Biljana Plavšić จากศาสตราจารย์ชีววิทยา สู่ผู้นำหญิงเหล็กแห่ง Republika Srpska
Biljana Plavšić เป็นบุคคลที่มีเส้นทางชีวิตอันซับซ้อนและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอเริ่มต้นอาชีพในฐานะนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกการเมืองในช่วงวิกฤตการณ์สงครามบอสเนีย จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงที่สุดของชาวเซิร์บในบอสเนียที่ถูกตัดสินโทษในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
พื้นฐานทางวิชาการและความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์
ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในนามนักการเมืองสายเหยี่ยว Plavšić คือผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เธอเคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยซาราเยโว และยังเป็นนักเรียนทุน Fulbright Scholar ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสทำวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ที่สถาบัน Boyce-Thompson แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนล ในนิวยอร์ก
นอกจากนี้ เธอยังมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscopy) จากลอนดอน รวมถึงด้านไวรัสวิทยาในพืชจากปรากและบารี โดยตลอดชีวิตการทำงานสายวิชาการ เธอได้ผลิตผลงานวิจัยและบทความทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 100 ฉบับ

เส้นทางการเมืองและการก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี
Plavšić เริ่มต้นบทบาททางการเมืองกับพรรคประชาธิปไตยเซิร์บ (SDS) และสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคณะประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในปี 1990 ต่อมาในช่วงปี 1992 เธอได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประธานาธิบดีรักษาการของสาธารณรัฐเซิร์บแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาที่ประกาศเอกราชด้วยตนเอง
หลังจากนั้นเธอได้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของ Republika Srpska และเป็นสมาชิกของกองบัญชาการสูงสุดของกองทัพ จนกระทั่งในปี 1996 ภายหลังการลงนามในข้อตกลงเดย์ตัน (Dayton Agreement) ซึ่งสั่งห้าม Radovan Karadžić ดำรงตำแหน่ง Plavšić จึงได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของ Republika Srpska
วาทกรรมที่รุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ
ในช่วงสงคราม Plavšić มีชื่อเสียงในด้านทัศนคติที่สุดโต่ง เธอเคยกล่าวว่าการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ต่อผู้ที่ไม่ใช่ชาวเซิร์บเป็น "ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ" และเชื่อว่าชาวเซิร์บในบอสเนียมีความเหนือกว่าทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์เมื่อเทียบกับชาวมุสลิมบอสเนีย
สิ่งที่น่าตกใจคือการนำความรู้ทางชีววิทยามาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเกลียดชัง โดยเธออ้างว่าชาวบอสเนียที่นับถือศาสนาอิสลามมี "พันธุกรรมที่ผิดปกติ" ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการคิดและพฤติกรรม วาทกรรมเหล่านี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับวิธีการที่นาซีใช้ระบุตัวตนชาวเยิวเพื่อสร้างความเกลียดชังในอดีต

การพลิกบทบาททางการเมืองและการถูกดำเนินคดี
หลังจากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี Plavšić ได้เปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง โดยตัดสัมพันธ์กับพรรค SDS และก่อตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเซิร์บ (SNS) พร้อมทั้งสนับสนุน Milorad Dodik ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม เธอพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 1998 ให้กับ Nikola Poplašen
ในปี 2001 เธอถูกฟ้องร้องโดย ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวีย (ICTY) ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งรวมถึงการสร้างเงื่อนไขการใช้ชีวิตที่เป็นไปไม่ได้ การข่มขู่ และการเนรเทศผู้ที่ไม่ใช่ชาวเซิร์บออกจากพื้นที่
บทสรุปทางกฎหมายและการรับโทษ
Plavšić ตัดสินใจยอมรับสารภาพในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติหนึ่งกระทง เพื่อแลกกับการที่อัยการจะถอนข้อหาอื่นๆ รวมถึงข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยเธออ้างว่าในขณะนั้นเธอเชื่อว่าชาวเซิร์บกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและไม่เชื่อข่าวการทารุณกรรมต่อชาวบอสเนียและโครแอต
ศาลตัดสินจำคุกเธอเป็นเวลา 11 ปี โดยเธอรับโทษในเรือนจำหญิง Hinseberg ประเทศสวีเดน และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2009 หลังจากรับโทษไปแล้วสองในสามของวาระ โดยมี Milorad Dodik จัดเตรียมเครื่องบินรัฐบาลมารับเธอกลับสู่เบลเกรด
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา: ได้รับการขนานนามว่า "Iron Lady" (หญิงเหล็ก) แห่งชาวเซิร์บ
- ความสำเร็จทางวิชาการ: เป็นอดีตคณบดีและนักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์และไวรัสวิทยาในพืช
- ตำแหน่งสูงสุด: ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของ Republika Srpska (1996–1998)
- การตัดสินโทษ: จำคุก 11 ปี ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยรับโทษในสวีเดน
- จุดเปลี่ยน: เปลี่ยนแนวคิดทางการเมืองจากสุดโต่งมาเป็นสายปฏิรูปในช่วงหลังเป็นประธานาธิบดี
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 7 กรกฎาคม 1930 (ทุซลา, ยูโกสลาเวีย) |
| การศึกษา | มหาวิทยาลัยซาเกร็บ และทุน Fulbright ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล |
| บทบาททางการเมือง | ประธานาธิบดี Republika Srpska, สมาชิกคณะประธานาธิบดีบอสเนียฯ |
| พรรคการเมือง | SDS (1990–1997), SNS (1997–2006) |
| สถานะทางกฎหมาย | ถูกตัดสินโทษโดย ICTY และพ้นโทษในปี 2009 |
คำถามที่พบบ่อย
Biljana Plavšić มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์สงครามบอสเนีย?
เธอเป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงที่สุดของชาวเซิร์บในบอสเนียที่มีบทบาททั้งในด้านการบริหารและการทหาร และเป็นผู้หญิงคนแรกๆ ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของ Republika Srpska
ทำไมเธอถึงถูกตัดสินจำคุกโดยศาล ICTY?
เธอถูกตัดสินในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการมีส่วนร่วมในการสั่งการสงครามที่มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน และการสร้างสภาวะที่บีบบังคับให้ผู้ที่ไม่ใช่ชาวเซิร์บต้องอพยพออกจากพื้นที่
การยอมรับสารภาพของเธอเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
แม้เธอจะยอมรับสารภาพต่อศาลเพื่อลดโทษ แต่ในภายหลังเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่าที่ยอมรับเพราะไม่สามารถหาพยานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ และต้องการหลีกเลี่ยงข้อหาที่หนักกว่าอย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ Radovan Karadžić เป็นอย่างไร?
Karadžić เป็นผู้เสนอชื่อเธอให้ลงสมัครประธานาธิบดี โดยเชื่อว่าเธอมีจุดยืนที่ชาตินิยมสุดโต่งยิ่งกว่าตนเอง ซึ่งจะทำให้ชาติตะวันตกรับมือได้ยากขึ้น แต่หลังจากได้รับตำแหน่ง เธอกลับเปลี่ยนทิศทางทางการเมืองไปในทางตรงกันข้าม
เธอใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในทางที่ผิดอย่างไร?
เธอใช้คำศัพท์ทางชีววิทยาและพันธุกรรมมาอ้างว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นมีความด้อยกว่าหรือมีความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเลือกปฏิบัติและการใช้ความรุนแรงในช่วงสงคราม