Benjamin Levin จากผู้ทรงอิทธิพลด้านการศึกษา สู่คดีอาชญากรรมทางเพศ
เรื่องราวของ Benjamin Ruvin Levin เป็นหนึ่งในกรณีที่สร้างความตกตะลึงให้กับวงการวิชาการและการเมืองของแคนาดาอย่างมาก เนื่องจากเขาเคยเป็นบุคคลระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญกับจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตเมื่อถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
เส้นทางอาชีพและความสำเร็จในระดับสูง
Benjamin Levin เกิดในปี 1952 ในครอบครัวชาวยิวที่เมือง West Kildonan รัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา เขาเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยความโดดเด่น โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of Manitoba และปริญญาโทด้านการศึกษาจาก Harvard University นอกจากนี้เขายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก University of Ottawa อีกด้วย
ในด้านการทำงานภาครัฐ Levin เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในฐานะข้าราชการระดับสูง โดยเป็น Deputy Minister (รองรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวง) ของรัฐแมนิโทบา ทั้งในส่วนของการศึกษาระดับสูง และการศึกษา การฝึกอบรม และเยาวชน ในช่วงปี 1999–2002 ต่อมาเขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเดียวกันที่กระทรวงศึกษาธิการของรัฐออนแทรีโอภายใต้รัฐบาลของ Dalton McGuinty และยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาของ Kathleen Wynne นายกรัฐมนตรีรัฐออนแทรีโออีกด้วย
บทบาททางวิชาการและการขับเคลื่อนนโยบาย
นอกเหนือจากงานบริหาร Levin ยังเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง Canada Research Chair ด้านความเป็นผู้นำและนโยบายการศึกษาที่ OISE (Ontario Institute for Studies in Education) แห่ง University of Toronto โดยเขามุ่งเน้นเรื่อง Knowledge Mobilization (KM) หรือการนำความรู้จากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้จริงในเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติ
ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมีการตีพิมพ์หนังสือถึง 8 เล่ม เช่น "How To Change 5000 Schools" และบทความวิชาการมากกว่า 200 ฉบับ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาในหลายประเทศ และมีบทบาทในสภาบริหารของ National College for School Leadership ในประเทศอังกฤษ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | University of Manitoba, Harvard University, University of Ottawa (กิตติมศักดิ์) |
| ตำแหน่งบริหาร | อดีต Deputy Minister กระทรวงศึกษาธิการ รัฐแมนิโทบา และ รัฐออนแทรีโอ |
| ผลงานวิชาการ | หนังสือ 8 เล่ม, บทความกว่า 200 ฉบับ, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Knowledge Mobilization |
| รางวัลที่ได้รับ | Whitworth Award, เหรียญเกียรติยศจากผู้ว่าการรัฐแมนิโทบา, Outstanding Educator of the Year (2010) |
การล่มสลายและคดีอาชญากรรม
ชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานต้องพังทลายลงในเดือนกรกฎาคม 2013 เมื่อ Levin ถูกจับกุมโดยหน่วยอาชญากรรมทางเพศของตำรวจโตรอนโต ในข้อหาเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก 7 กระทง ซึ่งรวมถึงการครอบครองและเข้าถึงสื่อลามกเด็ก โดยเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยของการสืบสวนมาตั้งแต่กลางปี 2012
ในวันที่ 3 มีนาคม 2015 Levin ได้ยอมรับสารภาพใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ การครอบครองสื่อลามกเด็ก, การผลิตสื่อลามกเด็กในรูปแบบข้อความ และการยุยงให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่าเขามีพฤติกรรมส่งภาพลามกเด็กให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเข้ามาสืบสวนด้วย
ผลจากคำตัดสินในวันที่ 29 พฤษภาคม 2015 เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตาม เขาใช้เวลาอยู่ในเรือนจำจริงเพียง 3 เดือนก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว (Parole)
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถานะทางสังคม: เคยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการขับเคลื่อนความรู้ (KM) ที่ทรงอิทธิพลที่สุด 5 อันดับแรกของแคนาดา
- ความผิดทางอาญา: ยอมรับสารภาพในข้อหาผลิต ครอบครอง และยุยงให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
- บทลงโทษ: ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี แต่ได้รับทัณฑ์บนหลังจากติดคุกจริงเพียง 3 เดือน
- ผลกระทบทางอาชีพ: ถูกรัฐบาลออนแทรีโอสั่งพักงานทันทีหลังถูกจับกุมในปี 2013
คำถามที่พบบ่อย
Benjamin Levin คือใคร?
เขาเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงและนักวิชาการด้านการศึกษาชาวแคนาดาที่เคยดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้งในรัฐแมนิโทบาและออนแทรีโอ
เขาถูกตัดสินความผิดในข้อหาอะไรบ้าง?
เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 3 ข้อหาหลัก คือ การครอบครองสื่อลามกเด็ก การผลิตสื่อลามกเด็กในรูปแบบข้อความ และการยุยงให้กระทำความผิดทางเพศ
บทลงโทษที่เขาได้รับคืออะไร?
ศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่เขาได้รับสิทธิ์ปล่อยตัวชั่วคราวหลังจากรับโทษในเรือนจำไปได้เพียง 3 เดือน
ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นของเขาคืออะไร?
เขามีชื่อเสียงด้าน Knowledge Mobilization และเขียนหนังสือหลายเล่ม เช่น "How To Change 5000 Schools" ซึ่งถูกนำไปอ้างอิงในระดับสากล
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ University of Toronto?
เขาเคยเป็นศาสตราจารย์และผู้ดำรงตำแหน่ง Canada Research Chair ด้านความเป็นผู้นำและนโยบายการศึกษาที่ OISE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ University of Toronto