← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Andrew McCabe เส้นทางชีวิตจากรองผู้อำนวยการ FBI สู่มรสุมการเมืองและการต่อสู้ทางกฎหมาย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Andrew McCabe เส้นทางชีวิตจากรองผู้อำนวยการ FBI สู่มรสุมการเมืองและการต่อสู้ทางกฎหมาย

Andrew McCabe เส้นทางชีวิตจากรองผู้อำนวยการ FBI สู่มรสุมการเมืองและการต่อสู้ทางกฎหมาย Andrew George McCabe เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) แล…

Andrew McCabeFBIFederal Bureau of InvestigationDonald Trump

Andrew McCabe เส้นทางชีวิตจากรองผู้อำนวยการ FBI สู่มรสุมการเมืองและการต่อสู้ทางกฎหมาย

Andrew George McCabe เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) และทนายความชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะรองผู้อำนวยการ FBI ระหว่างปี 2016 ถึง 2018 และเคยดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ FBI ในช่วงเวลาสั้นๆ ปี 2017 ชีวิตการทำงานของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จในสายงานสืบสวน แต่กลับต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การถูกไล่ออกและการต่อสู้ในชั้นศาลที่ยาวนานหลายปี

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางอาชีพใน FBI

McCabe เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1968 และมีความโดดเด่นด้านการศึกษา โดยจบปริญญาตรีจาก Duke University และปริญญาด้านกฎหมาย (J.D.) จาก Washington University School of Law ในปี 1993 ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพทนายความในฟิลาเดลเฟียเป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากช่วงนั้นมีการระงับการจ้างงานในหน่วยงานรัฐ

เขาเริ่มต้นงานกับ FBI ในปี 1996 ที่สำนักงานภาคสนามนิวยอร์ก โดยเริ่มจากการเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วย SWAT (หน่วยปฏิบัติการพิเศษ) ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษระดับผู้กำกับดูแลในปี 2003 และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญหลายด้าน เช่น หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติยูเรเชีย, กองต่อต้านการก่อการร้าย และสาขาความมั่นคงแห่งชาติ

ผลงานที่โดดเด่นของเขา ได้แก่ การเป็นผู้อำนวยการคนแรกของกลุ่มสอบปากคำผู้ถูกคุมขังมูลค่าสูง (High-Value Detainee Interrogation Group) ซึ่งเน้นการวิจัยเทคนิคการสอบสวนที่ถูกกฎหมายหลังจากมีการสั่งห้ามใช้การทรมานด้วยวิธี Waterboarding นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในการสืบสวนเหตุระเบิดบอสตันมาราธอนปี 2013 และการจับกุมผู้ต้องสงสัยในเหตุโจมตีเบนกาซีปี 2012

Content image

การก้าวสู่ตำแหน่งบริหารและมรสุมทางการเมือง

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2016 McCabe ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการ FBI โดย James Comey ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวน Crossfire Hurricane ซึ่งเป็นการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างทีมหาเสียงของ Donald Trump กับรัฐบาลรัสเซีย

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2017 เมื่อประธานาธิบดี Trump สั่งปลด James Comey ทำให้ McCabe ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ FBI โดยอัตโนมัติ จนกระทั่ง Christopher A. Wray ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง McCabe ยอมรับว่าเขาได้สั่งให้มีการสืบสวนเรื่องการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยประธานาธิบดี Trump เพื่อป้องกันไม่ให้คดีการแทรกแซงจากรัสเซียถูกระงับโดยผู้สืบทอดตำแหน่ง ซึ่งการกระทำนี้ทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมืองอย่างหนัก

ข้อพิพาทเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลและการถูกไล่ออก

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการรายงานว่า McCabe อนุมัติให้มีการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนมูลนิธิคลินตัน (Clinton Foundation) ให้กับหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ซึ่งขัดต่อระเบียบของหน่วยงาน นอกจากนี้เขายังถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึง 4 ครั้ง โดย 3 ครั้งเป็นการสาบานตน

แม้ว่าการตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากการที่ภรรยาของเขาลงสมัครรับเลือกตั้งในรัฐเวอร์จิเนียจะจบลงโดยพบว่าเขาปฏิบัติตามระเบียบอย่างถูกต้อง แต่ข้อกล่าวเรื่องการขาดความซื่อสัตย์ (Lack of Candor) ยังคงอยู่ จนนำไปสู่การตัดสินใจของ Jeff Sessions รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ที่สั่งปลด McCabe ออกจากตำแหน่งในวันที่ 16 มีนาคม 2018 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 26 ชั่วโมงก่อนที่เขาจะเกษียณอายุการทำงานตามกำหนด

Content image

การต่อสู้ทางกฎหมายและการคืนสิทธิ์

หลังถูกไล่ออก McCabe ได้ยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมในข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดยระบุว่าการปลดเขาเป็นผลมาจากการแทรกแซงทางการเมืองของประธานาธิบดี Trump ขณะเดียวกันเขาก็ถูกกดดันให้รับข้อเสนอรับสารภาพในคดีอาญาแต่เขาปฏิเสธ ซึ่งในที่สุดคณะลูกขุนใหญ่ (Grand Jury) ก็ไม่ได้สั่งฟ้องเขา และกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งยกเลิกการดำเนินคดีอาญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2020

ในเดือนตุลาคม 2021 กระทรวงยุติธรรมได้บรรลุข้อตกลงประนีประนอมกับ McCabe โดยรัฐบาลตกลงที่จะยกเลิกคำสั่งไล่ออก และแก้ไขบันทึกประวัติการทำงานให้ระบุว่าเขาเกษียณอายุในสถานะ "Good Standing" (มีสถานะการทำงานที่ดี) พร้อมทั้งคืนเงินบำนาญ จ่ายค่าชดเชยบำนาญที่ค้างจ่าย 200,000 ดอลลาร์ และชำระค่าธรรมเนียมทางกฎหมายอีกกว่า 500,000 ดอลลาร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: รักษาการผู้อำนวยการ FBI (พฤษภาคม - สิงหาคม 2017)
  • สาเหตุการถูกปลด: ถูกกล่าวหาว่าเปิดเผยข้อมูลลับแก่สื่อและให้การไม่ตรงกับความจริงต่อผู้ตรวจสอบ
  • ผลทางกฎหมาย: ไม่ถูกสั่งฟ้องในคดีอาญา และชนะคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในเวลาต่อมา
  • การเยียวยา: ได้รับการคืนสิทธิ์บำนาญและล้างประวัติการถูกไล่ออกให้เป็นสถานะเกษียณปกติ
  • บทบาทปัจจุบัน: เป็นผู้ให้ความเห็นและวิเคราะห์ข่าวที่สถานีโทรทัศน์ CNN ตั้งแต่ปี 2019
สรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญของ Andrew McCabe
ปี เหตุการณ์สำคัญ สถานะ/ผลลัพธ์
1996 เข้าร่วมงานกับ FBI เริ่มต้นในหน่วย SWAT นิวยอร์ก
2016 แต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการ FBI ดูแลการสืบสวนระดับสูง
2017 ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ FBI หลัง James Comey ถูกปลด
2018 ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ก่อนวันเกษียณเพียง 26 ชั่วโมง
2021 บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงยุติธรรม คืนสิทธิ์บำนาญและล้างประวัติการถูกไล่ออก
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Andrew McCabe ถูกไล่ออกจาก FBI ด้วยสาเหตุใด?

เขาถูกไล่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม Jeff Sessions เนื่องจากรายงานจากผู้ตรวจการทั่วไป (OIG) ระบุว่าเขาอนุมัติการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนมูลนิธิคลินตันให้แก่สื่ออย่างไม่เหมาะสม และให้การไม่ตรงกับความจริงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลายครั้ง

การต่อสู้ทางกฎหมายของ McCabe จบลงอย่างไร?

จบลงด้วยการประนีประนอมในเดือนตุลาคม 2021 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะแพ้คดี จึงตกลงยกเลิกคำสั่งไล่ออก คืนเงินบำนาญ และชำระค่าธรรมเนียมทางกฎหมายให้แก่เขา

McCabe เคยถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่?

แม้ว่าอัยการจะเคยแนะนำให้สั่งฟ้องในข้อหาให้การเท็จ แต่คณะลูกขุนใหญ่ไม่ได้สั่งฟ้อง และในที่สุดกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งว่า จะไม่มีการดำเนินคดีอาญากับเขา

บทบาทของ McCabe ในช่วงที่ James Comey ถูกปลดคืออะไร?

เขาขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ FBI และได้สั่งให้มีการสืบสวนเรื่องการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยประธานาธิบดี Trump เพื่อให้มั่นใจว่าการสืบสวนเรื่องรัสเซียจะมีหลักฐานที่แน่นหนาและไม่ถูกระงับโดยง่าย

ปัจจุบัน Andrew McCabe ทำอาชีพอะไร?

หลังจากออกจาก FBI เขาได้ผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้ความเห็นทางด้านความมั่นคงและกฎหมายให้กับสถานีข่าว CNN ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา