← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Bert Vogelstein ผู้บุกเบิกด้านจีโนมิกส์มะเร็งและกลไกการกลายพันธุ์ของเซลล์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Bert Vogelstein ผู้บุกเบิกด้านจีโนมิกส์มะเร็งและกลไกการกลายพันธุ์ของเซลล์

Bert Vogelstein ผู้บุกเบิกด้านจีโนมิกส์มะเร็งและกลไกการกลายพันธุ์ของเซลล์ ในโลกของการวิจัยโรคมะเร็ง ชื่อของ Bert Vogelstein ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้ท…

Bert Vogelsteinมะเร็งลำไส้ใหญ่p53จีโนมิกส์มะเร็ง

Bert Vogelstein ผู้บุกเบิกด้านจีโนมิกส์มะเร็งและกลไกการกลายพันธุ์ของเซลล์

ในโลกของการวิจัยโรคมะเร็ง ชื่อของ Bert Vogelstein ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุด เขาเป็นผู้อำนวยการ Ludwig Center และศาสตราจารย์ด้านมะเร็งวิทยาและพยาธิวิทยาที่ Johns Hopkins School of Medicine รวมถึงเป็นนักวิจัยของสถาบัน Howard Hughes Medical Institute ผลงานของเขาได้เปลี่ยนโฉมหน้าความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการที่มะเร็งก่อตัวและพัฒนาขึ้นในร่างกายมนุษย์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Vogelstein ค้นพบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นผลมาจากการสะสมของการกลายพันธุ์ใน Oncogenes (ยีนก่อมะเร็ง) และ Tumor Suppressor Genes (ยีนยับยั้งเนื้องอก) อย่างเป็นลำดับขั้นตอน แนวคิดนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการวิจัยมะเร็งสมัยใหม่ที่เรียกว่า Somatic Evolution หรือวิวัฒนาการของเซลล์ร่างกายที่นำไปสู่การเป็นมะเร็ง

Content image

การค้นพบยีน p53 และกลไกการยับยั้งเนื้องอก

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ Vogelstein คือการพิสูจน์บทบาทของโปรตีน p53 แม้ว่าโปรตีนนี้จะถูกค้นพบมาก่อนหน้านั้น แต่ในขณะนั้นผู้คนเชื่อว่ามันเป็นยีนก่อมะเร็ง ทว่าในปี 1989 Vogelstein และทีมงานได้ค้นพบว่ายีน TP53 แท้จริงแล้วทำหน้าที่ยับยั้งการเกิดเนื้องอก และที่สำคัญคือมันเป็นยีนที่เกิดการกลายพันธุ์บ่อยที่สุดในมะเร็งเกือบทุกชนิดในมนุษย์

เขาได้อธิบายว่า p53 ทำงานโดยการจับกับ DNA ในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง เพื่อควบคุมการเกิดและการตายของเซลล์ เมื่อยีนนี้กลายพันธุ์ ความสามารถในการควบคุมดังกล่าวจะสูญเสียไป ส่งผลให้เซลล์ที่ผิดปกติสามารถแบ่งตัวได้อย่างไม่หยุดยั้ง

การขยายผลสู่ยีน APC และมะเร็งทางพันธุกรรม

นอกเหนือจาก p53 แล้ว Vogelstein และ Kenneth W. Kinzler ยังได้ค้นพบยีน APC ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในกลุ่มอาการ Familial Adenomatous Polyposis (FAP) หรือโรคที่มีเนื้องอกขนาดเล็กจำนวนมากในลำไส้ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้ พวกเขาพบว่าการกลายพันธุ์ของ APC มักเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดมะเร็งลำไส้และทวารหนักส่วนใหญ่

นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในการระบุยีนที่ก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบไม่มีติ่งเนื้อ (HNPCC) โดยการค้นพบยีนซ่อมแซม DNA เช่น MSH2 และ MLH1 ซึ่งช่วยให้การวินิจฉัยและทำความเข้าใจโรคทางพันธุกรรมเหล่านี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

Content image

นวัตกรรม Exomic Sequencing และ Liquid Biopsy

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 Vogelstein ได้นำการทำ Exomic Sequencing หรือการถอดรหัสลำดับเบสของยีนทุกตัวที่สร้างโปรตีนในจีโนมมนุษย์ ซึ่งทำให้ค้นพบยีนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งอีกมากมาย เช่น PIK3CA, IDH1 และ IDH2

เขายังเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด Liquid Biopsy (การตรวจชิ้นเนื้อจากของเหลว) โดยเสนอว่าการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งสามารถตรวจพบได้ในอุจจาระหรือปัสสาวะของผู้ป่วย เพื่อให้การวินิจฉัยทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดชิ้นเนื้อ และได้พัฒนาเทคโนโลยี Digital PCR รวมถึงเทคนิค BEAMing และ SafeSeqS ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจพบการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย (1 ใน 10,000 โมเลกุล) ได้อย่างแม่นยำ

การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อสู้กับมะเร็ง

ในช่วงปี 2019 Vogelstein ได้ร่วมมือกับ Martin Nowak จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อธิบายการดื้อยาของมะเร็งต่อการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การให้ยาแบบมุ่งเป้าหลายชนิดพร้อมกัน (Simultaneous Combination) มีประสิทธิภาพในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่าการให้ยาเรียงลำดับกัน (Sequential Administration)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: มะเร็งวิทยา (Oncology) และพยาธิวิทยา (Pathology)
  • ผลงานหลัก: ค้นพบว่ามะเร็งเกิดจากการสะสมการกลายพันธุ์ของยีนเป็นลำดับขั้น
  • ยีนสำคัญ: พิสูจน์ว่า TP53 เป็นยีนยับยั้งเนื้องอกที่กลายพันธุ์บ่อยที่สุดในมนุษย์
  • นวัตกรรม: บุกเบิกการตรวจมะเร็งผ่านของเหลว (Liquid Biopsy) และ Digital PCR
  • สถิติ: ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการเกือบ 600 ฉบับ และถูกอ้างอิงมากกว่า 530,000 ครั้ง
สรุปความสำเร็จและรางวัลสำคัญของ Bert Vogelstein
ด้านความสำเร็จ รายละเอียดสำคัญ รางวัล/การยอมรับ
การค้นพบทางพันธุกรรม กลไกของ p53 และ APC ในมะเร็งลำไส้ Breakthrough Prize in Life Sciences (2013)
เทคโนโลยีการวินิจฉัย Digital PCR และ Liquid Biopsy Japan Prize (2021)
การวิจัยจีโนม Exomic Sequencing ในมะเร็งหลายชนิด Warren Triennial Prize (2014)
อิทธิพลทางวิชาการ ติดอันดับ 10 นักวิจัยชีวการแพทย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุด สมาชิก National Academy of Sciences
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Bert Vogelstein มีบทบาทอย่างไรในการวิจัยมะเร็ง?

เขาเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนหลายตัวสะสมกันเป็นลำดับขั้น และเป็นผู้พิสูจน์ว่ายีน p53 ทำหน้าที่ยับยั้งการเกิดเนื้องอก ซึ่งเป็นรากฐานของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน

Liquid Biopsy คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ?

คือการตรวจหาการกลายพันธุ์ของมะเร็งจากของเหลวในร่างกาย เช่น เลือด ปัสสาวะ หรืออุจจาระ แทนการผ่าตัดชิ้นเนื้อ ช่วยให้ตรวจพบมะเร็งได้เร็วขึ้นและติดตามผลการรักษาได้ง่ายขึ้น

ยีน p53 ทำหน้าที่อะไรในร่างกาย?

p53 ทำหน้าที่เป็น "ผู้พิทักษ์จีโนม" โดยจะจับกับ DNA เพื่อควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ หรือสั่งให้เซลล์ที่เสียหายทำลายตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ที่ผิดปกติกลายเป็นมะเร็ง

การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ควรทำอย่างไรตามงานวิจัยของเขา?

งานวิจัยล่าสุดของเขาระบุว่า การใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน (Combination Therapy) มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากกว่าการใช้ยาเรียงลำดับกัน เนื่องจากช่วยลดโอกาสที่มะเร็งจะวิวัฒนาการจนดื้อยา

Digital PCR แตกต่างจากการตรวจ DNA ทั่วไปอย่างไร?

Digital PCR สามารถแยกตรวจโมเลกุล DNA ทีละโมเลกุล ทำให้มีความไวสูงมากจนสามารถตรวจพบการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในกลุ่มเซลล์ปกติจำนวนมหาศาลได้