Andy Prieboy ศิลปินผู้มากความสามารถจาก Wall of Voodoo สู่เส้นทางดนตรีและวรรณกรรม
Andy Prieboy เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่มีผลงานหลากหลายมิติ ทั้งในฐานะนักดนตรี นักแต่งเพลง และนักเขียน เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการก้าวเข้ามาเป็นนักร้องนำของวง Wall of Voodoo ในช่วงปี 1983 ถึง 1988 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นไว้มากมาย ก่อนจะแยกตัวออกมาสร้างชื่อในฐานะศิลปินเดี่ยวและขยายขอบเขตงานศิลปะไปยังละครเพลงและนวนิยาย
จุดเริ่มต้นและการก้าวเข้าสู่แสงไฟ
Prieboy เกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 1955 ที่ลอสแอนเจลิส และเติบโตในเมืองอีสต์ชิคาโก รัฐอินดีแอนา ในช่วงแรกของอาชีพ เขาได้ร่วมงานกับวงศิลปะในซานฟรานซิสโกที่ชื่อว่า Eye Protection โดยมีผลงานเพลง "Take Her Where The Boys Are" ในอัลบั้มรวมเพลง Rising Stars of San Francisco รวมถึงการออกซิงเกิลขนาด 7 นิ้วที่มีเพลง "Elroy Jetson" และ "Go Go Girl" ภายใต้สังกัด Eleph Records
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อเขาได้รับเลือกให้มาทำหน้าที่นักร้องนำแทน Stan Ridgway ในวง Wall of Voodoo โดยอัลบั้มแรกที่เขามีส่วนร่วมคือ Seven Days in Sammystown ตามมาด้วย Happy Planet และปิดท้ายด้วยอัลบั้มบันทึกการแสดงสด The Ugly Americans in Australia เพื่อให้ครบตามสัญญาที่ทำไว้กับ IRS Records
ผลงานเพลงที่ปรากฏในโลกภาพยนตร์
บทเพลงของ Prieboy ไม่เพียงแต่โด่งดังในรูปแบบอัลบั้ม แต่ยังถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น เพลง "Far Side of Crazy" ที่ปรากฏในหนังเรื่อง Head Office และเพลง "Man Talk" (ซึ่งต่อมาอยู่ในอัลบั้ม ...Upon My Wicked Son) ที่ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Cutting Class ที่นำแสดงโดย Brad Pitt ในช่วงแรกของอาชีพ รวมถึงในเรื่อง C.H.U.D. II: Bud the C.H.U.D. นอกจากนี้ เขายังร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Blood and Concrete พร้อมนำเพลงที่แต่งเองไปประกอบ โดยมี Jennifer Beals เป็นผู้ขับร้องเพลง "One Girl in a Million"
เส้นทางศิลปินเดี่ยวและการต่อสู้ผ่านบทเพลง
หลังจากแยกทางกับ Wall of Voodoo เขาได้เซ็นสัญญากับ MCA Music Publishing เพื่อมุ่งเน้นการแต่งเพลงและผลิตอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ...Upon My Wicked Son ซึ่งมีเพลงที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่าง "Tomorrow Wendy" เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่กำลังเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ (AIDS) โดยเป็นการร้องคู่กับ Johnette Napolitano จากวง Concrete Blonde
ความน่าสนใจของเพลง "Tomorrow Wendy" คือมิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย Thomas Mignone ซึ่งนำเสนอภาพความเสื่อมโทรมของเมือง Hammond และ Gary ในรัฐอินดีแอนา เพื่อเป็นตัวแทนของตัวละคร Wendy แม้ในช่วงแรก MTV จะปฏิเสธเนื้อหาและโทนของเพลง แต่ในที่สุดวิดีโอนี้ก็ได้รับสถานะ Buzz Bin ของ MTV และถูกนำไปคัฟเวอร์โดยโปรเจกต์ดนตรีอินดัสเทรียลอย่าง System Syn ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ศิลปินชื่อดังอย่าง Linda Ronstadt และ Emmylou Harris ยังได้นำเพลง "Loving the Highway Man" จากอัลบั้มเดียวกันไปขับร้องอีกด้วย
ต่อมาเขาได้ออก EP ชุด Montezuma Was a Man of Faith ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยการนำเพลง "Whole Lotta Love" ของ Led Zeppelin มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์คันทรี และออกอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองในชื่อ Sins of Our Fathers
การขยายขอบเขตสู่ละครเพลงและงานเขียน
ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1990 Prieboy ได้ร่วมมือกับ Rita D'Albert สร้างสรรค์ละครเพลงเรื่อง White Trash Wins Lotto ซึ่งเป็นการนำเสนอเรื่องราวการรุ่งเรืองและตกต่ำของตัวละครที่มีบุคลิกคล้าย Axl Rose ในรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ของ Gilbert and Sullivan โดยการแสดงนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนบัตรขายหมดเกลี้ยงทั้งที่ Roxy Theatre ในลอสแอนเจลิส และ PS 122 ในนิวยอร์ก รวมถึงได้นำบางส่วนของการแสดงไปโชว์ในรายการ Conan O'Brien
นอกเหนือจากดนตรี เขายังเป็นผู้เขียนร่วมกับ Merrill Markoe ในนวนิยายเรื่อง The Psycho Ex Game ซึ่งดัดแปลงมาจากเพลง "Psycho Ex" ของเขาเอง โดยทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2004
การกลับมาของอัลบั้มที่สาบสูญ
ในปี 2016 Prieboy ได้ปล่อยอัลบั้ม Virtue Triumphs ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกทิ้งไว้ให้ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ปี 1992 เดิมทีตั้งใจให้เป็นอัลบั้มภาคต่อของ ...Upon My Wicked Son แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารภายในบริษัท ทำให้ผลงานชิ้นนี้ถูกระงับไว้จนกระทั่งถูกนำออกมาเผยแพร่ในภายหลัง ซึ่งถือเป็นงานชิ้นแรกที่เขาทำโดยไม่มีพันธะผูกพันกับ Wall of Voodoo
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทหลัก: นักร้องนำวง Wall of Voodoo (1983-1988), ศิลปินเดี่ยว, นักแต่งเพลง และนักเขียน
- ผลงานเด่น: เพลง "Tomorrow Wendy" ที่สะท้อนปัญหาสังคมและโรคเอดส์
- ความหลากหลาย: มีผลงานทั้งอัลบั้มสตูดิโอ, EP, ละครเพลง และนวนิยาย
- การเชื่อมโยง: เพลงของเขาถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึงผลงานของ Brad Pitt
| ปีที่ออก | ชื่ออัลบั้ม/EP | ค่ายเพลง/ผู้เผยแพร่ |
|---|---|---|
| 1990 | ...Upon My Wicked Son | Doctor Dream Records |
| 1991 | Montezuma Was a Man of Faith (EP) | Hot Mustard / Doctor Dream |
| 1995 | Sins of Our Fathers | Doctor Dream Records |
| 2012 | Every Lady Gets a Song (EP) | Andy Prieboy Music |
| 2016 | Virtue Triumphs | Andy Prieboy |
| 2022 | One and One Make Three | Andy Prieboy |
คำถามที่พบบ่อย
Andy Prieboy มีความเกี่ยวข้องกับวง Wall of Voodoo อย่างไร?
เขาทำหน้าที่เป็นนักร้องนำของวงในช่วงปี 1983 ถึง 1988 โดยเข้ามาแทนที่ Stan Ridgway และมีส่วนร่วมในอัลบั้มสำคัญอย่าง Seven Days in Sammystown และ Happy Planet
เพลง "Tomorrow Wendy" มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นเพลงที่นำเสนอประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเอดส์ และมีมิวสิกวิดีโอที่โดดเด่นด้วยการใช้ภาพเมืองที่เสื่อมโทรมในรัฐอินดีแอนา จนได้รับความสนใจอย่างมากจาก MTV
นอกจากดนตรีแล้ว Andy Prieboy ทำงานด้านใดอีกบ้าง?
เขาเป็นนักเขียนนวนิยาย โดยมีผลงานเรื่อง The Psycho Ex Game และยังเป็นผู้สร้างสรรค์ละครเพลง เช่นเรื่อง White Trash Wins Lotto
อัลบั้ม Virtue Triumphs มีที่มาอย่างไร?
เป็นอัลบั้มที่ถูกทิ้งไว้ให้ไม่สมบูรณ์ในปี 1992 เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในค่ายเพลง ก่อนที่จะถูกนำมาขัดเกลาและปล่อยออกมาในปี 2016
ผลงานของ Andy Prieboy เคยปรากฏในภาพยนตร์เรื่องใดบ้าง?
เพลงของเขาปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Head Office, Cutting Class และ C.H.U.D. II นอกจากนี้เขายังร่วมแสดงในเรื่อง Blood and Concrete ด้วย