← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
AJ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Allen J. Frantzen นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมอังกฤษโบราณ

Allen J. Frantzen นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมอังกฤษโบราณ Allen J. Frantzen (เกิดปี 1947) คือนักวิชาการชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยุคกลาง (Medie…

Allen J. FrantzenวรรณกรรมอังกฤษโบราณOld English literatureประวัติศาสตร์ยุคกลาง

Allen J. Frantzen นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมอังกฤษโบราณ

Allen J. Frantzen (เกิดปี 1947) คือนักวิชาการชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยุคกลาง (Medievalist) โดยมุ่งเน้นการศึกษา วรรณกรรมอังกฤษโบราณ (Old English literature) เป็นพิเศษ ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ (Emeritus Professor) หลังจากเกษียณอายุการทำงานจากมหาวิทยาลัย Loyola University Chicago

เส้นทางการศึกษาและบทบาททางวิชาการ

Frantzen เติบโตในพื้นที่ชนบทของรัฐไอโอวา เขาเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยการคว้าปริญญาด้านภาษาอังกฤษจาก Loras College ก่อนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่ University of Virginia โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสำนึกบาปในยุคแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon period)

ในช่วงปี 1978 จนถึงปี 2014 เขาได้อุทิศตนให้กับการสอนและการบริหารที่ Loyola University Chicago โดยเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านภาษาอังกฤษในช่วงปี 1984-1988 นอกจากนี้ ในปี 1992 เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Loyola Community Literacy Center ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการอ่านออกเขียนได้ที่เปิดให้บริการแก่ทั้งนักศึกษาและบุคคลทั่วไปในชุมชน

ผลงานเขียนและการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์

ผลงานของ Frantzen มีความหลากหลาย ตั้งแต่หนังสือพื้นฐานสำหรับนักศึกษา เช่น King Alfred (1986) และการวิเคราะห์บทกวี Troilus and Criseyde ของ Chaucer ในปี 1993 รวมถึงการร่วมบรรณาธิการหนังสือ The Work of Work (1994) ที่สำรวจเรื่องการรับใช้ แรงงาน และทาสในอังกฤษยุคกลาง

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ Before the Closet: Same-Sex Love from 'Beowulf' to 'Angels in America' (1998) ซึ่ง Frantzen ในฐานะเกย์ ได้นำเสนอทัศนะแบบ "Legitimist" (การยอมรับตามหลักฐาน) แทนที่จะเป็นแบบ "Liberationist" (การปลดปล่อย) โดยเขาโต้แย้งว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันในยุคก่อนการพิชิตของชาวนอร์มันนั้นไม่ได้ถูกยอมรับมากขึ้นโดยคริสตจักร แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์เหล่านั้นไม่ได้ถูกปิดบังหรือซ่อนเร้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานที่บุกเบิกแนวคิดใหม่

นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการศึกษาภาษาอังกฤษโบราณในเล่ม Desire for Origins (1990) โดยชี้ให้เห็นว่าสาขาวิชานี้เริ่มมีความคิดที่คับแคบเนื่องจากวิธีการศึกษาที่แยกตัวโดดเดี่ยว ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากเหล่านักวิชาการยุคกลาง

ในเวลาต่อมา Frantzen ได้ขยายขอบเขตการศึกษาไปยังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในหนังสือ Bloody Good: Chivalry, Sacrifice, and the Great War (2004) เพื่อวิเคราะห์ว่าตำนานเรื่องอัศวิน (Chivalry) และการเลียนแบบพระคริสต์ (Imitatio Christi) มีผลต่อแรงจูงใจของผู้เข้าร่วมสงครามอย่างไร

ประเด็นถกเถียงหลังการเกษียณ

ภายหลังการเกษียณอายุในปี 2014 Frantzen ได้เขียนบล็อกในเดือนกันยายน 2015 หัวข้อ "How to Fight Your Way Out of the Feminist Fog" ซึ่งเขากล่าวสนับสนุนขบวนการสิทธิบุรุษ (Men's rights movement) และวิจารณ์ข้อเรียกร้องของกลุ่มเฟมินิสต์ว่าเป็นการต่อต้านผู้ชาย ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเพื่อนร่วมวิชาชีพนักวิชาการยุคกลางในช่วงต้นปี 2016

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: วรรณกรรมอังกฤษโบราณและประวัติศาสตร์ยุคกลาง
  • ตำแหน่งสูงสุด: ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่ง Loyola University Chicago
  • ผลงานบุกเบิก: การวิเคราะห์ความรักระหว่างเพศเดียวกันในวรรณกรรมยุคกลาง
  • รางวัลสำคัญ: ทุน Guggenheim Fellowship (1993) และรางวัล Teaching Excellence Award (2013)
สรุปประวัติและผลงานของ Allen J. Frantzen
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาตรีจาก Loras College, ปริญญาเอกจาก University of Virginia
ช่วงเวลาทำงานที่ Loyola ค.ศ. 1978 – 2014
หนังสือเล่มแรก The Literature of Penance in Anglo-Saxon England (1983)
รางวัลเกียรติยศ Guggenheim Fellowship, Faculty Member of the Year (1991)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Allen J. Frantzen เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยุคกลาง โดยเน้นหนักไปที่วรรณกรรมอังกฤษโบราณ (Old English literature) และการศึกษาเรื่องการสำนึกบาปในยุคแองโกล-แซกซอน

ผลงานเล่มใดของเขาที่ถูกเรียกว่าเป็นงานบุกเบิก?

หนังสือเรื่อง Before the Closet ซึ่งวิเคราะห์ความรักระหว่างเพศเดียวกันตั้งแต่ยุค Beowulf จนถึงยุคสมัยใหม่ โดยนำเสนอหลักฐานทางตัวบทในมุมมองที่แตกต่างจากนักวิชาการท่านอื่น

เขามีบทบาทอย่างไรใน Loyola University Chicago?

นอกจากจะเป็นศาสตราจารย์แล้ว เขายังเคยเป็นหัวหน้าหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านภาษาอังกฤษ และเป็นผู้ก่อตั้ง Loyola Community Literacy Center เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ในชุมชน

ทำไมเขาถึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการวิชาการช่วงปี 2016?

เนื่องจากเขาได้เขียนบทความในบล็อกส่วนตัวที่วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดเฟมินิสต์และสนับสนุนสิทธิบุรุษ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักวิชาการด้านยุคกลางบางกลุ่ม