Alejandro Valverde ตำนานนักปั่นผู้ไม่เคยยอมแพ้จากถนนสู่เส้นทางกราเวล
หากจะกล่าวถึงหนึ่งในนักปั่นจักรยานที่ทรงอิทธิพลและมีความสม่ำเสมอมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการจักรยานทางเรียบ ชื่อของ Alejandro Valverde Belmonte จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ ด้วยฉายาที่น่าเกรงขามอย่าง "Balaverde" (กระสุนสีเขียว) หรือ "El Imbatido" (ผู้ไม่แพ้) เขาได้พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวตลอดอาชีพการแข่งขันที่ยาวนาน

เส้นทางสู่ความสำเร็จและเกียรติยศระดับโลก
Valverde เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงในฐานะนักปั่นชาวสเปนที่มีทักษะรอบด้าน โดยจุดสูงสุดครั้งหนึ่งในอาชีพของเขาคือการคว้าแชมป์โลกในการแข่งขัน UCI Road World Championships ปี 2018 ซึ่งส่งผลให้เขาได้รับรางวัล Vélo d'Or ในปีเดียวกัน ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักปั่นยอดเยี่ยมแห่งปี
ความโดดเด่นของเขาเห็นได้ชัดจากการแข่งขัน Grand Tour (การแข่งขันจักรยานทางไกลระดับสูงสุด 3 รายการของโลก) โดยเฉพาะในรายการ Vuelta a España ที่เขาทำสถิติชนะสเตจการแข่งขันถึง 12 ครั้ง จากการลงแข่ง 10 รายการ นอกจากนี้เขายังเป็นนักปั่นคนที่ 33 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถปั่นจนจบการแข่งขัน Grand Tour ทั้ง 3 รายการได้ภายในฤดูกาลเดียว

การต่อสู้และการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
แม้จะเผชิญกับอุปสรรคและอาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น เหตุการณ์กระดูกสะบ้าแตกในปี 2017 แต่ Valverde แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของนักสู้ เขากลับมาลงสนามอีกครั้งในช่วงต้นปี 2018 และคว้าชัยชนะได้ทันทีในรายการ Volta a la Comunitat Valenciana รวมถึงคว้าแชมป์รายการ Abu Dhabi Tour โดยเอาชนะ Wilco Kelderman ไปได้อย่างขาดลอย
ในปี 2019 เขายังคงรักษามาตรฐานระดับสูงด้วยการคว้าชัยชนะในฐานะแชมป์โลกที่รายการ UAE Tour และคว้าอันดับ 2 ในรายการ Vuelta a España โดยตามหลัง Primož Roglič เพียงเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อสมรรถภาพทางร่างกายของเขาเลย

บทใหม่ในชีวิต: จากทางเรียบสู่ Gravel Cycling
หลังจากประกาศรีไทร์จากการแข่งทางเรียบในปี 2022 Valverde ไม่ได้หยุดความหลงใหลในสองล้อ เขาตัดสินใจกลับมาแข่งขันอีกครั้งในรูปแบบ Gravel Cycling (การปั่นจักรยานบนทางลูกรังหรือทางกึ่งวิบาก) ร่วมกับทีม Movistar Team Gravel Squad ในปี 2023
การเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยเขาสามารถคว้าชัยชนะในรายการ UCI Gravel World Series ทั้งในรายการ La Indomable และ Ranxo Gravel รวมถึงคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขัน World Gravel Championships ปี 2023 ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขายังคงเป็นยอดนักปั่นไม่ว่าจะอยู่ในสนามรูปแบบใด

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Alejandro Valverde Belmonte
- สัญชาติ: สเปน (เกิดที่ Las Lumbreras, Murcia)
- ฉายา: Balaverde, El Bala, El Imbatido
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์โลก UCI Road World Championships 2018 และรางวัล Vélo d'Or 2018
- สถิติเด่น: ชนะ 12 สเตจในรายการ Vuelta a España และจบ Top 10 ใน Grand Tour 9 ครั้งติดต่อกัน
- การเปลี่ยนสาย: ปัจจุบันแข่งขันในประเภท Gravel ร่วมกับ Movistar Team Gravel Squad

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ส่วนสูง / น้ำหนัก | 1.77 เมตร / 61 กิโลกรัม |
| รางวัลระดับโลก | UCI ProTour (2006, 2008), UCI World Tour (2014, 2015) |
| ความสำเร็จใน Gravel | แชมป์ La Indomable และ Ranxo Gravel (2023) |
| อันดับโลกปี 2018 | อันดับ 1 UCI World Ranking |
คำถามที่พบบ่อย
ฉายา "Balaverde" มีที่มาอย่างไร?
คำว่า "Bala" ในภาษาสเปนแปลว่ากระสุน ส่วน "Verde" แปลว่าสีเขียว เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "กระสุนสีเขียว" ซึ่งสื่อถึงความเร็วที่เฉียบคมและสีประจำตัวหรือทีมของเขาในบางช่วงเวลา
Alejandro Valverde เคยแข่งรายการ Grand Tour อะไรบ้าง?
เขาลงแข่งขันในรายการหลักทั้ง 3 รายการ ได้แก่ Tour de France, Giro d'Italia และ Vuelta a España โดยเขามีผลงานโดดเด่นที่สุดในรายการ Vuelta a España ของบ้านเกิด
การแข่งขัน Gravel Cycling แตกต่างจาก Road Cycling อย่างไร?
Road Cycling คือการปั่นบนถนนลาดยางที่เน้นความเร็วสูง ส่วน Gravel Cycling คือการปั่นบนทางลูกรังหรือทางดิน ซึ่งต้องใช้จักรยานที่มีหน้ายางกว้างกว่าและทักษะการควบคุมรถในสภาพพื้นผิวที่ขรุขระ
ผลงานที่น่าจดจำที่สุดของเขาคืออะไร?
การคว้าแชมป์โลก Road Race ในปี 2018 ที่เมืองอินส์บรุค ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักปั่นอันดับหนึ่งของโลกในปีนั้น
ปัจจุบันเขายังแข่งขันอยู่หรือไม่?
เขารีไทร์จากการแข่งจักรยานทางเรียบ (Road) แล้ว แต่ได้กลับมาแข่งขันในประเภทจักรยานกราเวล (Gravel) ร่วมกับทีม Movistar Team Gravel Squad