← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Andrea Moro นักภาษาศาสตร์และประสาทวิทยาผู้ไขความลับของภาษาและสมอง

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Andrea Moro นักภาษาศาสตร์และประสาทวิทยาผู้ไขความลับของภาษาและสมอง

Andrea Moro นักภาษาศาสตร์และประสาทวิทยาผู้ไขความลับของภาษาและสมอง Andrea Carlo Moro เป็นบุคคลผู้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งในฐานะนักภาษาศาสตร์ นักประสาทวิทยา และนักเขียนนวน…

Andrea Moroภาษาศาสตร์ประสาทวิทยาNeurolinguistics

Andrea Moro นักภาษาศาสตร์และประสาทวิทยาผู้ไขความลับของภาษาและสมอง

Andrea Carlo Moro เป็นบุคคลผู้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งในฐานะนักภาษาศาสตร์ นักประสาทวิทยา และนักเขียนนวนิยายชาวอิตาลี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ทั่วไปที่ Institute for Advanced Study IUSS Pavia และ Scuola Normale Superiore ในเมืองปิซา นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการของ NeTS รวมถึงภาควิชาพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ด้านพุทธิปัญญา (Cognitive Behavioural and Social Sciences) อีกด้วย

เส้นทางการศึกษาของ Moro เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย Pavia ก่อนจะคว้าปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Padua และได้มีโอกาสไปศึกษาค้นคว้าที่สถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง MIT และ Harvard นอกจากความสำเร็จทางวิชาการ เขายังได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกของ Accademia Nazionale dei Lincei และ Academia Europaea รวมถึงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Commander for the Order of Merit of the Italian Republic ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของสาธารณรัฐอิตาลี

Content image

การผสานโลกของไวยากรณ์และระบบประสาท

งานวิจัยของ Andrea Moro มุ่งเน้นไปที่สองแกนหลัก คือ วากยสัมพันธ์ (Syntax) หรือโครงสร้างการเรียงคำในประโยค และ ประสาทภาษาศาสตร์ (Neurolinguistics) ซึ่งเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับการทำงานของสมอง

นวัตกรรมด้านทฤษฎีวากยสัมพันธ์

ในด้านโครงสร้างประโยค Moro ได้นำเสนอแนวคิดสำคัญหลายประการ เช่น การค้นพบโครงสร้าง Inverse Copular (ประโยคที่ใช้คำกริยาเชื่อมในรูปแบบย้อนกลับ) และการเสนอว่าคำบางคำ เช่น "there" ในภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ประธานที่ถูกแทรกเข้ามา แต่เป็นภาคแสดงที่ถูกยกขึ้นมา (Raised Expletive Predicate) นอกจากนี้เขายังนำเสนอทฤษฎี Dynamic Antisymmetry ซึ่งอธิบายว่าการเคลื่อนที่ขององค์ประกอบในประโยคเกิดจากกระบวนการทำลายความสมมาตรในระบบการคำนวณของไวยากรณ์

การค้นพบด้านประสาทวิทยาและภาษาที่เป็นไปไม่ได้

Moro ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับ ภาษาประดิษฐ์ (Artificial Languages) เพื่อทดสอบทฤษฎี ไวยากรณ์สากล (Universal Grammar) ซึ่งเป็นสมมติฐานที่ว่ามนุษย์มีโครงสร้างทางภาษาพื้นฐานติดตัวมาแต่กำเนิด เขาพบว่าสมองส่วน Broca's area (พื้นที่ในสมองที่ควบคุมการผลิตภาษา) จะถูกกระตุ้นเมื่อประมวลผลกฎทางไวยากรณ์ที่มีลักษณะ Recursion (การเรียกซ้ำ หรือการสร้างโครงสร้างซ้อนโครงสร้าง) แต่จะไม่ถูกกระตุ้นเมื่อเจอกับกฎที่ไม่มีลักษณะดังกล่าว

การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติของไวยากรณ์สากลไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากวัฒนธรรมหรือสังคม แต่เป็นกลไกทางชีวภาพของสมองมนุษย์ ซึ่งเขาได้รวบรวมแนวคิดนี้ไว้ในหนังสือชื่อ Impossible Languages

การก้าวข้ามขีดจำกัด: จากคลื่นสมองสู่การอ่านใจ

Moro และทีมวิจัยได้ใช้การวัดทางไฟฟ้าสรีรวิทยา (Electrophysiological measure) เพื่อเปรียบเทียบคลื่นไฟฟ้าในสมองส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน (เช่น Broca's area) กับคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจริง ผลการวิจัยพบว่าคลื่นทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แม้ในขณะที่บุคคลนั้นไม่ได้เปล่งเสียงออกมา (Inner Speech) ซึ่งเปิดความเป็นไปได้ในการอ่านข้อความทางภาษาจากเปลือกสมองโดยตรงโดยไม่ต้องพูด

นอกจากนี้ เขายังใช้เทคนิค Stereoelectroencephalography (SEEG) เพื่อติดตามการทำงานของสมองในระดับ High Gamma ซึ่งสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างวลีคำกริยา (Verb Phrases) และวลีคำนาม (Noun Phrases) ได้ แม้ว่าคำเหล่านั้นจะมีเสียงเหมือนกันทุกประการ (Homophonous phrases) ก็ตาม

มิติทางสังคมและวรรณกรรม

นอกเหนือจากงานวิทยาศาสตร์ Moro ยังใช้ความรู้ด้านภาษาศาสตร์มาวิพากษ์ประเด็นทางสังคม ในความเรียง La razza e la lingua เขาโต้แย้งแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าความเชื่อที่ว่า "บางภาษามีคุณภาพดีกว่าภาษาอื่น" และ "ภาษาที่พูดกำหนดการรับรู้โลก" เป็นรากฐานของมายาคติเรื่องเชื้อชาติอารยันที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมในประวัติศาสตร์

ในด้านวรรณกรรม เขาเขียนนวนิยายแนวระทึกขวัญเรื่อง Il segreto di Pietramala ซึ่งเล่าเรื่องราวของภาษาที่สาบสูญซึ่งมีอำนาจในการฆ่าคน จนได้รับรางวัล Premio Flaiano สาขาวรรณกรรมในปี 2018

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: ผสมผสานระหว่างภาษาศาสตร์เชิงทฤษฎีและประสาทวิทยาศาสตร์
  • การค้นพบหลัก: พิสูจน์ว่าสมองมนุษย์ตอบสนองต่อโครงสร้างแบบ Recursion เท่านั้น ไม่ใช่ทุกรูปแบบภาษา
  • นวัตกรรม: พัฒนาวิธีการอ่านภาษาจากคลื่นสมองโดยไม่ต้องอาศัยการเปล่งเสียง
  • ผลงานเด่น: หนังสือ Impossible Languages และ The secrets of words (เขียนร่วมกับ Noam Chomsky)
  • จุดยืนทางสังคม: ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติที่ใช้ภาษาเป็นข้ออ้าง
สรุปผลงานและแนวคิดสำคัญของ Andrea Moro
หัวข้อ แนวคิด/ผลงานสำคัญ ผลลัพธ์/ความสำคัญ
วากยสัมพันธ์ Dynamic Antisymmetry อธิบายการเคลื่อนที่ของคำในประโยคผ่านการทำลายความสมมาตร
ประสาทวิทยา การศึกษา Broca's area ยืนยันว่าไวยากรณ์สากลเป็นกลไกทางชีวภาพ ไม่ใช่ทางวัฒนธรรม
เทคโนโลยีสมอง การวัดคลื่นไฟฟ้า SEEG แยกแยะโครงสร้างไวยากรณ์ได้แม้คำจะมีเสียงเหมือนกัน
สังคมศาสตร์ La razza e la lingua หักล้างความเชื่อเรื่องภาษาที่เหนือกว่าเพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ภาษาที่เป็นไปไม่ได้ (Impossible Languages) คืออะไร?

คือภาษาประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีโครงสร้างแบบลำดับชั้นหรือการเรียกซ้ำ (Recursion) ซึ่งผลการทดลองของ Moro พบว่าสมองมนุษย์ไม่สามารถประมวลผลภาษาเหล่านี้ด้วยเครือข่ายภาษาปกติได้ และจะทำการยับยั้งการทำงานของส่วนที่ใช้จัดการภาษาแทน

Broca's area มีบทบาทอย่างไรในงานวิจัยของ Moro?

Moro พบว่าพื้นที่ส่วนนี้ของสมองจะทำงานอย่างจำเพาะเจาะจงกับกฎทางไวยากรณ์ที่มีลักษณะการเรียกซ้ำ (Recursive rules) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณทางภาษาที่ถูกกำหนดมาทางชีวภาพ

การอ่านภาษาจากสมองโดยไม่ต้องพูดทำได้อย่างไร?

ทำได้โดยการเปรียบเทียบคลื่นไฟฟ้าในสมองส่วนควบคุมภาษา กับคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กันแม้ในขณะที่มนุษย์เพียงแค่ "คิด" หรือพูดในใจ (Inner speech)

Andrea Moro มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Noam Chomsky?

ทั้งคู่เป็นนักวิชาการที่ทำงานร่วมกันในด้านภาษาศาสตร์ โดยได้เขียนหนังสือร่วมกันในชื่อ The secrets of words เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสมองและภาษา รวมถึงแนวคิดเรื่องภาษาที่เป็นไปไม่ได้

งานเขียนของ Moro ส่งผลต่อการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติอย่างไร?

เขาชี้ให้เห็นว่าการเชื่อว่าบางภาษามีความสมบูรณ์กว่าภาษาอื่น เป็นแนวคิดที่อันตรายและถูกนำไปใช้สร้างความชอบธรรมให้กับลัทธิเหยียดเชื้อชาติ เช่น ความเชื่อเรื่องเชื้อชาติอารยัน