Bill Weld นักการเมืองและทนายความผู้ทรงอิทธิพลแห่งแมสซาชูเซตส์
Bill Weld (ชื่อเต็ม William Floyd Weld) เป็นบุคคลที่มีบทบาทหลากหลายในสังคมอเมริกัน ทั้งในฐานะทนายความ นักธุรกิจ นักเขียน และนักการเมืองผู้มีชื่อเสียง โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ คนที่ 68 ในช่วงปี 1991 ถึง 1997 ซึ่งเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในการชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรัฐนี้

เส้นทางการศึกษาและจุดเริ่มต้นในสายกฎหมาย
Weld เริ่มต้นปูพื้นฐานทางปัญญาที่โรงเรียน Middlesex ในเมืองคอนคอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ Harvard College จนจบปริญญาตรีสาขา Classics ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (summa cum laude) ในปี 1966 จากนั้นเขาได้เดินทางไปศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ที่ University College, Oxford ประเทศอังกฤษ และกลับมาคว้าปริญญากฎหมาย (J.D.) เกียรตินิยม (cum laude) จาก Harvard Law School ในปี 1970
ความสนใจในด้านกฎหมายอาญาของเขาถูกจุดประกายขึ้นจากการทำงานในทีมสอบสวนการถอดถอน (Impeachment inquiry) ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ซึ่งประสบการณ์นี้ทำให้เขามุ่งมั่นในการต่อสู้กับคดีอาญาและการทุจริตในภาครัฐ โดยเขาสามารถสร้างผลงานการฟ้องร้องดำเนินคดีทุจริตได้สำเร็จถึง 109 คดี จากทั้งหมด 111 คดี

บทบาททางการเมืองและการบริหารรัฐ
ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการรัฐ Weld เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงยุติธรรมภายใต้ประธานาธิบดี Ronald Reagan โดยเป็นอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตแมสซาชูเซตส์ (1981–1986) และผู้ช่วยอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ฝ่ายคดีอาญา (1986–1988)
ในปี 1990 เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่สองในปี 1994 ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น โดยชนะในเกือบทุกเมืองรวมถึงเมืองบอสตัน อย่างไรก็ตาม เขาได้ลาออกจากตำแหน่งในปี 1997 เพื่อเตรียมตัวรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศเม็กซิโกตามการเสนอชื่อของประธานาธิบดี Bill Clinton แต่ท้ายที่สุดต้องถอนตัวเนื่องจากถูกคัดค้านโดยคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภา

การขยายบทบาทสู่ระดับประเทศและพรรคการเมือง
หลังจากย้ายไปพำนักที่นิวยอร์กในปี 2000 Weld พยายามเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กในปี 2006 แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน ต่อมาในปี 2016 เขาได้สร้างความฮือฮาด้วยการย้ายจากพรรครีพับลิกันไปร่วมงานกับ พรรคลิเบอร์เทเรียน (Libertarian Party) ในฐานะผู้สมัครรองประธานาธิบดีคู่กับ Gary Johnson ซึ่งทั้งคู่สามารถกวาดคะแนนเสียงได้เกือบ 4.5 ล้านเสียง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของพรรคลิเบอร์เทเรียน

ในปี 2019 Weld กลับเข้าสู่พรรครีพับลิกันอีกครั้งเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 แม้จะได้รับคะแนนเสียงบางส่วนจากการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐไอโอวา แต่เขาได้ประกาศยุติการหาเสียงในเดือนมีนาคม 2020 และประกาศสนับสนุน Joe Biden และ Kamala Harris ในเวลาต่อมา

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติการเลือกตั้ง: ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ปี 1994 ด้วยคะแนนห่างที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐ
- ความสำเร็จทางกฎหมาย: ชนะคดีทุจริตภาครัฐ 109 จาก 111 คดี
- การเปลี่ยนพรรค: เคยสังกัดทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคลิเบอร์เทเรียน
- ผลงานเขียน: เขียนนวนิยายแนวตลาด 3 เล่ม ได้แก่ Stillwater, Mackerel by Moonlight และ Big Ugly
- การศึกษา: จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard และ Oxford
| ตำแหน่ง | ช่วงเวลา | สังกัด/ผู้นำ |
|---|---|---|
| อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตแมสซาชูเซตส์ | 1981–1986 | ประธานาธิบดี Ronald Reagan |
| ผู้ช่วยอัยการสูงสุดสหรัฐฯ (ฝ่ายคดีอาญา) | 1986–1988 | ประธานาธิบดี Ronald Reagan |
| ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ | 1991–1997 | พรรครีพับลิกัน |
| ผู้สมัครรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ | 2016 | พรรคลิเบอร์เทเรียน |
คำถามที่พบบ่อย
Bill Weld มีความโดดเด่นอย่างไรในด้านกฎหมาย?
เขามีชื่อเสียงระดับประเทศจากการต่อสู้กับการทุจริตในภาครัฐ โดยมีอัตราการชนะคดีที่สูงมากถึง 109 จาก 111 คดี
ทำไม Bill Weld ถึงลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการรัฐในปี 1997?
เขาลาออกเพื่อเตรียมรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศเม็กซิโก แต่ภายหลังต้องถอนตัวเนื่องจากไม่ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภา
บทบาทของเขาในพรรคลิเบอร์เทเรียนคืออะไร?
เขาเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีคู่กับ Gary Johnson ในปี 2016 และช่วยให้พรรคสร้างสถิติคะแนนเสียงสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับพรรคที่สาม
Bill Weld เคยเขียนหนังสือประเภทใดบ้าง?
นอกเหนือจากงานด้านกฎหมายและการเมือง เขาเป็นนักเขียนนวนิยาย โดยมีผลงานรวม 3 เล่ม คือ Stillwater, Mackerel by Moonlight และ Big Ugly
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับพรรครีพับลิกันในปัจจุบัน?
หลังจากเคยย้ายไปพรรคลิเบอร์เทเรียน เขาได้กลับมาสังกัดพรรครีพับลิกันอีกครั้งในปี 2019 เพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี