Arminas Narbekovas ตำนานกองกลางผู้เป็น 'Golden Player' ของลิทัวเนีย
หากจะกล่าวถึงนักเตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของประเทศลิทัวเนีย ชื่อของ Arminas Narbekovas จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยทักษะการเล่นในตำแหน่ง Attacking Midfielder หรือกองกลางตัวรุกที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับการยกย่องจาก UEFA ให้เป็น Golden Player ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศลิทัวเนียเมื่อปี 2003
เส้นทางอาชีพและจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ
Narbekovas เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 1965 ณ เมือง Gargždai ในยุคที่ลิทัวเนียยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เขาเป็นลูกครึ่งที่มีพ่อเป็นชาวทาทาร์และแม่เป็นชาวลิทัวเนีย โดยเริ่มฉายแววความเป็นอัจฉริยะทางฟุตบอลตั้งแต่อายุ 18 ปี เมื่อได้ลงสนามเปิดตัวกับสโมสร Žalgiris Vilnius ซึ่งเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของลิทัวเนียในลีกสูงสุดของโซเวียต (Soviet Top League)
จุดสูงสุดในช่วงแรกเกิดขึ้นในปี 1987 เมื่อเขาสามารถทำประตูได้ถึง 16 ลูก จบอันดับสองของดาวซัลโวในลีก และพาทีมคว้าอันดับ 3 ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ส่งผลให้ Žalgiris ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการ UEFA Cup เป็นครั้งแรก แม้จะพ่ายแพ้ให้กับ Austria Vienna แต่เหตุการณ์นี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาได้ย้ายไปค้าแข้งในประเทศออสเตรียในปี 1990 หลังจากผ่านการเล่นช่วงสั้นๆ กับ Lokomotiv Moscow
การค้าแข้งในออสเตรียและเกียรติประวัติระดับสโมสร
หลังจากย้ายมายังออสเตรีย Narbekovas ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากกับสโมสร Austria Wien โดยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของออสเตรียได้ถึง 3 สมัย และแชมป์บอลถ้วย (Austrian Cup) อีก 2 สมัย ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม VfB Admira Wacker Mödling และสโมสรอื่นๆ ในระดับดิวิชันต่ำจนกระทั่งแขวนสตั๊ด
| สโมสร | จำนวนนัดที่ลงเล่น | จำนวนประตู |
|---|---|---|
| Žalgiris Vilnius | 155 | 51 |
| Austria Wien | 115 | 32 |
| VfB Admira Wacker Mödling | 70 | 13 |
| SV Weikersdorf | 23 | 9 |
เกียรติยศในนามทีมชาติและเหรียญทองโอลิมปิก
ในระดับนานาชาติ Narbekovas มีบทบาทสำคัญกับทั้งทีมชาติสหภาพโซเวียตและลิทัวเนีย เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสหภาพโซเวียตที่คว้า เหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกปี 1988 ที่กรุงโซล โดยทำได้ 2 ประตู รวมถึงประตูสำคัญในรอบรองชนะเลิศที่ช่วยให้เอาชนะทีมชาติอิตาลีไปได้ 3-2 นอกจากนี้เขายังคว้าเหรียญทองจากรายการ Summer Universiade (กีฬามหาวิทยาลัยโลก) ในปี 1987 พร้อมครองตำแหน่งดาวซัลโวของรายการอีกด้วย
สำหรับทีมชาติลิทัวเนีย เขาได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงสนามในนัดแรกของประเทศที่เพิ่งประกาศเอกราชเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1990 ในเกมที่พบกับจอร์เจีย และเป็นผู้ทำประตูแรกให้กับทีมชาติลิทัวเนีย อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เขาลงเล่นให้ทีมชาติได้เพียง 13 นัด และทำได้ 4 ประตู
บทบาทหลังแขวนสตั๊ดและการเป็นผู้จัดการทีม
หลังเลิกเล่นฟุตบอล Narbekovas ได้ผันตัวเข้าสู่สายงานบริหารและคุมทีม โดยเริ่มจากการเป็นผู้จัดการทีมที่ SV Weikersdorf และกลับไปคุม Žalgiris Vilnius รวมถึงเคยรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติลิทัวเนียในช่วงปี 2010-2012 และคุมทีมชาติลิทัวเนียรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี (U-21) ในช่วงปี 2013-2015
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถานะสูงสุด: ได้รับเลือกเป็น Golden Player ของลิทัวเนียโดย UEFA (นักเตะยอดเยี่ยมในรอบ 50 ปี)
- ความสำเร็จโอลิมปิก: คว้าเหรียญทองฟุตบอลชาย โอลิมปิกปี 1988 ร่วมกับสหภาพโซเวียต
- สถิติทีมชาติ: ผู้ทำประตูแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติลิทัวเนีย
- รางวัลส่วนตัว: ได้รับเลือกเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของลิทัวเนีย 4 ปีซ้อน (1985-1988)
คำถามที่พบบ่อย
Arminas Narbekovas เล่นตำแหน่งอะไร?
เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก (Attacking Midfielder) ซึ่งมีหน้าที่สร้างสรรค์เกมและทำประตู
ทำไมเขาถึงได้รับรางวัล Golden Player?
เป็นรางวัลจาก UEFA เพื่อฉลองวาระครบรอบ โดยคัดเลือกนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแต่ละประเทศในรอบ 50 ปี ซึ่ง Narbekovas ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดของลิทัวเนียในยุคนั้น
เขามีส่วนร่วมอย่างไรกับทีมชาติลิทัวเนีย?
เขาเป็นนักเตะชุดแรกที่ลงเล่นให้ทีมชาติลิทัวเนียหลังได้รับเอกราช และเป็นผู้ทำประตูแรกให้กับประเทศในนัดที่พบกับจอร์เจีย
ความสำเร็จสูงสุดในระดับสโมสรของเขาคืออะไร?
การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของออสเตรีย (Austrian Football Bundesliga) 3 สมัย และแชมป์ Austrian Cup 2 สมัย ขณะค้าแข้งกับสโมสร Austria Wien
หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลเขาทำอะไร?
เขาเข้าสู่เส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมและโค้ช โดยคุมทีมหลายสโมสรในลิทัวเนียและออสเตรีย รวมถึงเป็นโค้ชทีมชาติลิทัวเนียชุด U-21 และผู้ช่วยโค้ชทีมชาติชุดใหญ่