Bengie Molina ตำนานแคตเชอร์ผู้คว้าแชมป์ World Series และเจ้าของรางวัล Gold Glove
ในโลกของเบสบอลระดับเมเจอร์ลีก (MLB) ตำแหน่ง แคตเชอร์ (Catcher) หรือผู้รับลูกหลังโฮมเพลท ถือเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและไหวพริบในการคุมเกม ซึ่ง Bengie Molina คือหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งนี้ โดยเขาไม่เพียงแต่มีทักษะการตีที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นที่ยอมรับในด้านการป้องกันที่ไร้ที่ติ
โมลิน่าเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีม Anaheim Angels ในปี 1998 แม้ในช่วงแรกจะได้รับโอกาสลงสนามเพียงไม่กี่นัด แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแคตเชอร์ตัวจริงของทีมในปี 2000 และกลายเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์ World Series ในปี 2002 หลังจากเอาชนะทีม San Francisco Giants ในเกมตัดสินนัดที่ 7

ความสำเร็จและจุดสูงสุดในอาชีพการเล่น
จุดเด่นที่ทำให้โมลิน่ากลายเป็นตำนานคือความสามารถในการสกัดกั้นผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่พยายามขโมยเบส โดยในปี 2002 และ 2003 เขาได้รับรางวัล Gold Glove Award ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่มีทักษะการป้องกันดีที่สุดในลีก โดยเขาสามารถทำสถิติขว้างสกัดผู้ขโมยเบสได้สูงที่สุดในบรรดาแคตเชอร์ของ American League (AL)
ในปี 2005 โมลิน่าสร้างผลงานการตีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพ โดยทำค่าเฉลี่ยการตี (Batting Average) ได้สูงถึง .295 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับสองในกลุ่มแคตเชอร์ของ AL รองจาก Víctor Martínez เท่านั้น นอกจากนี้เขายังโชว์ฟอร์มดุเดือดในรอบเพลย์ออฟ โดยการหวดโฮมรันใน 3 เกมแรกของการแข่งขัน ALDS กับทีม New York Yankees

การย้ายทีมและการสร้างประวัติศาสตร์กับ Giants และ Rangers
หลังจากจบฤดูกาล 2006 โมลิน่าย้ายไปร่วมทีม San Francisco Giants ด้วยสัญญา 3 ปี มูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้ามาแทนที่ Mike Matheny ที่ต้องรีไทร์เนื่องจากอาการบาดเจ็บทางสมอง ในช่วงเวลาที่อยู่กับ Giants เขาถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแคตเชอร์ที่มีเกมบุกดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม โดยทำสถิติ RBI (Runs Batted In - การตีที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมทำแต้มได้) สูงที่สุดในรอบ 3 ปีของแคตเชอร์ทีม Giants

ในช่วงท้ายของอาชีพในปี 2010 โมลิน่าย้ายไปร่วมทีม Texas Rangers และมีบทบาทสำคัญในการพาทีมเข้าสู่ World Series เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ความน่าสนใจคือในปีนั้นทั้งทีม Giants (ทีมเก่า) และ Rangers (ทีมปัจจุบัน) ต่างผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทำให้โมลิน่ากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ MLB ที่ได้สังกัดทั้งสองทีมที่แข่ง World Series ในปีเดียวกัน ซึ่งการันตีว่าเขาจะได้รับแหวนแชมป์ไม่ว่าทีมใดจะเป็นผู้ชนะก็ตาม

บทบาทหลังการแขวนถุงมือ
หลังจากประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2012 โมลิน่าไม่ได้ทิ้งวงการเบสบอล แต่ได้ผันตัวมาเป็นโค้ช โดยร่วมงานกับทีม St. Louis Cardinals ในปี 2013 และ Texas Rangers ในปี 2014 นอกจากนี้เขายังใช้ความสามารถด้านภาษาในการเป็นผู้บรรยายเกม (Color Commentator) ภาคภาษาสเปนให้กับทางวิทยุของทีม Cardinals อีกด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: แคตเชอร์ (Catcher) ถนัดตีขวาและขว้างขวา
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ World Series ปี 2002 และรางวัล Gold Glove 2 สมัย (2002, 2003)
- สถิติรวม: หวดโฮมรันได้ 144 ครั้ง และทำ RBI ได้ทั้งหมด 711 ครั้ง ตลอดอาชีพ
- เกียรติประวัติพิเศษ: เป็นผู้เล่นคนที่ 6 ที่สังกัดทั้งสองทีมที่เข้าชิง World Series ในปีเดียวกัน (2010)
| หัวข้อ | รายละเอียด / สถิติ |
|---|---|
| วันเกิด | 20 กรกฎาคม 1974 (ริโอ ปิเอดราส, เปอร์โตริโก) |
| ค่าเฉลี่ยการตี (Batting Average) | .274 |
| จำนวนโฮมรัน (Home Runs) | 144 |
| จำนวน RBI | 711 |
| ทีมที่เคยสังกัด (ผู้เล่น) | Angels, Blue Jays, Giants, Rangers |
| ทีมที่เคยสังกัด (โค้ช) | Cardinals, Rangers |
คำถามที่พบบ่อย
Bengie Molina ได้รางวัล Gold Glove จากผลงานด้านใด?
เขาได้รับรางวัลนี้ในปี 2002 และ 2003 จากทักษะการป้องกันที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการขว้างสกัดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่พยายามขโมยเบส ซึ่งเขามีเปอร์เซ็นต์การสกัดสำเร็จสูงที่สุดใน American League
ทำไมโมลิน่าถึงได้รับแหวนแชมป์ World Series ในปี 2010 ทั้งที่ทีม Rangers แพ้?
เนื่องจากในปี 2010 ทั้งทีม San Francisco Giants (ทีมที่เขาเคยเล่นให้) และ Texas Rangers (ทีมที่เขาเล่นให้ในขณะนั้น) ต่างผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ World Series ทำให้เขาได้รับแหวนแชมป์ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร
สถิติการตีที่ดีที่สุดของเขาเกิดขึ้นในปีไหน?
เกิดขึ้นในปี 2005 ขณะเล่นให้ทีม Angels โดยเขามีค่าเฉลี่ยการตีสูงถึง .295 หวดโฮมรันได้ 15 ครั้ง และทำ 69 RBI
หลังเลิกเล่นเบสบอล โมลิน่าทำอาชีพอะไร?
เขาทำงานเป็นโค้ชให้กับทีม St. Louis Cardinals และ Texas Rangers รวมถึงเป็นผู้บรรยายเกมเบสบอลภาคภาษาสเปนให้กับทีม Cardinals
โมลิน่าเริ่มต้นอาชีพกับทีมใด?
เขาเริ่มต้นอาชีพในระดับเมเจอร์ลีกกับทีม Anaheim Angels โดยลงสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1998