Amir Peretz เส้นทางชีวิตจากผู้นำสหภาพแรงงานสู่รัฐมนตรีระดับสูงของอิสราเอล
Amir Peretz เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางการเมืองของอิสราเอล ผู้ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นทั้งในฐานะสมาชิก Knesset (สภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอล) และรัฐมนตรีในหลายกระทรวง ตลอดระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ปี 1988 จนถึง 2021 เขาได้สร้างชื่อจากการเป็นกระบอกเสียงให้ชนชั้นแรงงานและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับประเทศในพรรคแรงงาน (Labor Party)

จุดเริ่มต้นและชีวิตช่วงแรก
Amir Peretz เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1952 ที่เมือง Boujad ประเทศโมร็อกโก ในครอบครัวชาวยิวเซฟาร์ดิก โดยบิดาของเขาเป็นผู้นำชุมชนชาวยิวในเมืองนั้น ต่อมาในปี 1956 ครอบครัวของเขาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่เมือง Sderot ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นเมืองที่เขาเติบโตและใช้ชีวิตจนถึงวัยรุ่น
ในด้านการรับใช้ชาติ Peretz เข้ารับการเกณฑ์ทหารในหน่วยปืนใหญ่ของกองทัพอิสราเอล (IDF) ระหว่างปี 1970-1972 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายทหารระดับร้อยเอก อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ช่องเขา Mitla ในปี 1974 จนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึงหนึ่งปี แม้จะต้องใช้รถเข็นในช่วงแรก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อและเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรส่งออกผักและดอกไม้ในหมู่บ้าน Nir Akiva ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้พบรักและแต่งงานกับ Ahlama โดยมีบุตรด้วยกัน 4 คน

ก้าวแรกสู่การเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ
เส้นทางการเมืองของ Peretz เริ่มต้นอย่างโดดเด่นในปี 1983 เมื่อเขาลงสมัครและชนะการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมือง Sderot ในนามพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นการทำลายการผูกขาดทางการเมืองของพรรคฝ่ายขวาในพื้นที่ได้สำเร็จ เขาให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนคิบบุตซ์ (Kibbutz - ชุมชนเกษตรกรรมแบบร่วมมือกัน) ในพื้นที่
ต่อมาในปี 1988 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก Knesset และเริ่มมีบทบาทสำคัญใน Histadrut ซึ่งเป็นสหพันธ์สหภาพแรงงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอิสราเอล โดยเขาได้ก้าวขึ้นเป็นประธานสหพันธ์ในปี 1995 ในช่วงแรก Peretz ถูกมองว่าเป็นผู้นำสายแข็งที่พร้อมใช้การนัดหยุดงานประท้วงเพื่อกดดันรัฐบาล แต่ในเวลาต่อมาเขาได้ปรับแนวทางให้มีความประนีประนอมมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเมืองระดับชาติ

การก่อตั้งพรรค One Nation และการนำทัพพรรคแรงงาน
ด้วยความต้องการสร้างแนวทางของตนเอง Peretz ได้ลาออกจากพรรคแรงงานในปี 1999 เพื่อก่อตั้งพรรค One Nation ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มชนชั้นแรงงาน จนกระทั่งในปี 2004 เขาได้นำพรรคกลับมารวมกับพรรคแรงงานอีกครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะ Shimon Peres ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแรงงานเมื่อปี 2005
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค เขาได้ผลักดันนโยบายสังคมนิยมดั้งเดิมและพยายามลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอิสราเอล นอกจากนี้เขายังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการเสนอชื่อ Raleb Majadele ชาวมุสลิมให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และกีฬา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับประชากรชาวอาหรับในอิสราเอล

บทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและวิกฤตการณ์
หลังจากพรรคแรงงานเข้าร่วมรัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรค Kadima ในปี 2006 Peretz ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงาน เนื่องจากต้องรับมือกับ สงครามเลบานอนครั้งที่สอง
แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับผลลัพธ์ของสงครามและการตัดสินใจส่งกองกำลังภาคพื้นดินในช่วงท้ายของความขัดแย้ง แต่ Peretz ก็ได้รับคำชื่นชมในภายหลังจากการเป็นผู้ผลักดันการพัฒนา Iron Dome (ระบบป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอล) ในช่วงต้นปี 2007 ซึ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญในการปกป้องพลเรือนอิสราเอลจนถึงปัจจุบัน
บทบาททางการเมืองในระยะหลังและการลงสมัครประธานาธิบดี
หลังจากพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม Peretz ยังคงมีบทบาทใน Knesset อย่างต่อเนื่อง โดยเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (2013-2014) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ (2020-2021) ในช่วงปี 2019 เขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานเป็นครั้งที่สอง และสร้างกระแสด้วยการโกนหนวดที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อแสดงจุดยืนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ Benjamin Netanyahu แม้ในภายหลังจะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางตามมติของพรรคก็ตาม
ในปี 2020 Peretz ได้ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของอิสราเอล และได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิก Knesset ในวันที่ 29 มกราคม 2021 แต่ในที่สุดเขาได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล
- ผลงานเด่น: ผู้ผลักดันการสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome
- บทบาททางสังคม: อดีตประธาน Histadrut ผู้นำสหภาพแรงงานที่ทรงอิทธิพล
- จุดยืนทางการเมือง: เน้นนโยบายสังคมนิยม ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนสันติภาพกับชาวปาเลสไตน์ในระยะแรก
- การศึกษาและการทหาร: อดีตนายทหารยศร้อยเอกในหน่วยปืนใหญ่ IDF
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง / บทบาท | สังกัด / หน่วยงาน |
|---|---|---|
| 1983 - 1988 | นายกเทศมนตรีเมือง Sderot | ท้องถิ่น (พรรคแรงงาน) |
| 1995 - 2006 | ประธานสหพันธ์สหภาพแรงงาน | Histadrut |
| 1999 - 2004 | หัวหน้าพรรค One Nation | พรรค One Nation |
| 2005 - 2007 | ผู้นำฝ่ายค้าน / หัวหน้าพรรคแรงงาน | พรรคแรงงาน (Labor Party) |
| 2006 - 2007 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | รัฐบาลอิสราเอล |
| 2013 - 2014 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อม | รัฐบาลอิสราเอล |
| 2020 - 2021 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ | รัฐบาลอิสราเอล |
คำถามที่พบบ่อย
Amir Peretz มีบทบาทอย่างไรในสงครามเลบานอนครั้งที่สอง?
ในขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเป็นผู้นำกองทัพในการตอบโต้กลุ่ม Hezbollah แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องการตัดสินใจทางทหารในช่วงท้ายของสงคราม แต่คณะกรรมการตรวจสอบ (Winograd Committee) ระบุว่าการตัดสินใจบางส่วนมีความสมเหตุสมผลตามสถานการณ์
Iron Dome เกี่ยวข้องกับ Amir Peretz อย่างไร?
Peretz เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และผลักดันให้มีการพัฒนาระบบ Iron Dome ในช่วงปี 2006-2007 แม้จะมีเสียงคัดค้านในขณะนั้น แต่ระบบนี้ได้กลายเป็นเกราะป้องกันขีปนาวุธที่สำคัญที่สุดของอิสราเอลในเวลาต่อมา
ทำไม Amir Peretz ถึงต้องโกนหนวดในช่วงหาเสียงปี 2019?
การโกนหนวดเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง (Political Stunt) เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่าเขาพูดความจริง และเป็นการย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่มี Benjamin Netanyahu เป็นผู้นำ
แนวคิดของ Peretz ต่อความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์เป็นอย่างไร?
ในช่วงแรกเขาถูกมองว่าเป็นสายพิราบ (Dovish) ที่สนับสนุนสันติภาพ โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับปาเลสไตน์จะช่วยให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณจากการสร้างนิคมในเวสต์แบงก์มาแก้ไขปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำภายในประเทศได้
Amir Peretz ลาออกจาก Knesset เมื่อใดและเพราะเหตุใด?
เขาลาออกจาก Knesset ในวันที่ 29 มกราคม 2021 เพื่อมุ่งหน้าสู่การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของอิสราเอล แม้ว่าในภายหลังเขาจะถอนตัวจากการแข่งขันก็ตาม