← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Barbara Fredrickson กับทฤษฎีการขยายและสร้างทรัพยากรทางอารมณ์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Barbara Fredrickson กับทฤษฎีการขยายและสร้างทรัพยากรทางอารมณ์

Barbara Fredrickson กับทฤษฎีการขยายและสร้างทรัพยากรทางอารมณ์ ในโลกของจิตวิทยาสังคม Barbara Fredrickson เป็นชื่อที่โดดเด่นในฐานะศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้ทรงคุณวุฒิจาก Uni…

Barbara FredricksonจิตวิทยาเชิงบวกBroaden-and-build theoryอารมณ์เชิงบวก

Barbara Fredrickson กับทฤษฎีการขยายและสร้างทรัพยากรทางอารมณ์

ในโลกของจิตวิทยาสังคม Barbara Fredrickson เป็นชื่อที่โดดเด่นในฐานะศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้ทรงคุณวุฒิจาก University of North Carolina at Chapel Hill และหัวหน้าห้องปฏิบัติการ Positive Emotions and Psychophysiology Lab (PEPLab) ผลงานของเธอได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ จิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่า อารมณ์ด้านบวกมีประโยชน์ต่อการอยู่รอดของมนุษย์อย่างไรในเชิงวิวัฒนาการ

Content image

ทฤษฎี Broaden-and-Build: พลังของอารมณ์เชิงบวก

โดยปกติแล้ว อารมณ์เชิงลบ เช่น ความกลัวหรือความโกรธ จะมี แนวโน้มการกระทำเฉพาะเจาะจง (Specific-action tendencies) ที่ชัดเจนเพื่อการเอาตัวรอด เช่น ความกลัวกระตุ้นให้หนี หรือความโกรธกระตุ้นให้ต่อสู้ แต่สำหรับอารมณ์เชิงบวกอย่าง ความสุข ความสงบ หรือความกตัญญู กลับไม่มีรูปแบบการตอบสนองที่ชัดเจนเท่า

Fredrickson จึงได้นำเสนอ ทฤษฎีการขยายและสร้าง (Broaden-and-Build Theory) ซึ่งอธิบายว่าอารมณ์เชิงบวกไม่ได้มีไว้เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตในทันที แต่ทำหน้าที่ "ขยาย" ขอบเขตความคิดและการกระทำของมนุษย์ให้กว้างขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสำรวจและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป การกระทำเหล่านี้จะ "สร้าง" ทรัพยากรที่มีค่าในระยะยาว ทั้งในด้านสติปัญญา ความสัมพันธ์ทางสังคม และความแข็งแกร่งทางจิตใจ

ปรากฏการณ์ Undoing Effect และการฟื้นฟูร่างกาย

หนึ่งในงานวิจัยที่น่าสนใจของ Fredrickson คือการศึกษาเรื่อง Undoing Effect หรือผลของการลบล้าง ซึ่งระบุว่าอารมณ์เชิงบวกสามารถช่วยลดผลกระทบทางสรีรวิทยาที่เกิดจากความเครียดได้ เมื่อมนุษย์เผชิญความเครียด ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งหากไม่ได้รับการฟื้นฟูอาจนำไปสู่โรคหัวใจและปัญหาสุขภาพร้ายแรง

ผลการทดลองพบว่า ผู้ที่ได้รับสิ่งกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เชิงบวกหลังจากเผชิญความเครียด จะสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ (Physiological baseline) ได้รวดเร็วกว่าผู้ที่มีอารมณ์เป็นกลางหรืออารมณ์เชิงลบ ซึ่งพิสูจน์ว่าอารมณ์เชิงบวกมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลระบบหัวใจและหลอดเลือด

ข้อถกเถียงเรื่องอัตราส่วนความสุข (Positivity Ratio)

Fredrickson เคยร่วมงานกับ Marcial Losada ในการนำเสนอแนวคิดเรื่อง อัตราส่วนอารมณ์เชิงบวกต่อเชิงลบ โดยอ้างว่ามีตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าบุคคลนั้นจะมีความเจริญงอกงามในชีวิตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักวิชาการ เช่น Nicholas Brown และ Alan Sokal ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดร้ายแรงในการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์

ในเวลาต่อมา Fredrickson ได้ยอมรับว่าแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ดังกล่าวมีปัญหา และได้มีการถอนงานวิจัยชิ้นนั้นออกอย่างเป็นทางการ แม้เธอจะยังคงเชื่อว่าการมีอารมณ์เชิงบวกในสัดส่วนที่สูงนั้นส่งผลดีต่อชีวิต แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของตัวเลขตายตัวตามที่เคยนำเสนอ

การศึกษาด้านอื่นๆ และการฝึกจิต

ทฤษฎีการทำให้เป็นวัตถุ (Objectification Theory)

ก่อนจะมุ่งเน้นเรื่องอารมณ์เชิงบวก Fredrickson ได้ศึกษาเรื่อง ทฤษฎีการทำให้เป็นวัตถุ ซึ่งพบว่าเมื่อผู้หญิงถูกกระตุ้นให้สนใจแต่รูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง (Self-objectification) จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำโจทย์คณิตศาสตร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากเป็นการรับเอาสายตาของคนนอกมาตัดสินคุณค่าของตนเอง

การทำสมาธิแบบเมตตา (Loving-Kindness Meditation)

เพื่อทดสอบสมมติฐานการสร้างทรัพยากรทางจิตใจ Fredrickson ได้ศึกษาการฝึก การทำสมาธิแบบเมตตา (LKM) ซึ่งเป็นแนวทางพุทธศาสนา ผลการวิจัยระบุว่าการฝึก LKM ช่วยเพิ่มอารมณ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ความพึงพอใจในชีวิตเพิ่มขึ้น ลดอาการซึมเศร้า และส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้ดีขึ้นผ่านการสร้างความเชื่อมโยงทางสังคม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Barbara Fredrickson: ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านอารมณ์และจิตวิทยาเชิงบวก
  • Broaden-and-Build Theory: แนวคิดที่ว่าอารมณ์บวกช่วยขยายการรับรู้และสร้างทรัพยากรชีวิตระยะยาว
  • Undoing Effect: ความสามารถของอารมณ์เชิงบวกในการลดผลกระทบทางกายภาพจากความเครียด
  • LKM: การทำสมาธิแบบเมตตาที่ช่วยเพิ่มความสุขและสุขภาพกาย
  • การแก้ไขข้อมูล: มีการถอนงานวิจัยเรื่องอัตราส่วนความสุข (Positivity Ratio) เนื่องจากข้อผิดพลาดทางคณิตศาสตร์
สรุปความสำเร็จและรางวัลของ Barbara Fredrickson
ปีที่ได้รับ รางวัล / ความสำเร็จ หน่วยงานที่มอบ
2000 Templeton Prize in Positive Psychology American Psychological Association
2008 Career Trajectory Award Society of Experimental Social Psychology
2013 Christopher Peterson Gold Medal (Inaugural Award)
2017 TANG Foundation's Prize for Psychology TANG Foundation
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทฤษฎี Broaden-and-Build แตกต่างจากความสุขทั่วไปอย่างไร?

ความสุขทั่วไปอาจถูกมองว่าเป็นเพียงความรู้สึกดีชั่วคราว แต่ทฤษฎีนี้มองว่าอารมณ์เชิงบวกเป็นเครื่องมือทางวิวัฒนาการที่ช่วยให้มนุษย์พัฒนาทักษะ ความรู้ และสายสัมพันธ์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่นำไปใช้แก้ปัญหาในอนาคตได้

Undoing Effect ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ?

เมื่อเราเครียด ร่างกายจะตื่นตัวสูง (เช่น หัวใจเต้นเร็ว) การได้รับอารมณ์เชิงบวก เช่น การหัวเราะหรือความรู้สึกขอบคุณ จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายผ่อนคลายและกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วกว่าการปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ

ทำไมงานวิจัยเรื่อง Positivity Ratio ถึงถูกวิจารณ์?

เพราะมีการนำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จากเรื่องพลศาสตร์ของไหล (Fluid Dynamics) มาใช้กับอารมณ์มนุษย์อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ตัวเลขสัดส่วน 3:1 ที่เคยนำเสนอไม่มีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์

การทำสมาธิแบบเมตตา (LKM) ช่วยเรื่องสุขภาพได้อย่างไร?

LKM ช่วยเพิ่มอารมณ์เชิงบวกและความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น ซึ่งส่งผลดีต่อระบบประสาทอัตโนมัติและสุขภาพของหัวใจ ลดความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง

การทำให้เป็นวัตถุ (Objectification) ส่งผลเสียต่อผู้หญิงอย่างไร?

ทำให้ผู้หญิงมองตัวเองผ่านสายตาคนอื่นมากกว่าความรู้สึกภายใน ซึ่งนำไปสู่การลดทอนความสามารถทางสติปัญญาในบางสถานการณ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต