Arnie Mausser ตำนานผู้รักษาประตูผู้บุกเบิกวงการฟุตบอลสหรัฐอเมริกา
ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา ชื่อของ Arnie Mausser (อาร์นี มอสเซอร์) ถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้เล่นที่มีทักษะโดดเด่น แต่ยังเป็น Trailblazer หรือผู้บุกเบิกที่วางรากฐานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รักษาประตูรุ่นหลังระดับโลกอย่าง Kasey Keller, Tim Howard และ Brad Friedel
จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพ
มอสเซอร์เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1954 ที่ย่านควีนส์ นิวยอร์ก ในวัยเด็กเขาหลงใหลในกีฬาหลายประเภทโดยเฉพาะบาสเกตบอล แต่ด้วยสรีระที่สูงใหญ่ถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว ทำให้เขาถูกผลักดันให้มาเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูตั้งแต่ชั้นเกรด 8 โดยเขาเริ่มต้นฝึกฝนทักษะกับทีม Blau-Weiss Gottschee ในย่านริดจ์วูด และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Brooklyn Technical High School
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1974 เมื่อเขาเซ็นสัญญากับทีม Rhode Island Oceaneers ในลีก ASL (American Soccer League) ซึ่งเป็นลีกอาชีพในสหรัฐฯ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ลีกที่ใหญ่กว่าอย่าง NASL (North American Soccer League) ในปีถัดมา
ความสำเร็จในระดับสโมสรและฉายา "ทหารรับจ้าง"
มอสเซอร์สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วกับทีม Hartford Bicentennials ในปี 1975 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Tampa Bay Rowdies ซึ่งที่นี่เขาได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ในร่ม (Indoor) ปี 1976 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันกลางแจ้ง โดยสามารถรักษาคลีนชีต (Shutout - การไม่เสียประตูเลยในเกมนั้น) ได้ถึง 6 นัด จาก 24 เกม ส่งผลให้เขาได้รับเลือกเป็น NASL All Star ทีมชุดแรก และคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของอเมริกาเหนือ
อย่างไรก็ตาม ตลอดอาชีพการค้าแข้งของเขา มอสเซอร์มีประวัติการย้ายทีมบ่อยครั้ง โดยผ่านทีมดังใน NASL ถึง 8 ทีม เช่น Vancouver Whitecaps, Colorado Caribous และ Fort Lauderdale Strikers การย้ายทีมบ่อยครั้งนี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น "ทหารรับจ้าง" เนื่องจากมักจะย้ายไปร่วมทีมที่เสนอค่าตอบแทนที่ดีที่สุด แม้ว่าในบางครั้งการย้ายทีมจะเกิดจากการตัดสินใจของโค้ชก็ตาม
| ช่วงปี | ทีมที่สังกัด | ประเภทการแข่งขัน | จำนวนนัดที่ลงเล่น |
|---|---|---|---|
| 1975 | Hartford Bicentennials | กลางแจ้ง | 22 |
| 1976 | Tampa Bay Rowdies | กลางแจ้ง | 24 |
| 1977 | Vancouver Whitecaps | กลางแจ้ง | 26 |
| 1978 | Colorado Caribous | กลางแจ้ง | 28 |
| 1979–1980 | Fort Lauderdale Strikers | กลางแจ้ง | 36 |
| 1981–1982 | Jacksonville Tea Men | กลางแจ้ง | 50 |
| 1984 | Tampa Bay Rowdies | กลางแจ้ง | 23 |
บทบาทในทีมชาติสหรัฐอเมริกาและเหตุการณ์พลิกผัน
ในระดับนานาชาติ มอสเซอร์เป็นกำลังหลักของทีมชาติสหรัฐฯ ระหว่างปี 1975 ถึง 1985 โดยลงสนามไปทั้งหมด 35 นัด และมีส่วนร่วมในการคัดเลือกฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง เขาสร้างสถิติรักษาคลีนชีตได้ถึง 10 นัดในนามทีมชาติ
แต่ชีวิตนักกีฬาของเขาก็มีจุดด่างพร้อยครั้งใหญ่ในปี 1985 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 1986 นัดสำคัญที่พบกับคอสตาริกา มอสเซอร์เกิดข้อผิดพลาดในการชกบอลที่ควรจะรับได้ถนัด ทำให้ลูกบอลตกไปเข้าทาง Evaristo Coronado ที่ยิงประตูได้สำเร็จ ส่งผลให้สหรัฐฯ ตกรอบคัดเลือกทันที เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติสหรัฐฯ
แม้จะผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว เขายังคงมีชื่ออยู่ในทีมชาติจนถึงฟุตบอลโลกปี 1990 แม้จะไม่ได้ลงสนาม เนื่องจากทีมเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปเน้นผู้เล่นสายเลือดใหม่มากกว่าผู้เล่นประสบการณ์สูง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สรีระโดดเด่น: สูง 6 ฟุต 5 นิ้ว ใช้มือขวาในการขว้างบอล แต่ถนัดใช้เท้าซ้ายในการเตะ
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ National Soccer Hall of Fame ในปี 2003
- ความสำเร็จรายบุคคล: เคยได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของอเมริกาเหนือในปี 1976
- ประสบการณ์หลากหลาย: เล่นทั้งฟุตบอลกลางแจ้งและฟุตบอลในร่ม (Indoor Soccer) ตลอดอาชีพการค้าแข้ง
คำถามที่พบบ่อย
Arnie Mausser มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการฟุตบอลสหรัฐฯ?
เขาเป็นผู้รักษาประตูระดับบุกเบิกที่พิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นระดับสูง และเป็นต้นแบบให้กับผู้รักษาประตูชื่อดังของสหรัฐฯ ในยุคต่อมา
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "ทหารรับจ้าง"?
เนื่องจากเขามีประวัติการย้ายสโมสรบ่อยครั้ง โดยเปลี่ยนทีมบ่อยในลีก NASL ซึ่งทำให้ถูกมองว่าย้ายทีมตามข้อเสนอค่าจ้างที่สูงกว่า
ข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขาคืออะไร?
คือการชกบอลพลาดในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 1986 นัดที่พบกับคอสตาริกา ซึ่งส่งผลให้ทีมชาติสหรัฐฯ ตกรอบคัดเลือก
เขาเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่อไหร่?
มอสเซอร์แขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี 1992 หลังจากกลับไปเล่นให้กับทีม Fort Lauderdale Strikers เป็นครั้งสุดท้าย