← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Allan Simonsen ตำนานกองหน้าชาวเดนมาร์กผู้สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Allan Simonsen ตำนานกองหน้าชาวเดนมาร์กผู้สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีระดับโลก

Allan Simonsen ตำนานกองหน้าชาวเดนมาร์กผู้สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีระดับโลก หากจะกล่าวถึงนักเตะชาวเดนมาร์กที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุค 70 และ 80 ชื่อของ Allan Simonsen (อัลลัน …

Allan Simonsenนักฟุตบอลเดนมาร์กBallon d'Or 1977Borussia Mönchengladbach

Allan Simonsen ตำนานกองหน้าชาวเดนมาร์กผู้สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีระดับโลก

หากจะกล่าวถึงนักเตะชาวเดนมาร์กที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุค 70 และ 80 ชื่อของ Allan Simonsen (อัลลัน ซิโมนเซน) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาคือกองหน้าและปีกขวาผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ผู้สร้างสถิติเป็นนักเตะเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศของ 3 รายการใหญ่ระดับทวีป ได้แก่ ยูโรเปียนคัพ (European Cup), ยูฟ่าคัพ (UEFA Cup) และคัพวินเนอร์สคัพ (Cup Winners' Cup)

เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นที่สโมสรบ้านเกิดอย่าง Vejle BK ในเดนมาร์ก ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วยได้สำเร็จ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ระดับโลกด้วยการย้ายไปร่วมทีม Borussia Mönchengladbach ในเยอรมนี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรุ่งโรจน์ในอาชีพค้าแข้ง

Content image

จุดสูงสุดกับ Borussia Mönchengladbach และรางวัลบัลลงดอร์

แม้ในช่วงแรกกับทีมในบุนเดสลีกา ซิโมนเซนจะต้องใช้เวลาปรับตัว แต่เขาก็สามารถระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 1974-75 โดยทำไป 18 ประตูในลีก และพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา รวมถึงแชมป์ยูฟ่าคัพในปีเดียวกัน นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันในปีถัดมา

ปี 1977 ถือเป็นปีทองที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อเขานำทีมเข้าชิงยูโรเปียนคัพและทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ทีมจะพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูล แต่ผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวเดนมาร์กคนแรกที่ได้รับรางวัล Ballon d'Or (รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรป) โดยเอาชนะคู่แข่งระดับโลกอย่าง เควิน คีแกน และ มิเชล พลาตินี ไปได้อย่างเฉียดฉิว

การผจญภัยในสเปนและจุดเปลี่ยนที่น่าประหลาดใจ

ในปี 1979 ซิโมนเซนย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Barcelona ในสเปน เขาประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ (Copa del Rey) และทำประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ คัพวินเนอร์สคัพ ปี 1982 ช่วยให้บาร์เซโลนาชูถ้วยแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบาร์เซโลนาเซ็นสัญญาคว้าตัว Diego Maradona มาร่วมทีม ซึ่งกฎระเบียบของลีกสเปนในขณะนั้นจำกัดจำนวนผู้เล่นต่างชาติ ทำให้ซิโมนเซนต้องแย่งชิงตำแหน่งกับมาราโดนาและเบิร์นด์ ชูสเตอร์ เขาจึงตัดสินใจย้ายออกจากทีมอย่างน่าตกใจไปยัง Charlton Athletic ทีมในดิวิชัน 2 ของอังกฤษ เพื่อหลีกเลี่ยงความกดดันจากสื่อและชื่อเสียง แต่ด้วยปัญหาทางการเงินของสโมสร ทำให้เขาต้องอำลาทีมและกลับไปค้าแข้งที่สโมสรวัยเด็กอย่าง Vejle BK จนกระทั่งแขวนสตั๊ดในปี 1989

Content image

บทบาทในทีมชาติเดนมาร์กและการก้าวสู่เส้นทางผู้จัดการทีม

ในนามทีมชาติเดนมาร์ก ซิโมนเซนลงเล่นทั้งหมด 55 นัด ทำได้ 20 ประตู ผลงานที่น่าจดจำที่สุดคือการทำประตูจุดโทษใส่ทีมชาติอังกฤษที่สนามเวมบลีย์ในปี 1983 ซึ่งช่วยให้เดนมาร์กผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (European Championship) ปี 1984 ได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แม้ว่าเขาจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บขาหักในนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ก็ตาม

หลังเลิกเล่นฟุตบอล เขาผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม โดยเคยคุมทีม Vejle BK, ทีมชาติหมู่เกาะแฟโร และทีมชาติลักเซมเบิร์ก รวมถึงรับบทบาทผู้จัดการทั่วไปให้กับทีม Fredericia ในช่วงท้ายของอาชีพการทำงาน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติสูงสุด: เป็นนักเตะคนเดียวที่ทำประตูในนัดชิงชนะเลิศ 3 รายการหลักของยุโรป (European Cup, UEFA Cup, Cup Winners' Cup)
  • รางวัลเกียรติยศ: เจ้าของรางวัล Ballon d'Or ปี 1977 ซึ่งเป็นคนเดนมาร์กคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
  • ผลงานสโมสร: คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยกับ Borussia Mönchengladbach และแชมป์คัพวินเนอร์สคัพกับ Barcelona
  • เกียรติประวัติ: ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ Danish Football Hall of Fame ในปี 2008
สรุปสถิติการค้าแข้งของ Allan Simonsen
สโมสร / ทีมชาติ จำนวนนัดที่ลงเล่น จำนวนประตู
Vejle (รวมทุกช่วง) 211 86
Borussia Mönchengladbach 178 76
Barcelona 98 31
Charlton Athletic 16 9
ทีมชาติเดนมาร์ก 55 20
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Allan Simonsen มีความโดดเด่นอย่างไรในประวัติศาสตร์ฟุตบอล?

เขาเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศของ 3 รายการแข่งขันระดับทวีปยุโรปที่สำคัญที่สุดในยุคนั้น และเป็นชาวเดนมาร์กคนแรกที่คว้าบัลลงดอร์

ทำไมเขาถึงย้ายจากบาร์เซโลนาไปอยู่กับชาร์ลตัน แอธเลติก?

เนื่องจากการเข้ามาของ ดิเอโก มาราโดนา และข้อจำกัดเรื่องโควตานักเตะต่างชาติในลีกสเปน ทำให้เขาต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งอย่างหนัก เขาจึงเลือกย้ายไปทีมที่ความกดดันน้อยกว่าในอังกฤษ

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในนามทีมชาติคืออะไร?

การทำประตูชัยเหนือทีมชาติอังกฤษที่สนามเวมบลีย์ในปี 1983 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เดนมาร์กผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 1984

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล เขาทำอาชีพอะไร?

เขาผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีมและผู้บริหารฟุตบอล โดยเคยคุมทีมชาติหมู่เกาะแฟโร, ทีมชาติลักเซมเบิร์ก และสโมสรในเดนมาร์ก