Bill Bruford มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนดนตรี Progressive Rock และ Jazz
หากจะกล่าวถึงมือกลองที่มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งในโลกของดนตรี Progressive Rock (ร็อกที่มีโครงสร้างซับซ้อน) และ Jazz Fusion (การผสมผสานระหว่างแจ๊สและร็อก) ชื่อของ Bill Bruford ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้รักษาจังหวะ แต่เป็นศิลปินผู้บุกเบิกการใช้จังหวะที่แปลกใหม่และการทดลองทางเสียงที่ท้าทายขีดจำกัดของเครื่องดนตรีประเภทเคาะ
ตลอดเส้นทางอาชีพที่ยาวนาน Bruford เป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งวง Yes และการร่วมงานกับวง King Crimson ถึงสามยุคสมัย ซึ่งแต่ละช่วงเวลาเขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการดนตรีโลกด้วยทักษะการเล่นที่แม่นยำและมีความคิดสร้างสรรค์สูง

จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในเสียงดนตรี
William Scott Bruford เกิดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1949 ที่เมือง Sevenoaks ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสนใจการตีกลองอย่างจริงจังในวัย 13 ปี หลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ Jazz 625 ของ BBC2 ซึ่งทำให้เขาได้เห็นการเล่นของมือกลองแจ๊สชาวอเมริกัน โดยมีไอดอลในดวงใจอย่าง Max Roach และ Art Blakey
ในช่วงเริ่มต้น Bruford ฝึกฝนอย่างหนักในห้องใต้หลังคาของบ้าน โดยใช้แปรงตีกลอง (Drum Brushes) ตีลงบนปกอัลบั้มเพลงเพื่อจำลองเสียงสแนร์ ซึ่งเขาถือว่าเป็นการปูพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม ก่อนจะเริ่มเรียนอย่างเป็นทางการกับ Lou Pocock จาก Royal Philharmonic Orchestra และพัฒนาทักษะการด้นสด (Improvisation) ร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียนประจำ

เส้นทางอาชีพ: จาก Yes สู่ King Crimson และการทดลองที่ไม่สิ้นสุด
ในปี 1968 Bruford ได้ร่วมก่อตั้งวง Yes และมีส่วนร่วมในอัลบั้มระดับตำนานอย่าง Fragile และ Close to the Edge โดยเขาได้สร้างเอกลักษณ์การวางจังหวะที่แปลกตาเพื่อให้เสียงกลองโดดเด่นท่ามกลางเสียงเบสย่านสูงของ Chris Squire ก่อนจะตัดสินใจลาออกในปี 1972 เพื่อเข้าร่วมกับ King Crimson วงที่เปิดโอกาสให้เขาได้เล่นจังหวะที่ซับซ้อนอย่าง 17/16 ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในวงร็อกยุคนั้น
ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 Bruford ไม่หยุดนิ่ง เขาได้ร่วมงานกับศิลปินหลากหลาย และก่อตั้งวงของตัวเองในชื่อ Bruford รวมถึงการสร้างวงแจ๊สไฟฟ้า Earthworks ในปี 1986 ซึ่งเขาได้นำกลองไฟฟ้า Simmons มาใช้เพื่อขยายขอบเขตของเสียงให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการสร้างคอร์ดและเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ

นอกจากนี้ เขายังเคยร่วมงานในซูเปอร์กรุ๊ป Anderson Bruford Wakeman Howe (ABWH) และกลับไปร่วมงานกับ King Crimson อีกครั้งในรูปแบบ Double Trio ในช่วงปี 1994-1997 ก่อนที่จะหันมามุ่งเน้นดนตรีแจ๊สอะคูสติกอย่างเต็มตัวกับ Earthworks ยุคที่สอง

การเกษียณอายุ การศึกษา และการกลับมาอีกครั้ง
ในปี 2009 Bruford ประกาศอำลาวงการมือกลองอาชีพด้วยวัย 59 ปี โดยให้เหตุผลเรื่องความกังวลในการแสดง (Performance Anxiety) และพละกำลังที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ทิ้งดนตรีไปเสียทีเดียว แต่หันไปศึกษาต่อจนได้รับปริญญาเอกด้านดนตรี (PhD in Music) จาก University of Surrey ในปี 2016 โดยวิทยานิพนธ์ของเขามุ่งเน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงของมือกลองชุด
หลังจากห่างหายจากการแสดงสดไปนานถึง 13 ปี ในปี 2022 Bruford ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการกลับมาคืนสนามอีกครั้งในฐานะสมาชิกของ Pete Roth Trio วงแจ๊สที่นำโดยอดีตช่างเทคนิคกลองของเขาเอง ซึ่งเขากล่าวว่าการกลับมาครั้งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและแรงผลักดันที่รุนแรง

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สมาชิกผู้ก่อตั้ง: เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวง Yes ในปี 1968
- ความหลากหลาย: เล่นดนตรีครอบคลุมหลายแนว เช่น Art Rock, Avant-garde, Jazz Fusion และ Progressive Rock
- เกียรติยศ: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2017 (ในฐานะสมาชิกวง Yes)
- ความสำเร็จทางวิชาการ: สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านดนตรีจาก University of Surrey
- สถิติการทำงาน: บันทึกการแสดงสดตลอดอาชีพไว้ถึง 2,885 โชว์
| ช่วงเวลา | วงดนตรี/โปรเจกต์หลัก | บทบาท/ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 1968–1972 | Yes | สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งและวางรากฐานจังหวะ Progressive Rock |
| 1972–1974, 1981–1984, 1994–1997 | King Crimson | สร้างสรรค์ดนตรีแนวทดลองและจังหวะที่ซับซ้อน |
| 1977–1980 | Bruford | ศิลปินเดี่ยวและผู้นำวงในนามตัวเอง |
| 1986–2008 | Earthworks | บุกเบิกดนตรี Jazz Fusion และการใช้กลองไฟฟ้า |
| 2022–ปัจจุบัน | Pete Roth Trio | การกลับมาแสดงสดในแนวทางดนตรีแจ๊ส |
คำถามที่พบบ่อย
Bill Bruford มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการดนตรี?
เขาเป็นผู้ปฏิวัติการตีกลองในแนว Progressive Rock โดยนำเทคนิคจากดนตรีแจ๊สมาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดจังหวะที่ซับซ้อนและไม่เป็นเส้นตรง ซึ่งส่งอิทธิพลต่อมือกลองรุ่นหลังจำนวนมาก
ทำไมเขาถึงลาออกจากวง Yes ในครั้งแรก?
สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งด้านบุคลิกภาพและพื้นฐานทางสังคมระหว่างสมาชิกในวง รวมถึงความต้องการที่จะแสวงหาความท้าทายทางดนตรีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในวง King Crimson
กลองไฟฟ้า Simmons มีบทบาทอย่างไรในงานของเขา?
Bruford ใช้กลอง Simmons ในช่วงทศวรรษ 1980 เพื่อสร้างเสียงที่แปลกใหม่ เช่น เสียงคอร์ดหรือเสียงสังเคราะห์ ซึ่งช่วยให้เขาสามารถสร้างสรรค์ดนตรีที่มีมิติมากกว่ากลองอะคูสติกแบบดั้งเดิม
เหตุใดเขาจึงตัดสินใจเกษียณอายุในปี 2009?
เขาเผชิญกับภาวะความกังวลในการแสดงที่เพิ่มมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ประกอบกับพละกำลังทางร่างกายที่ลดลง และมุมมองต่ออนาคตของดนตรีแนวที่เขาถนัด
การกลับมาเล่นดนตรีในปี 2022 เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดจากความรู้สึกโหยหาในการตีกลองอย่างกะทันหัน เมื่อเขาได้ลองนั่งหลังชุดกลองอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและตัดสินใจร่วมงานกับ Pete Roth Trio