู้บริหารฮอลลีวูดWarner BrosWalt Disney Studios

Alan F. Horn ผู้บริหารระดับตำนานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Disney และ Warner Bros.

ในโลกของอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก ชื่อของ Alan Frederick Horn คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการบริหารจัดการเชิงสร้างสรรค์ เขาเป็นผู้บริหารชาวอเมริกันที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่สองแห่งอย่าง Warner Bros. และ Walt Disney Studios ให้ก้าวสู่จุดสูงสุดของรายได้และคำวิจารณ์

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Alan Horn เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1943 ในครอบครัวชาวยิวที่เมืองริเวอร์เฮด รัฐนิวยอร์ก เขาเริ่มต้นปูพื้นฐานทางปัญญาด้วยการสำเร็จการศึกษาจาก Union College ในปี 1964 ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้านการบริหารธุรกิจจนได้รับปริญญา MBA จาก Harvard Business School ในปี 1971 ซึ่งความรู้ทั้งด้านศิลปะและการบริหารนี้เองที่กลายเป็นอาวุธสำคัญในอาชีพการงานของเขา

การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการบันเทิง

ก่อนจะกลายเป็นผู้บริหารระดับสูง Horn เริ่มต้นทำงานกับบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ของ Norman Lear ทั้ง Tandem Productions และ Embassy Communications โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งประธานที่ Embassy Communications ก่อนจะย้ายไปเป็นประธานของ 20th Century Fox ในเดือนตุลาคม 1986 หลังจากที่ Rupert Murdoch เข้าซื้อกิจการ

ในปี 1987 เขาได้ร่วมก่อตั้ง Castle Rock Entertainment ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผลงานระดับขึ้นหิ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง A Few Good Men, The Green Mile, When Harry Met Sally รวมถึงซีรีส์ซิทคอมยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Seinfeld

ยุคทองที่ Warner Bros. (ครั้งแรก)

Horn ดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ Warner Bros. ตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2012 โดยทำงานร่วมกับ Barry Meyer ตลอด 12 ปี ภายใต้การนำของเขา สตูดิโอได้สร้างปรากฏการณ์ผ่านผลงานดัง เช่น แฟรนไชส์ Harry Potter, The Dark Knight Trilogy ของ Christopher Nolan รวมถึงซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Friends, The Big Bang Theory และ Two and a Half Men นอกจากนี้เขายังรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับ The Hobbit Trilogy อีกด้วย

การพลิกโฉม Walt Disney Studios

หลังจากเกษียณจาก Warner Bros. ในวัย 68 ปี เขาถูก Bob Iger ดึงตัวกลับมาทำงานอีกครั้งในปี 2012 ในตำแหน่งประธานของ Walt Disney Studios เพื่อเข้ามาประสานรอยร้าวและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารของ Pixar รวมถึงดูแลการดำเนินงานของ Marvel Studios, Lucasfilm และ 20th Century Studios ให้ทำงานได้อย่างอิสระแต่มีประสิทธิภาพ จนนำไปสู่ความสำเร็จทางรายได้มหาศาล

ต่อมาในปี 2019 เขาได้รับตำแหน่งเพิ่มเติมเป็น Chief Creative Officer (CCO) หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูแลทิศทางด้านศิลปะและเนื้อหาของสตูดิโอทั้งหมด ก่อนจะประกาศเกษียณอายุเป็นครั้งที่สองในสิ้นปี 2021

การกลับมาในบทบาทที่ปรึกษา

แม้จะเกษียณไปแล้ว แต่ประสบการณ์ของเขายังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ในเดือนกรกฎาคม 2022 Horn ได้กลับมาร่วมงานกับ Warner Bros. อีกครั้งในฐานะที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับ Warner Bros. Discovery เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านหลังการควบรวมกิจการระหว่าง WarnerMedia และ Discovery, Inc. เป็นไปอย่างราบรื่น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Union College และ MBA จาก Harvard Business School
  • ผลงานเด่นที่ Warner Bros.: Harry Potter, The Dark Knight Trilogy, The Big Bang Theory
  • บทบาทที่ Disney: ประธานสตูดิโอและ Chief Creative Officer ผู้ประสานงานกับ Marvel และ Pixar
  • สถานะปัจจุบัน: ที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับ Warner Bros. Discovery (เริ่มสิงหาคม 2022)
  • ครอบครัว: สมรสกับ Cindy Harrell และมีบุตรสาว 2 คน คือ Cody (นักแสดง) และ Cassidy
สรุปไทม์ไลน์การทำงานของ Alan F. Horn
ช่วงปี (ค.ศ.) องค์กร / บริษัท ตำแหน่งสำคัญ
1986 20th Century Fox ประธาน (President)
1987 Castle Rock Entertainment ผู้ร่วมก่อตั้ง
1999 – 2012 Warner Bros. ประธาน และ COO
2012 – 2021 Walt Disney Studios ประธาน และ Chief Creative Officer
2022 – ปัจจุบัน Warner Bros. Discovery ที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Consultant)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Alan F. Horn มีบทบาทอย่างไรในความสำเร็จของ Disney?

เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสร้างความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่าง Disney กับสตูดิโอในเครืออย่าง Pixar, Marvel และ Lucasfilm ทำให้สตูดิโอเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีอิสระในขณะที่ยังสร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัทแม่

ผลงานภาพยนตร์เรื่องใดบ้างที่เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของเขาที่ Warner Bros.?

ผลงานที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ ซีรีส์ภาพยนตร์ Harry Potter, ไตรภาค The Dark Knight ของ Christopher Nolan และ The Hobbit Trilogy

ทำไมเขาถึงต้องเกษียณจาก Warner Bros. ในครั้งแรก?

เขาถูกขอให้เกษียณโดย Jeffrey Bewkes ประธานและ CEO ของ Time Warner ในขณะนั้น เนื่องจากบริษัทต้องการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้เข้ามาบริหารจัดการสตูดิโอ

ปัจจุบัน Alan F. Horn ยังทำงานในวงการบันเทิงอยู่หรือไม่?

ใช่ เขากลับมาทำงานอีกครั้งตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 ในฐานะที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับ Warner Bros. Discovery เพื่อช่วยในช่วงเปลี่ยนผ่านของการควบรวมกิจการ

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับภาพยนตร์ Superman ปี 2025?

ชื่อของ Alan Horn ปรากฏอยู่ในส่วน "Special Thanks" (ขอขอบคุณเป็นพิเศษ) ในภาพยนตร์ Superman ของ James Gunn ที่มีกำหนดฉายในปี 2025