← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
AB

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Andrew Bridge จากเด็กกำพร้าสู่ทนายความผู้พลิกโฉมระบบสวัสดิการเด็กสหรัฐฯ

Andrew Bridge จากเด็กกำพร้าสู่ทนายความผู้พลิกโฉมระบบสวัสดิการเด็กสหรัฐฯ เรื่องราวของ Andrew Bridge ไม่ใช่เพียงแค่ประวัติของทนายความผู้ประสบความสำเร็จ แต่เป็นบันทึกการต่อส…

Andrew Bridgeสิทธิเด็กHope's BoyAlliance for Children's Rights

Andrew Bridge จากเด็กกำพร้าสู่ทนายความผู้พลิกโฉมระบบสวัสดิการเด็กสหรัฐฯ

เรื่องราวของ Andrew Bridge ไม่ใช่เพียงแค่ประวัติของทนายความผู้ประสบความสำเร็จ แต่เป็นบันทึกการต่อสู้ของมนุษย์ที่เปลี่ยนบาดแผลในวัยเด็กให้กลายเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม เขาคือผู้เขียนหนังสือขายดีระดับ New York Times และนักกฎหมายชาวอเมริกันที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความยากจนและระบบสวัสดิการรัฐที่บกพร่อง

เส้นทางชีวิตจากระบบอุปถัมภ์สู่ความสำเร็จทางวิชาการ

ในวัยเด็ก Bridge ต้องใช้ชีวิตอยู่ใน Foster Care หรือระบบการดูแลเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ของเทศมณฑลลอสแอนเจลิสเป็นเวลานานถึง 12 ปี โดยช่วงหนึ่งเขาถูกกักตัวไว้ที่ศูนย์เด็ก MacLaren ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการปฏิบัติที่รุนแรงต่อเด็ก จนนำไปสู่การปิดตัวลงตามคำสั่งศาลในคดี Katie A. v. Los Angeles County

แม้จะเริ่มต้นชีวิตด้วยความยากลำบาก แต่ Bridge สามารถผลักดันตัวเองจนได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ Wesleyan University และก้าวไปสู่จุดสูงสุดทางวิชาการด้วยการเป็นนักเรียนทุน Fulbright ในเยอรมนี รวมถึงได้รับทุนจากมูลนิธิ Rockefeller (Bellagio Resident), Stueben Schultz Gesellschaft และ Lyndon B. Johnson ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านกฎหมาย (JD) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Law School)

บทบาทผู้นำในการปฏิรูประบบสวัสดิการเด็ก

Bridge เริ่มต้นอาชีพกฎหมายที่บริษัท Manatt, Phelps & Phillips, LLP ในแผนกควบรวมและซื้อกิจการ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางชีวิตมุ่งสู่การปกป้องสิทธิเด็ก โดยร่วมงานกับ Judge David L. Bazelon Center ในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เพื่อทวงคืนสิทธิตามรัฐธรรมนูญให้กับเด็กในโรงพยาบาลจิตเวชและสถานดูแลสุขภาพจิตในรัฐแอลาบามา

ในปี 1997 เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของ Alliance for Children's Rights ซึ่งภายใต้การนำของเขา องค์กรได้สร้างผลงานสำคัญดังนี้:

  • ริเริ่มการจัดตั้ง National Adoption Day หรือวันรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา
  • ต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อยกเลิกข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้เด็กในระบบอุปถัมภ์และครอบครัวพูดถึงประสบการณ์การถูกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อสาธารณะ
  • ยับยั้งแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สวัสดิการเด็กที่นำเด็กไปฝากไว้ในบ้านอุปถัมภ์หรือสถานสงเคราะห์โดยไม่มีการติดตามเยี่ยมเยียนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและสุขภาวะของเด็กอย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนเชิงนโยบายและนวัตกรรมทางสังคม

ต่อมา Bridge ได้ร่วมงานกับ Broad Foundation โดยมีบทบาทสำคัญในการวางโครงสร้างการขอผ่อนผันงบประมาณช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางมูลค่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ ให้กับเทศมณฑลลอสแอนเจลิส ซึ่งเปลี่ยนหลักการจากการนำเด็กออกจากครอบครัวเพื่อรับความช่วยเหลือ มาเป็นการสนับสนุนงบประมาณให้เด็กสามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวเดิมของตนเองได้

นอกจากนี้ เขายังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมอาวุโส (Senior Innovation Adviser) ให้กับรัฐอิลลินอยส์ เพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการเด็ก และดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในคณะกรรมการคุมประพฤติเทศมณฑลลอสแอนเจลิสในปี 2015 รวมถึงเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The New Village Charter School for Girls ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกแห่งแรกในแคลิฟอร์เนียที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และเป็นแม่โดยเฉพาะ

ผลงานเขียนและบทบาททางสังคม

Bridge ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตอันขมขื่นและเปี่ยมด้วยความหวังผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ "Hope's Boy" ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจนติดอันดับ Bestseller ของ New York Times, Publishers Weekly และได้รับการยกย่องจาก Washington Post ให้เป็นหนังสือแห่งปี นอกจากนี้เขายังเป็นนักเขียนบทความให้กับสื่อชั้นนำอย่าง The Los Angeles Times และ The New York Times

ในด้านการบริหารจัดการระดับท้องถิ่น เขาเคยเป็นประธานคณะทำงาน Blue Ribbon Task Force (1999-2000) เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของเด็กในระบบสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเสนอให้มีการยกเครื่องระบบการดูแลและการจัดวางที่พักอาศัยของเด็กอย่างถอนรากถอนโคน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Wesleyan University และปริญญากฎหมายจาก Harvard University
  • ผลงานเด่น: ผู้เขียนหนังสือ "Hope's Boy" และผู้ผลักดัน National Adoption Day
  • ความเชี่ยวชาญ: กฎหมายสิทธิเด็ก, การปฏิรูประบบ Foster Care และการต่อต้านการใช้สถานสงเคราะห์แบบรวมกลุ่ม (Congregate Care)
  • ตำแหน่งสำคัญ: อดีตผู้อำนวยการ Alliance for Children's Rights และที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมรัฐอิลลินอยส์
สรุปประวัติและผลงานของ Andrew Bridge
หัวข้อ รายละเอียด
ด้านการศึกษา BA (Wesleyan), JD (Harvard), Fulbright Scholar
บทบาททางกฎหมาย ทนายความสิทธิเด็ก, ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี Class Action ในสถานพยาบาลจิตเวช
การขับเคลื่อนสังคม ก่อตั้ง National Adoption Day, ปฏิรูประบบงบประมาณสวัสดิการเด็ก 3.4 พันล้านดอลลาร์
ผลงานเขียน หนังสือ "Hope's Boy" (New York Times Bestseller)
การศึกษาทางเลือก ผู้ร่วมก่อตั้ง The New Village Charter School for Girls
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Andrew Bridge คือใคร?

เขาเป็นทนายความชาวอเมริกัน นักเขียนหนังสือขายดี และนักรณรงค์เพื่อสิทธิเด็กที่เคยผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตในระบบอุปถัมภ์ (Foster Care) มาก่อน

หนังสือ "Hope's Boy" เกี่ยวกับอะไร?

เป็นหนังสือบันทึกความทรงจำที่เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของ Andrew Bridge ขณะอยู่ในระบบดูแลของรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความยากลำบากและการต่อสู้จนประสบความสำเร็จ

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในด้านสวัสดิการเด็กคืออะไร?

การผลักดันให้เกิดวันรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมแห่งชาติ (National Adoption Day) และการเปลี่ยนระบบงบประมาณรัฐให้สนับสนุนเด็กให้อยู่กับครอบครัวแทนการแยกเด็กออกมาอยู่ในสถานสงเคราะห์

เขามีบทบาทอย่างไรกับโรงเรียน The New Village Charter School for Girls?

เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ ซึ่งเป็นโรงเรียนชาร์เตอร์ (โรงเรียนรัฐบาลที่บริหารจัดการแบบอิสระ) แห่งแรกในแคลิฟอร์เนียที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และเป็นแม่โดยเฉพาะ

Andrew Bridge มีความเห็นอย่างไรต่อสถานสงเคราะห์เด็กแบบรวมกลุ่ม?

เขาเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์การใช้สถานสงเคราะห์แบบรวมกลุ่ม (Congregate Care) และสนับสนุนให้เด็กได้รับความดูแลในสภาพแวดล้อมที่เป็นครอบครัวมากกว่า