← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Alexandra Hildebrandt นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนและผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่ง Checkpoint Charlie

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Alexandra Hildebrandt นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนและผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่ง Checkpoint Charlie

Alexandra Hildebrandt นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนและผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่ง Checkpoint Charlie Alexandra Hildebrandt (นามสกุลเดิม Weissmann) คือสตรีผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเค…

Alexandra HildebrandtCheckpoint Charlie MuseumสิทธิมนุษยชนDr. Rainer Hildebrandt Medal

Alexandra Hildebrandt นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนและผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่ง Checkpoint Charlie

Alexandra Hildebrandt (นามสกุลเดิม Weissmann) คือสตรีผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากล และเป็นผู้อำนวยการของ Checkpoint Charlie Museum พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดตรวจผ่านแดนประวัติศาสตร์ระหว่างเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก เธออุทิศตนเพื่อการรักษามรดกทางประวัติศาสตร์และการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบอบการปกครองของเยอรมนีตะวันออก (GDR)

Content image

บทบาทในการบริหารและงานด้านมนุษยธรรม

เส้นทางชีวิตของ Alexandra ผูกพันกับงานด้านเสรีภาพอย่างลึกซึ้ง เธอสมรสกับ Rainer Hildebrandt ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Checkpoint Charlie ในปี 1995 และร่วมทำงานเคียงข้างเขาจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 2004 ผลงานที่สร้างชื่อให้เธอในระดับนานาชาติคือการเป็นผู้นำในการสร้าง Freedom Memorial หรืออนุสรณ์สถานแห่งเสรีภาพ แม้ว่าในเวลาต่อมาจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จนนำไปสู่การรื้อถอนในปี 2005 ก็ตาม

เป้าหมายหลักในการทำงานของเธอคือการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ Checkpoint Charlie ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันการฟื้นฟูเกียรติยศให้กับเหยื่อจากระบอบ GDR และสืบค้นชะตากรรมของผู้ลี้ภัยที่ต้องเสียชีวิตระหว่างการพยายามข้ามพรมแดนจากตะวันออกสู่ตะวันตก

การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผ่านรางวัลระดับโลก

เพื่อเป็นเกียรติแก่สามีผู้ล่วงลับ ในปี 2004 Alexandra ได้ก่อตั้งรางวัล Dr. Rainer Hildebrandt Medal ซึ่งเป็นรางวัลด้านสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ โดยจะมอบให้แก่บุคคลที่มีความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนด้วยวิธีการที่ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นประจำทุกปี

สรุปข้อมูลรางวัล Dr. Rainer Hildebrandt Medal และผู้ได้รับรางวัลบางส่วน
ปีที่มอบรางวัล รายชื่อผู้ได้รับรางวัล (ตัวอย่าง)
2005 Yitzhak Rabin (ได้รับย้อนหลัง), Zheng Yichun
2006 Suzanne Mubarak
2010 Mikhail Khodorkovsky, Imre Pozsgay, Jurij Schmidt
2012 Yoko Ono
2015 Sergei Khrushchev
2019 Olga Benda, Danny Lewis Warrick

คณะกรรมการตัดสินรางวัลนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญระดับโลก เช่น Henry Kissinger, Joachim Gauck และ James Douglas-Hamilton เป็นต้น

ภารกิจช่วยเหลือ Mikhail Khodorkovsky

ระหว่างปี 2010 ถึง 2013 Alexandra ได้ใช้บทบาทของเธอในการช่วยเหลือ Mikhail Khodorkovsky มหาเศรษฐีน้ำมันที่ผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและถูกคุมขังในรัสเซีย โดยเธอเริ่มต้นจากการจัดนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงชะตากรรมของเขาตามคำขอของครอบครัวและทนายความ

นอกจากนี้ เธอยังได้ประสานงานกับ Hans-Dietrich Genscher อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี เพื่อยกระดับการรณรงค์ให้เป็นแคมเปญระดับสากล จนกระทั่ง Khodorkovsky ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในปี 2013 หลังจากถูกคุมขังมานานประมาณ 10 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • วันเกิด: 27 กุมภาพันธ์ 1959 ที่กรุงเคียฟ ยูเครน (อดีตสหภาพโซเวียต)
  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Checkpoint Charlie
  • ผลงานเด่น: ก่อตั้งรางวัล Dr. Rainer Hildebrandt Medal และรณรงค์ปล่อยตัว Mikhail Khodorkovsky
  • ครอบครัว: สมรสกับ Rainer Hildebrandt (เสียชีวิตปี 2004) และสมรสใหม่ในปี 2016 โดยมีบุตรทั้งหมด 10 คน
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Alexandra Hildebrandt มีบทบาทอย่างไรที่ Checkpoint Charlie Museum?

เธอทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ การช่วยเหลือเหยื่อจากระบอบการปกครองเยอรมนีตะวันออก และการสืบค้นข้อมูลของผู้เสียชีวิตบริเวณพรมแดน

รางวัล Dr. Rainer Hildebrandt Medal มอบให้ใคร?

มอบให้แก่บุคคลที่มีความมุ่งมั่นและอุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชนอย่างโดดเด่น โดยเน้นย้ำว่าต้องเป็นการเคลื่อนไหวที่ปราศจากความรุนแรง

เธอมีส่วนช่วย Mikhail Khodorkovsky อย่างไร?

เธอใช้พื้นที่พิพิธภัณฑ์จัดนิทรรศการเพื่อสร้างกระแสสังคม และร่วมมือกับนักการเมืองระดับสูงของเยอรมนีเพื่อกดดันให้มีการปล่อยตัวเขาจากคุกในรัสเซีย

Freedom Memorial คืออะไรและเกิดอะไรขึ้นกับอนุสรณ์สถานนี้?

คืออนุสรณ์สถานแห่งเสรีภาพที่ Alexandra เป็นผู้นำในการก่อสร้าง แต่ต่อมาได้ถูกรื้อถอนในปี 2005 ท่ามกลางข้อถกเถียงในสังคม