Alan Smith ตำนานกองหน้าปืนใหญ่และเสียงพากย์ระดับโลก
หากพูดถึงกองหน้าที่ทรงพลังและเป็นที่จดจำของสโมสรอาร์เซนอลในช่วงปลายยุค 80 ถึงต้นยุค 90 ชื่อของ Alan Smith จะต้องปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน เขาไม่เพียงแต่เป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่พาทีมคว้าแชมป์ลีก แต่ยังผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และนักพากย์ฟุตบอลระดับแถวหน้าของโลกในปัจจุบัน

เส้นทางอาชีพจากนักศึกษาภาษาสู่ดาวยิงอาชีพ
จุดเริ่มต้นของ Alan Smith ไม่ได้เริ่มจากอะคาเดมี่ชื่อดัง แต่เขาเริ่มต้นกับทีมกึ่งอาชีพอย่าง Alvechurch ในขณะที่เขากำลังศึกษาด้านภาษาศาสตร์สมัยใหม่ (ฝรั่งเศส, เยอรมัน และสเปน) ที่ Coventry Polytechnic ความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาได้รับโอกาสเซ็นสัญญาอาชีพกับ Leicester City ในปี 1982
ในช่วงเวลา 5 ฤดูกาลกับทีม "จิ้งจอกสยาม" Smith ได้สร้างชื่อจากการจับคู่ถล่มประตูร่วมกับ Gary Lineker โดยเขายิงไปถึง 84 ประตูจากการลงสนาม 217 นัด ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชันหนึ่งได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะย้ายไปร่วมทัพอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 850,000 ปอนด์ ในปี 1987
ยุครุ่งเรืองกับอาร์เซนอลและความสำเร็จระดับตำนาน
แม้ในช่วงแรกกับอาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของ George Graham เขาจะประสบปัญหาในการปรับตัวจนถึงขั้นไม่สามารถทำประตูได้นานถึงสองเดือน แต่หลังจากได้ Brian Marwood มาร่วมทีมในฐานะตัวป้อนบอลชั้นยอด Smith ก็ระเบิดฟอร์มกลายเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมติดต่อกันถึง 4 ฤดูกาล
หนึ่งในโมเมนต์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขาคือการทำประตูแรกในเกมชนะลิเวอร์พูล 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1989 ซึ่งเป็นประตูที่ส่งให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนั้น นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1991 รวมถึงแชมป์ FA Cup และ League Cup ในปี 1993 และที่ลืมไม่ได้คือการยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ European Cup Winners' Cup ปี 1994 ที่เอาชนะทีมปาร์ม่าไปได้
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาต้องประกาศแขวนสตั๊ดในปี 1995 ด้วยวัยเพียง 32 ปี ทิ้งทวนด้วยสถิติยิงให้ทีมปืนใหญ่ไปทั้งสิ้น 111 ประตู และถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 50 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของสโมสร
บทบาทในทีมชาติอังกฤษ
ในระดับนานาชาติ Smith ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษทั้งหมด 13 นัด โดยมีส่วนร่วมในศึก UEFA Euro 1992 แม้ว่าเขาจะพลาดโอกาสในฟุตบอลโลก 1990 เนื่องจาก Sir Bobby Robson เลือกใช้งาน Steve Bull แทน แต่เขาก็สามารถทำประตูให้กับทีมชาติได้ในเกมอุ่นเครื่องกับสหภาพโซเวียต และเกมคัดเลือกยูโร 1992 ที่พบกับตุรกี
ชีวิตหลังเลิกเล่น: จากสนามหญ้าสู่ไมโครโฟน
หลังอำลาสนาม Alan Smith ได้ใช้ความรู้และความเข้าใจในเกมฟุตบอลก้าวเข้าสู่สายงานสื่อสารมวลชน เขาเป็นนักพากย์และผู้วิเคราะห์เกมให้กับ Sky Sports และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ให้เสียงพากย์ภาษาอังกฤษในเกมซีรีส์ FIFA ร่วมกับ Martin Tyler ตั้งแต่ปี 2011 จนถึง 2019
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่ง | กองหน้า (Striker) |
| สโมสรที่เคยสังกัด | Alvechurch, Leicester City, Arsenal |
| จำนวนประตูรวม (ลีก) | 162 ประตู จาก 464 นัด |
| ความสำเร็จสูงสุด | แชมป์ลีก (1989, 1991), FA Cup, League Cup, European Cup Winners' Cup |
| รางวัลส่วนตัว | รองเท้าทองคำดิวิชันหนึ่ง (1988–89, 1990–91) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความสามารถเด่น: มีทักษะการโหม่งบอลที่ยอดเยี่ยม การพักบอล และการสัมผัสบอลแรกที่นุ่มนวล
- เท้าที่ถนัด: ถนัดเท้าซ้ายเป็นหลัก แต่สามารถทำประตูด้วยเท้าขวาได้ดี
- ผลงานเขียน: เขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ "Heads Up: My Life Story" ในปี 2018
- การศึกษา: จบการศึกษาด้านภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน และสเปน จาก Coventry Polytechnic
คำถามที่พบบ่อย
Alan Smith ย้ายจากเลสเตอร์ไปอาร์เซนอลด้วยค่าตัวเท่าไหร่?
เขาย้ายทีมในเดือนมีนาคม ปี 1987 ด้วยค่าตัว 850,000 ปอนด์
ประตูที่สำคัญที่สุดในอาชีพของเขาคือประตูไหน?
ประตูที่โดดเด่นที่สุดคือประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ European Cup Winners' Cup ปี 1994 ที่ยิงใส่ทีมปาร์ม่า และประตูที่แอนฟิลด์ในปี 1989 ที่ช่วยให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีก
ทำไม Alan Smith ถึงต้องเลิกเล่นฟุตบอลเร็ว?
เขาต้องประกาศแขวนสตั๊ดในปี 1995 ด้วยวัย 32 ปี เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
บทบาทของเขาในเกม FIFA คืออะไร?
เขาทำหน้าที่เป็นผู้ให้เสียงพากย์ภาษาอังกฤษร่วมกับ Martin Tyler ตั้งแต่ภาค FIFA 12 จนถึง FIFA 20
เขามีสถิติการทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษอย่างไร?
เขาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษทั้งหมด 13 นัด และทำได้ 2 ประตู