← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Ann Robinson ศิลปินแก้วระดับโลกผู้พลิกโฉมเทคนิค Lost-Wax Casting

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Ann Robinson ศิลปินแก้วระดับโลกผู้พลิกโฉมเทคนิค Lost-Wax Casting

Ann Robinson ศิลปินแก้วระดับโลกผู้พลิกโฉมเทคนิค Lost-Wax Casting ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Ann Robinson คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะปรมาจารย์ด้านการหล่อแก้ว (Gl…

Ann Robinsonศิลปะแก้วLost-wax castingประติมากรรมแก้ว

Ann Robinson ศิลปินแก้วระดับโลกผู้พลิกโฉมเทคนิค Lost-Wax Casting

ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Ann Robinson คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะปรมาจารย์ด้านการหล่อแก้ว (Glass Casting) ชาวนิวซีแลนด์ ผลงานของเธอโดดเด่นด้วยการผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับความแม่นยำทางเทคนิค จนทำให้เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ONZM ในปี 2001 และรางวัลความสำเร็จสูงสุดชั่วชีวิตจาก American Glass Art Society ในปี 2006

Content image

เส้นทางสู่การเป็นปรมาจารย์ด้านงานแก้ว

จุดเริ่มต้นของ Ann Robinson เริ่มขึ้นที่ Elam School of Fine Arts ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยเธอเริ่มต้นจากการศึกษาด้านประติมากรรมและมีความเชี่ยวชาญในการหล่อบรอนซ์ด้วยเทคนิค Lost-wax casting หรือ Cire perdue (กระบวนการหล่อแบบสูญขี้ผึ้ง) แม้เธอจะหยุดพักการเรียนไปนานถึง 15 ปี แต่เมื่อกลับมาศึกษาต่อในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เธอได้หันมาสนใจการเป่าแก้วและเริ่มทดลองนำเทคนิคการหล่อขี้ผึ้งที่เคยใช้กับโลหะมาประยุกต์ใช้กับแก้ว

หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1980 เธอได้ร่วมงานกับศิลปินแก้วชื่อดังอย่าง John Croucher และ Garry Nash ที่ Sunbeam Glass Works ในเมืองโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นช่วงเวลา 9 ปีที่เธอได้บ่มเพาะทักษะการเป่าแก้วควบคู่ไปกับการทดลองหล่อแก้ว จนกระทั่งในปี 1989 เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาเพื่อมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานหล่อแก้วเพียงอย่างเดียว

นวัตกรรมและการควบคุมความร้อนที่ท้าทาย

Ann Robinson ถือเป็นผู้บุกเบิกการนำเทคนิค Lost-wax casting มาใช้กับงานแก้วอย่างจริงจัง เธอใช้เวลาหลายปีในการวิจัยและทดลอง ซึ่งในช่วงแรกของการพัฒนา เธอต้องเผชิญกับความล้มเหลวอย่างหนักถึงขั้นที่ผลงานทุกชิ้นแตกสลายตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ความพยายามนำไปสู่ความสำเร็จในการควบคุมกระบวนการลดอุณหภูมิ (Cooling process) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด โดยชิ้นงานขนาดใหญ่บางชิ้นอาจต้องใช้เวลาในการทำให้เย็นลงนานถึง 3 สัปดาห์ หรือในบางกรณีอาจยาวนานถึง 2 เดือน โดยต้องวางไว้ในเตาเผาเพียงชิ้นเดียวเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่

สำหรับเทคนิคที่เธอพัฒนาขึ้นนั้น เป็นการดัดแปลงจากการหล่อบรอนซ์ โดยเริ่มจากการสร้างแม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์แล้วเติมขี้ผึ้งเหลวลงไป จากนั้นจึงนำแม่พิมพ์ปูนออกและหุ้มขี้ผึ้งด้วยวัสดุทนความร้อนก่อนนำเข้าเตาเผา เมื่อขี้ผึ้งถูกเผาจนละลายหายไป จะเกิดช่องว่างภายในซึ่งเธอจะเติมแก้วหลอมเหลวลงไปแทนที่

Content image

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติสู่รูปทรงเรขาคณิต

สภาพแวดล้อมมีผลอย่างมากต่อการออกแบบของ Robinson โดยเฉพาะเมื่อเธอย้ายไปอยู่ที่ชายหาด Karekare ทางฝั่งตะวันตกของโอ๊คแลนด์ ความงามของพืชท้องถิ่น เช่น ต้นนีกาว (Nīkau) และต้นแฟลกซ์ (Harakeke) ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจหลักในงานของเธอ ซึ่งเธอเปรียบเปรยว่าผลงานของเธอคือการ "บรรจุเสียงดนตรีของผืนป่า" ไว้ภายในแก้ว

ในช่วงแรก ผลงานของเธอมักอยู่ในรูปแบบของภาชนะ (Vessels) ซึ่งเธอมีความหลงใหลเป็นพิเศษ ต่อมาเธอได้ขยายขอบเขตไปสู่รูปทรงของฝักพืชท้องถิ่นขนาดใหญ่ และในนิทรรศการล่าสุดอย่าง Brim และ Capital งานของเธอได้พัฒนาไปสู่ความประณีตในเชิงเรขาคณิตมากขึ้น ซึ่งเธอระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอย้ายที่อยู่อาศัยจาก Karekare เข้าสู่เขตชานเมืองของโอ๊คแลนด์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: บุกเบิกเทคนิคการหล่อแก้วแบบ Lost-wax casting ในระดับสากล
  • ความท้าทาย: ชิ้นงานขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาลดอุณหภูมินานสูงสุดถึง 2 เดือน
  • แรงบันดาลใจ: ธรรมชาติของภูมิภาคแปซิฟิกและพืชท้องถิ่นของนิวซีแลนด์
  • การยอมรับ: ผลงานถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ เช่น Victoria and Albert Museum (อังกฤษ) และ Corning Museum of Glass (สหรัฐฯ)
  • บทบาททางสังคม: เป็นอาจารย์และวิทยากรพิเศษในสถาบันศิลปะแก้วระดับโลกหลายแห่ง
สรุปข้อมูลและเกียรติประวัติของ Ann Robinson
หัวข้อ รายละเอียด
ปีเกิด / สถานที่เกิด ค.ศ. 1944, เมืองโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์
การศึกษา Elam School of Fine Arts (วิชาเอกประติมากรรม)
รางวัลสำคัญ ONZM (2001), Lifetime Achievement Award (2006), Arts Foundation Laureate (2006)
เทคนิคหลัก Modified Lost-wax casting (การหล่อแก้วแบบสูญขี้ผึ้งดัดแปลง)
น้ำหนักผลงาน เคยสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 40-45 กก. ไปจนถึง 80 กก.
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

เทคนิค Lost-wax casting ในงานแก้วของ Ann Robinson คืออะไร?

คือกระบวนการสร้างรูปทรงด้วยขี้ผึ้งก่อน จากนั้นนำไปหุ้มด้วยวัสดุทนไฟแล้วเผาให้ขี้ผึ้งละลายออกจนเกิดเป็นช่องว่าง แล้วจึงเติมแก้วหลอมเหลวลงไปในช่องว่างนั้นเพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ออกแบบไว้

ทำไมงานหล่อแก้วของเธอถึงต้องใช้เวลานานในการผลิต?

เนื่องจากแก้วมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หากลดอุณหภูมิเร็วเกินไปแก้วจะแตก ดังนั้นชิ้นงานขนาดใหญ่จึงต้องใช้กระบวนการลดอุณหภูมิอย่างช้าๆ ในเตาเผา ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 2 เดือน

ธรรมชาติมีอิทธิพลต่อผลงานของเธออย่างไร?

ในช่วงที่อาศัยอยู่ที่ Karekare เธอได้รับแรงบันดาลใจจากพืชท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมของภูมิภาคแปซิฟิก ทำให้งานของเธอมีเส้นสายและลวดลายที่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวและจังหวะของธรรมชาติ

ผลงานของ Ann Robinson สามารถรับชมได้ที่ไหนบ้าง?

ผลงานของเธอถูกเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชันถาวรของพิพิธภัณฑ์ระดับโลกหลายแห่ง เช่น Museum of New Zealand Te Papa Tongarewa, National Gallery of Victoria ในออสเตรเลีย และ Stradtmuseum ในเยอรมนี