Alexus Grynkewich นายพลผู้กุมบังเหียนกองบัญชาการสหรัฐฯ ในยุโรปและ NATO
ในโลกของการทหารระดับสูง Alexus Gregory Grynkewich คือชื่อที่โดดเด่นในฐานะนายพลผู้มีประสบการณ์โชกโชน ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งสำคัญยิ่งในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ในยุโรป (United States European Command หรือ EUCOM) และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพันธมิตรในยุโรป (Supreme Allied Commander Europe หรือ SACEUR) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กุมอำนาจการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เส้นทางสู่จุดสูงสุด: จากนักบินขับไล่สู่ผู้บัญชาการระดับโลก
เส้นทางอาชีพของ Grynkewich เริ่มต้นขึ้นในปี 1993 หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ (United States Air Force Academy) เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะนักบินขับไล่ที่มีทักษะสูง โดยมีความเชี่ยวชาญทั้งในเครื่องบิน F-16 Fighting Falcon และ F-22 Raptor ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐฯ โดยเขามีชั่วโมงบินสะสมมากกว่า 2,300 ชั่วโมง
ตลอดระยะเวลาการรับราชการ Grynkewich ได้ผ่านตำแหน่งสำคัญมากมาย ตั้งแต่ผู้บัญชาการฝูงบินที่ 53 (53rd Wing) ไปจนถึงบทบาทในระดับยุทธการที่เข้มข้น โดยเฉพาะการเป็นรองผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการในภารกิจ Operation Inherent Resolve ซึ่งเป็นปฏิบัติการร่วมเพื่อกวาดล้างกลุ่มรัฐอิสลามิกสเตต (ISIS) ในอิรักและซีเรีย
บทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ระดับโลก
ในช่วงปี 2020 ถึง 2024 Grynkewich มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการความมั่นคงในตะวันออกกลาง ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) และผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ 9 เขาเป็นผู้ควบคุมการโจมตีทางอากาศเพื่อตอบโต้กลุ่มตัวแทนของอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านที่ยิงเข้าใส่อิสราเอลเมื่อเดือนเมษายน 2024
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2024-2025 เขายังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของคณะเสนาธิการร่วม (Joint Staff) ณ เพนตากอน ซึ่งทำให้เขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนสนับสนุนยูเครนท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ NATO และภารกิจลดความตึงเครียด
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2025 เมื่อ Grynkewich ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนยศเป็นนายพล (General) และเข้าดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ EUCOM และ SACEUR ซึ่งเป็นกรณีที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เนื่องจากเขาได้รับการแต่งตั้งจากตำแหน่งนายพล 3 ดาว แทนที่จะเป็นนายพล 4 ดาวตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ภายใต้การนำของเขา Grynkewich ได้พยายามสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทหาร โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เขาได้เข้าร่วมการเจรจาที่อาบูดาบีร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัสเซียและยูเครน จนนำไปสู่ข้อตกลงในการฟื้นฟูการสื่อสารทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ซึ่งถูกตัดขาดไปตั้งแต่ปลายปี 2021 เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการปะทะโดยไม่ตั้งใจ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เชื้อสาย: เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเบลารุส โดยมีทวดอพยพมาจากเมืองมินสค์
- การศึกษา: จบปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์การทหาร และปริญญาโท/เอก จากสถาบันชั้นนำ เช่น University of Georgia และ National Defense University
- ความเชี่ยวชาญ: นักบินระดับ Command Pilot ที่มีชั่วโมงบินสูงกว่า 2,300 ชั่วโมง
- ผลงานเด่น: ผู้นำปฏิบัติการต่อต้าน ISIS และผู้ประสานงานลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 15 ตุลาคม 1971 |
| ยศปัจจุบัน | นายพล (General) |
| ตำแหน่งปัจจุบัน | ผู้บัญชาการ EUCOM และ SACEUR (ตั้งแต่ปี 2025) |
| เครื่องบินที่เชี่ยวชาญ | F-16 Fighting Falcon และ F-22 Raptor |
| รางวัลเกียรติยศสูงสุด | Air Force Distinguished Service Medal |
คำถามที่พบบ่อย
Alexus Grynkewich คือใคร?
เขาคือนายพลระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ในยุโรป (EUCOM) และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ NATO ในยุโรป (SACEUR)
เขามีบทบาทอย่างไรในความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล?
ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ 9 เขาเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศเพื่อสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังอิสราเอลในเดือนเมษายน 2024
ทำไมการแต่งตั้งเขาในตำแหน่ง SACEUR ถึงเป็นเรื่องพิเศษ?
เพราะเขาเป็นนายทหารคนแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้โดยข้ามขั้นตอนจากนายพล 3 ดาว แทนที่จะต้องเป็นนายพล 4 ดาวมาก่อน
เขามีส่วนช่วยในสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างไร?
เขาได้วางแผนสนับสนุนยูเครนในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของคณะเสนาธิการร่วม และต่อมาได้เจรจาเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียเพื่อลดความตึงเครียด
ประวัติการศึกษาของเขามีความโดดเด่นอย่างไร?
เขามีพื้นฐานการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์การทหารจาก US Air Force Academy และปริญญาโทจาก University of Georgia รวมถึงผ่านหลักสูตรทางทหารระดับสูงจาก National Defense University