← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Avril Haines ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Avril Haines ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ

Avril Haines ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ Avril Haines คือนักกฎหมายชาวอเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการข…

Avril Hainesผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติCIAความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ

Avril Haines ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ

Avril Haines คือนักกฎหมายชาวอเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (Director of National Intelligence - DNI) ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เธอเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงความมั่นคงระดับสูงของสหรัฐฯ โดยมีประสบการณ์การทำงานที่ครอบคลุมทั้งในหน่วยงานข่าวกรองและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับประเทศ

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษาที่หลากหลาย

Haines เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1969 ที่นครนิวยอร์ก เติบโตมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางวิชาการ โดยบิดาของเธอเป็นนักชีวเคมีผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ CUNY ชีวิตในวัยเด็กของเธอต้องเผชิญกับความสูญเสียเมื่อมารดาเสียชีวิตลงขณะที่เธออายุเพียง 15 ปี ซึ่งเธอและบิดาได้ช่วยกันดูแลมารดาอย่างใกล้ชิดในช่วงวาระสุดท้าย

ด้านการศึกษา Haines มีความสนใจที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง เธอเคยเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อศึกษาศิลปะการต่อสู้ยูโดที่สถาบัน Kodokan ในโตเกียว ก่อนจะเข้าศึกษาต่อด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งในช่วงนั้นเธอเคยทำงานพาร์ทไทม์เป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์รถยนต์ด้วย หลังจากจบปริญญาตรีในปี 1992 เธอได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ แต่ต่อมาได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิต

ในช่วงหนึ่ง Haines และสามี (David Davighi) ได้ร่วมกันเปิดร้านหนังสืออิสระและคาเฟ่ชื่อ Adrian's Book Cafe ในย่าน Fell's Point เมืองบอลทิมอร์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ล่วงลับ ซึ่งร้านแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางวรรณกรรมและได้รับรางวัลร้านหนังสืออิสระยอดเยี่ยมในปี 1997 ก่อนที่เธอจะหันกลับมาศึกษาด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย (J.D.) ในปี 2001

Content image

บทบาทในรัฐบาลโอบามาและ CIA

Haines เริ่มต้นอาชีพในภาครัฐด้วยงานด้านกฎหมายในระดับนานาชาติและกระทรวงการต่างประเทศ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญในรัฐบาลของบารัก โอบามา โดยเธอได้รับแต่งตั้งเป็น รองผู้อำนวยการสำนักงานกลางข่าวกรอง (Deputy Director of the CIA) ในปี 2013 ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้

นอกจากงานใน CIA แล้ว เธอยังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (Deputy National Security Advisor) ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งนี้เช่นกัน โดยเธอมีบทบาทสำคัญในการจัดการวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมถึงการรับมือกับการรั่วไหลของอีเมลคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตในปี 2016

Content image

ประเด็นถกเถียงเรื่องการโจมตีด้วยโดรน

หนึ่งในบทบาทที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดของ Haines คือการร่วมกำหนดนโยบาย การสังหารแบบเจาะจง (Targeted Killings) โดยใช้โดรนในประเทศโซมาเลีย เยเมน และปากีสถาน เธอเป็นผู้วางกรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติสำหรับการโจมตี ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนอย่าง ACLU มองว่านโยบายนี้ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล และอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์

การดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (2021–2025)

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เสนอชื่อ Haines ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) และเธอได้รับการรับรองจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียง 84 ต่อ 10 ในวันที่ 20 มกราคม 2021 โดยเธอเป็นผู้ถูกเสนอชื่อคนแรกของรัฐบาลไบเดนที่ได้รับการรับรอง

Content image

ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง Haines ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในหลายประเด็น เช่น การระบุว่าการทรมานเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและไร้มนุษยธรรม รวมถึงการนิยามความสัมพันธ์กับจีนว่ามีความเป็น คู่แข่ง (Adversary) ในบางประเด็น แต่ยังคงแสวงหาความร่วมมือในเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้เธอยังให้ความสำคัญกับการประเมินภัยคุกคามภายในประเทศ เช่น ทฤษฎีสมคบคิด QAnon

ตลอดวาระการทำงาน เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมถึงเหรียญข่าวกรองออสเตรเลีย (Australian Intelligence Medal) และรางวัล Women for Peace and Security จากสมัชชารัฐสภา NATO ก่อนจะสิ้นสุดวาระในวันที่ 20 มกราคม 2025

Content image

การกลับสู่ภาคเอกชนและบทบาทใหม่

หลังจากพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาล Haines ได้รับการประกาศในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งประธานของ Carnegie Endowment for International Peace ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านสันติภาพและนโยบายระหว่างประเทศระดับโลก โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนกันยายน 2026 ต่อจากผู้พิพากษา Mariano-Florentino Cuéllar

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติประวัติศาสตร์: เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งทั้ง DNI, รองผู้อำนวยการ CIA และรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ
  • การศึกษา: จบปริญญาตรีด้านฟิสิกส์ (University of Chicago) และปริญญาเอกด้านกฎหมาย (Georgetown University)
  • ประสบการณ์หลากหลาย: เคยเป็นเจ้าของร้านหนังสืออิสระและคาเฟ่ในบอลทิมอร์ก่อนเข้าสู่สายงานกฎหมายความมั่นคง
  • บทบาทสำคัญ: วางกรอบกฎหมายสำหรับการใช้โดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารในต่างแดน
สรุปประวัติการดำรงตำแหน่งสำคัญของ Avril Haines
ตำแหน่ง ช่วงเวลา ภายใต้ประธานาธิบดี
รองผู้อำนวยการ CIA 2013 – 2015 บารัก โอบามา
รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ 2015 – 2017 บารัก โอบามา
ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) 2021 – 2025 โจ ไบเดน
ประธาน Carnegie Endowment for International Peace เริ่ม ก.ย. 2026 -
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Avril Haines มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ?

เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในสายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ คือ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) และยังเคยเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ CIA และรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย

พื้นฐานการศึกษาก่อนเข้าสู่สายงานความมั่นคงของเธอเป็นอย่างไร?

เธอเริ่มต้นจากการศึกษาด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และเกือบจะศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ที่จอห์นส์ ฮอปกินส์ ก่อนจะเปลี่ยนสายงานมาศึกษาด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในอาชีพของเธอคืออะไร?

คือการมีส่วนร่วมในการสร้างกรอบกฎหมายและนโยบายการใช้โดรนสังหารเป้าหมายในต่างประเทศ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต

มุมมองของเธอต่อประเทศจีนในฐานะ DNI เป็นอย่างไร?

เธอมองว่าจีนเป็นคู่แข่งในหลายประเด็นและพร้อมที่จะตอบโต้การกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมอย่างเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่าสหรัฐฯ ควรได้รับความร่วมมือจากจีนในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลก

หลังจากพ้นตำแหน่ง DNI เธอไปทำอะไรต่อ?

เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของ Carnegie Endowment for International Peace ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านสันติภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีกำหนดเริ่มงานในเดือนกันยายน 2026