Alexander Gerst นักบินอวกาศชาวเยอรมันผู้สร้างประวัติศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติ
Alexander Gerst คือหนึ่งในนักบินอวกาศที่โดดเด่นที่สุดขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ธรณีฟิสิกส์ (Geophysics) หรือการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของโลก แต่ยังเป็นผู้สร้างสถิติการพำนักในอวกาศที่ยาวนานที่สุดสำหรับนักบินอวกาศ ESA ในขณะนั้น ด้วยความมุ่งมั่นและการศึกษาที่เข้มข้น ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญในภารกิจสำรวจอวกาศระดับโลก

เส้นทางการศึกษาและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์
ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางนักบินอวกาศ Gerst เริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานทางวิชาการอย่างแข็งแกร่ง เขาจบการศึกษาด้านธรณีฟิสิกส์ด้วยเกียรตินิยมจาก University of Karlsruhe (ปัจจุบันคือ Karlsruhe Institute of Technology) และต่อยอดความรู้ด้วยปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์โลกจาก Victoria University of Wellington ประเทศนิวซีแลนด์
ผลงานที่สร้างชื่อให้เขาคือการพัฒนาเทคนิคการเฝ้าระวังภูเขาไฟเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพยากรณ์การปะทุ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง Science Magazine นอกจากนี้ เขายังได้รับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจาก University of Hamburg โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการปะทุของภูเขาไฟ Erebus ในทวีปแอนตาร์กติกา และได้รับรางวัล Bernd Rendel สำหรับงานวิจัยที่ยอดเยี่ยมในปี 2007
ภารกิจพิชิตห้วงอวกาศ
Gerst ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักบินอวกาศของ ESA ในปี 2009 และได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สองครั้งหลัก ดังนี้:
1. ภารกิจ "Blue Dot" (2014)
ในการเดินทางครั้งแรกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2014 Gerst ได้เข้าร่วมใน Expedition 40 และ 41 โดยชื่อภารกิจ "Blue Dot" ได้รับแรงบันดาลใจจากคำนิยาม "Pale Blue Dot" ของ Carl Sagan ที่เปรียบโลกเป็นเพียงจุดสีฟ้าเล็กๆ ในจักรวาล ภารกิจนี้เน้นการทดลองด้านชีววิทยา, สรีรวิทยาของมนุษย์, รังสี และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างสื่อการสอนในรูปแบบ "ห้องเรียนลอยฟ้า" เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชน
ไฮไลท์สำคัญคือการทำ EVA (Extravehicular Activity) หรือการออกเดินนอกยานอวกาศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2014 โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง 13 นาที เพื่อย้ายปั๊มหล่อเย็นที่เสียและติดตั้งระบบรีเลย์ไฟฟ้าสำรอง

2. ภารกิจ "Horizons" (2018)
เขากลับสู่อวกาศอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2018 ภายใต้ภารกิจ "Horizons" ใน Expedition 56/57 โดยครั้งนี้เขาได้รับหน้าที่สำคัญคือการเป็น ผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS Commander) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักบินอวกาศที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับตำแหน่งนี้ (ในขณะนั้นอายุ 42 ปี) และเป็นชาวเยอรมันคนที่สองที่ได้บัญชาการสถานีฯ
ในภารกิจนี้ Gerst ได้นำหุ่นยนต์ผู้ช่วยชื่อ "CIMON" ขึ้นไปด้วย และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือการร่วมแสดงคอนเสิร์ตสดกับวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ Kraftwerk ผ่านระบบสื่อสารจากอวกาศ โดยเขาได้เล่นเครื่องสังเคราะห์เสียง (Synthesizer) ในเพลง "Spacelab" ให้กับผู้ชมที่เมืองชตุทท์การ์ท
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ระยะเวลาในอวกาศรวม: 362 วัน 1 ชั่วโมง 50 นาที
- ตำแหน่งสูงสุด: ผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS Commander)
- ความเชี่ยวชาญ: นักธรณีฟิสิกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์ภูเขาไฟ
- สถิติ: เคยเป็นนักบินอวกาศ ESA ที่ปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศนานที่สุด ก่อนจะถูกทำลายสถิติโดย Luca Parmitano ในปี 2020
- กิจกรรมยามว่าง: ปีนเขา, ดำน้ำ, กระโดดร่ม และเป็นนักวิทยุสมัครเล่น (Call sign: KF5ONO)
| หัวข้อ | ภารกิจ Blue Dot (2014) | ภารกิจ Horizons (2018) |
|---|---|---|
| ยานพาหนะ | Soyuz TMA-13M | Soyuz MS-09 |
| บทบาท | สมาชิกลูกเรือ | ผู้บัญชาการสถานี ISS |
| ระยะเวลา | พฤษภาคม - พฤศจิกายน 2014 | มิถุนายน - ธันวาคม 2018 |
| จุดเด่น | การเดินอวกาศ (EVA) ครั้งแรก | นำหุ่นยนต์ CIMON ขึ้นสู่อวกาศ |
คำถามที่พบบ่อย
Alexander Gerst มีความเชี่ยวชาญด้านใดก่อนเป็นนักบินอวกาศ?
เขาเป็นนักธรณีฟิสิกส์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง โดยเฉพาะเรื่องพลศาสตร์การปะทุของภูเขาไฟ ซึ่งเขาได้ทำวิจัยในพื้นที่ห่างไกลอย่างทวีปแอนตาร์กติกา
ภารกิจ "Blue Dot" มีที่มาของชื่ออย่างไร?
ชื่อนี้อ้างอิงมาจากคำว่า "Pale Blue Dot" ของ Carl Sagan ซึ่งเป็นการบรรยายถึงโลกที่มองเห็นเป็นจุดสีฟ้าเล็กๆ จากภาพถ่ายของยาน Voyager
สถิติการอยู่ในอวกาศของเขาน่าสนใจอย่างไร?
เขามีเวลาปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศรวม 362 วัน ซึ่งเคยเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดสำหรับนักบินอวกาศที่ยังปฏิบัติหน้าที่ของ ESA ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติในปี 2020
เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่อง The Martian หรือไม่?
แม้จะไม่ได้แสดงเอง แต่บุคลิกและภูมิหลังบางส่วนของเขาถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบในการสร้างตัวละคร "Alex Vogel" นักบินอวกาศชาวเยอรมันในภาพยนตร์เรื่อง The Martian (2015)
การเดินอวกาศ (EVA) ของเขาทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด?
ในการเดินอวกาศครั้งแรก เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ย้ายปั๊มหล่อเย็นที่ชำรุดไปยังที่จัดเก็บระยะยาว และติดตั้งระบบรีเลย์ไฟฟ้าสำรองสำหรับแขนกลของสถานีอวกาศ