Anthony Rossomando จากมือกีตาร์พังก์ร็อกสู่ผู้สร้างสรรค์เพลงรางวัลออสการ์
หากพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จของบทเพลงระดับโลกหลายคนอาจไม่คุ้นชื่อของ Anthony Rossomando แต่นักดนตรีชาวอเมริกันผู้นี้คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในวงการเพลงพังก์ร็อก (Punk Rock) และการประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ระดับรางวัล ด้วยความสามารถที่หลากหลายตั้งแต่การเล่นกีตาร์ไปจนถึงการเขียนเพลงที่ครองใจคนทั่วโลก
Rossomando เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1976 ที่เมืองแฮมเดน รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เขาเริ่มต้นเส้นทางดนตรีด้วยความหลงใหลในแนวดนตรีทางเลือก โดยในช่วงแรกเขาได้ก่อตั้งวง The Damn Personals หลังจากตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในปีแรก ซึ่งวงนี้ได้สร้างชื่อเสียงผ่านการแสดงในคลับอินดี้หลายแห่งทั้งในบอสตัน โปรวิเดนซ์ และนิวยอร์ก รวมถึงเคยเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในสหราชอาณาจักรและยุโรปร่วมกับวง Cave In

ก้าวสำคัญสู่เวทีระดับโลกกับ The Libertines และ Dirty Pretty Things
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อเขาได้รู้จักกับ Carl Barât ผ่านการแนะนำของ Isaac Green จากค่าย Columbia Records ทำให้ Rossomando ได้รับโอกาสสำคัญในการเข้ามารับหน้าที่มือกีตาร์แทน Pete Doherty ในการทัวร์คอนเสิร์ตของวง The Libertines ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำไปสู่การแสดงในรายการชื่อดังอย่าง Top of the Pops และเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Reading และ Leeds
ความสัมพันธ์ทางดนตรีระหว่างเขากับ Barât พัฒนาขึ้นจนนำไปสู่การก่อตั้งวง Dirty Pretty Things ซึ่งเป็นวงดนตรีแนวโพสต์พังก์ (Post-punk) โดยในปี 2006 พวกเขาได้ปล่อยอัลบั้ม Waterloo To Anywhere ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนขึ้นถึงอันดับ 3 ของชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร และมีซิงเกิลฮิตอย่าง "Bang Bang You're Dead" ที่ทะยานขึ้นถึงอันดับ 4
นอกจากนี้ เขายังมีความสามารถรอบด้าน โดยเคยร่วมงานกับวงดนตรีอื่นๆ เช่น การเป่าทรัมเป็ตในเพลง "Set You Free" ของ Chisel, เพลง "We Are the Only Friends We Have" ของ Piebald และเพลง "The New Fellas" ของ The Cribs รวมถึงการเป็นสมาชิกชั่วคราวในคอนเสิร์ตของวง Klaxons ซึ่งเป็นวงแนว New Rave ของอังกฤษ
ความสำเร็จในโลกภาพยนตร์และรางวัลการันตีระดับสากล
นอกเหนือจากงานเพลงในสตูดิโอ Rossomando ยังก้าวเข้าสู่โลกของดนตรีประกอบภาพยนตร์ (Film Score) โดยผลงานชิ้นแรกของเขาคือ The Rime of the Modern Mariner ซึ่งเปิดตัวในปี 2011 ที่เทศกาลภาพยนตร์ East London และได้รับคำชมอย่างมากจากสื่อชั้นนำอย่าง The Times และ The Guardian
จุดสูงสุดในอาชีพการงานเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อเขาได้ร่วมเขียนเพลง "Shallow" ร่วมกับ Lady Gaga, Mark Ronson และ Andrew Wyatt สำหรับภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born เพลงนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกและกวาดรางวัลใหญ่มาครองมากมาย ทั้งรางวัล ออสการ์ (Academy Award), แกรมมี่ (Grammy Award) และ ลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ เขายังได้เขียนเพลง "Great Unknown" ให้กับวง X Ambassadors เพื่อใช้ในภาพยนตร์เรื่อง The Call of the Wild ของ Disney ที่นำแสดงโดย Harrison Ford อีกด้วย
| ประเภทผลงาน | ชื่อผลงาน / วงดนตรี | ความสำเร็จ / รางวัล |
|---|---|---|
| วงดนตรี | Dirty Pretty Things | อัลบั้ม Waterloo To Anywhere (อันดับ 3 UK Chart) |
| เพลงประกอบภาพยนตร์ | "Shallow" (A Star Is Born) | Oscar, Grammy, Golden Globe |
| เพลงประกอบภาพยนตร์ | "Great Unknown" (The Call of the Wild) | ผลงานร่วมกับ X Ambassadors |
| ดนตรีประกอบ | The Rime of the Modern Mariner | ได้รับคำชมจาก The Times และ The Guardian |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จุดเริ่มต้น: เริ่มต้นจากวงอินดี้ The Damn Personals ในบอสตัน
- บทบาทในวงการ: เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Dirty Pretty Things และเคยเป็นสมาชิกทัวร์ของ The Libertines
- ความสำเร็จสูงสุด: ร่วมเขียนเพลง "Shallow" ซึ่งชนะรางวัลออสการ์และแกรมมี่
- ความหลากหลาย: มีทักษะทั้งการเล่นกีตาร์, เป่าทรัมเป็ต และการประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์
- งานแสดง: เคยรับบทเป็น Pete Neon ในซีรีส์ The Mighty Boosh ซีซัน 3 ตอนแรก
คำถามที่พบบ่อย
Anthony Rossomando มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับวง The Libertines?
เขาเคยทำหน้าที่เป็นมือกีตาร์สนับสนุนในช่วงการทัวร์คอนเสิร์ตแทน Pete Doherty ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร รวมถึงการแสดงในเทศกาลดนตรี Reading และ Leeds
เพลง "Shallow" ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?
เพลง "Shallow" ได้รับรางวัลใหญ่ระดับโลก ได้แก่ รางวัลออสการ์ (Academy Award), รางวัลแกรมมี่ (Grammy Award), รางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) และรางวัลจาก Hollywood Music in Media Awards
เขามีผลงานด้านอื่นนอกเหนือจากการเป็นนักดนตรีหรือไม่?
เขามีผลงานด้านการประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ และเคยร่วมแสดงในซีรีส์เรื่อง The Mighty Boosh ในบทบาทของ Pete Neon
วง Dirty Pretty Things ประสบความสำเร็จเพียงใด?
วงประสบความสำเร็จอย่างมากในสหราชอาณาจักร โดยอัลบั้มแรก Waterloo To Anywhere สามารถขึ้นถึงอันดับ 3 ของชาร์ตเพลง และซิงเกิล "Bang Bang You're Dead" ขึ้นถึงอันดับ 4