Bartholomäus Kalb นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลด้านการคลังของเยอรมนี
Bartholomäus Kalb เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของประเทศเยอรมนี โดยสังกัดพรรค CSU (Christian Social Union in Bavaria) หรือสหภาพสังคมคริสเตียนในบาวาเรีย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีบทบาทสูงในรัฐบาวาเรีย เขาเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1949 ณ เมือง Mamming ประเทศเยอรมนีตะวันตก และได้อุทิศตนให้กับการทำงานด้านการบริหารและการคลังมาอย่างยาวนาน

เส้นทางการเมืองจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศ
เส้นทางสายการเมืองของ Kalb เริ่มต้นขึ้นในปี 1972 เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมือง Künzing และได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีของเทศบาลแห่งนี้ในช่วงปี 1978 ถึง 2002 นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นสมาชิกของ Landtag (สภาผู้แทนราษฎรประจำรัฐ) ของบาวาเรีย ระหว่างปี 1978 ถึง 1986 ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติ
ในช่วงปี 1987 ถึง 2017 Kalb ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในเขตเลือกตั้ง Deggendorf ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิก Bundestag (สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี) ซึ่งเป็นสภาสูงสุดในระดับประเทศ โดยเขาได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเงินทำงานในคณะกรรมการสำคัญหลายชุด เช่น คณะกรรมการงบประมาณ, คณะกรรมการตรวจสอบ (ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการของงบประมาณ), และเป็นสมาชิกสำรองในคณะกรรมการการเงิน รวมถึงมีบทบาทในหน่วยงานให้ทุนสนับสนุนของรัฐบาลกลาง
บทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านนโยบายการเงิน Kalb จึงได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรค CDU/CSU ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมหลายครั้ง ครั้งแรกในปี 2009 ในการเจรจาระหว่างพรรค CDU/CSU และพรรค FDP โดยเขาอยู่ในคณะทำงานด้านภาษีและการเงินภายใต้การนำของ Thomas de Maizière และ Hermann Otto Solms
ต่อมาภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2013 เขาได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมขนาดใหญ่ (Grand Coalition) ระหว่างพรรค CDU/CSU และพรรค SPD โดยครั้งนี้เขาอยู่ในคณะทำงานด้านนโยบายการเงินและงบประมาณแห่งชาติ ซึ่งนำโดย Wolfgang Schäuble และ Olaf Scholz
การดำรงตำแหน่งในองค์กรบริหารและสถาบันการเงิน
นอกเหนือจากงานในสภา Kalb ยังมีบทบาทในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาในองค์กรระดับสูงหลายแห่ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ดังนี้:
- BaFin (หน่วยงานกำกับดูแลการเงินกลางของเยอรมนี): สมาชิกสภาบริหาร (2002–2017)
- KfW (ธนาคารเพื่อการพัฒนาของเยอรมนี): สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแล (ตั้งแต่ปี 2003)
- Sparkasse Deggendorf (ธนาคารออมสินท้องถิ่น): สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแล (ตั้งแต่ปี 1998)
- VIFG (บริษัทจัดหาเงินทุนโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งเยอรมัน): สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแล (ตั้งแต่ปี 2009)
- Ifo Institute (สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo): สมาชิกคณะกรรมการมูลนิธิ (ตั้งแต่ปี 1998)
- SOG (สมาคมยุโรปตะวันออกเฉียงใต้): รองประธาน (1998–2006)
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สังกัดพรรค: CSU (Christian Social Union in Bavaria)
- วาระใน Bundestag: ดำรงตำแหน่งยาวนาน 30 ปี (1987–2017)
- ความเชี่ยวชาญ: นโยบายการคลัง, งบประมาณแผ่นดิน และการกำกับดูแลการเงิน
- จุดยืนทางสังคม: คัดค้านการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในเยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายน 2017
- ชีวิตส่วนตัว: นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สมรสแล้วและมีบุตร 2 คน
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง / บทบาท | หน่วยงาน / องค์กร |
|---|---|---|
| 1972 | สมาชิกสภาเทศบาล | เมือง Künzing |
| 1978 – 2002 | รองนายกเทศมนตรี | เทศบาลเมือง Künzing |
| 1978 – 1986 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำรัฐ | Landtag of Bavaria |
| 1987 – 2017 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับประเทศ | Bundestag |
| 2002 – 2017 | สมาชิกสภาบริหาร | BaFin |
คำถามที่พบบ่อย
Bartholomäus Kalb มีบทบาทเด่นที่สุดในด้านใด?
เขามีบทบาทโดดเด่นที่สุดในด้านการบริหารงบประมาณและการเงินของรัฐบาลกลางเยอรมนี โดยเป็นสมาชิกคนสำคัญของคณะกรรมการงบประมาณใน Bundestag และมีส่วนร่วมในการเจรจานโยบายการคลังเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมหลายสมัย
เขาดำรงตำแหน่งใน Bundestag นานเท่าใด?
เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) เป็นเวลาทั้งหมด 30 ปี ตั้งแต่ปี 1987 จนถึงปี 2017 โดยได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากเขตเลือกตั้ง Deggendorf
จุดยืนของเขาต่อเรื่องสมรสเท่าเทียมเป็นอย่างไร?
ในเดือนมิถุนายน 2017 Bartholomäus Kalb ได้ลงคะแนนเสียงคัดค้านการนำระบบสมรสเท่าเทียมมาใช้ในประเทศเยอรมนี
เขามีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใดบ้าง?
เขามีตำแหน่งในองค์กรการเงินระดับสูงหลายแห่ง เช่น เป็นสมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลของธนาคาร KfW และ Sparkasse Deggendorf รวมถึงเคยเป็นสมาชิกสภาบริหารของ BaFin ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของเยอรมนี
เขาเริ่มต้นเส้นทางการเมืองจากที่ไหน?
เขาเริ่มต้นการเมืองในระดับท้องถิ่น โดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมือง Künzing ในปี 1972 และต่อมาได้เป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองดังกล่าว