Binyamin Appelbaum นักข่าวเศรษฐกิจผู้ทรงอิทธิพลแห่ง The New York Times
ในโลกของการรายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก ชื่อของ Binyamin Appelbaum เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เจาะลึกประเด็นซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้เขียนหลักด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ในคณะบรรณาธิการของ The New York Times ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก
เส้นทางอาชีพและการทำงานด้านวารสารศาสตร์
Appelbaum เริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยการคว้าปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์จาก University of Pennsylvania ในปี 2001 โดยในช่วงที่ศึกษาเขาได้สั่งสมประสบการณ์จากการเป็นบรรณาธิการบริหารของ The Daily Pennsylvanian ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของนักศึกษา
ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ The New York Times เขาได้ผ่านการทำงานกับสำนักข่าวชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น The Washington Post, The Boston Globe, The Charlotte Observer และ The Florida Times-Union โดยในช่วงที่ทำงานให้กับ The New York Times เขาเคยรับหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำกรุงวอชิงตัน ซึ่งเน้นการรายงานข่าวเกี่ยวกับ Federal Reserve (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) และนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
ผลงานโดดเด่นและการเปิดโปงวิกฤตอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมากเกิดขึ้นในปี 2007 ขณะทำงานที่ The Charlotte Observer โดย Appelbaum และทีมงานได้ร่วมกันตีแผ่ปัญหาการยึดทรัพย์สินในอัตราที่สูงผิดปกติ และพฤติกรรมการขายที่น่าสงสัยของ Beazer Homes USA ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสร้างบ้านรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
เขาพบความผิดปกติจากการรวบรวมข้อมูลบ้านที่ถูกยึดในเขต Mecklenburg รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งพบว่าบ้านเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในโครงการสร้างใหม่ ทำให้เขาสงสัยว่าอาจมีปัญหาเรื่อง Subprime Mortgage (สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีความเสี่ยงสูง) อยู่เบื้องหลัง การรายงานชุดนี้ส่งผลให้หน่วยงานระดับสูงอย่าง FBI, IRS, SEC และ HUD เข้าตรวจสอบ จนนำไปสู่การที่ Beazer Homes ต้องยุติการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศและเลิกสร้างบ้านในเมืองชาร์ลอตต์
จากความกล้าหาญในการนำเสนอความจริง ผลงานชิ้นนี้จึงได้รับรางวัล Gerald Loeb Award สำหรับหนังสือพิมพ์ขนาดกลาง, รางวัล George Polk Award และยังเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Pulitzer Prize สาขาบริการสาธารณะในปี 2008 อีกด้วย
บทบาทในฐานะนักเขียนและผู้สร้างกระแสสังคม
นอกเหนือจากงานข่าว Appelbaum ยังเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ "The Economists' Hour" ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2019 หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ถึงการก้าวขึ้นมามีอำนาจของเหล่านักเศรษฐศาสตร์ ทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก โดยชี้ให้เห็นว่าแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างโลกสมัยใหม่ ลดบทบาทของรัฐบาล เพิ่มอำนาจให้บริษัทเอกชน และเร่งกระบวนการ Globalization (โลกาภิวัตน์) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เขายังเคยสร้างปรากฏการณ์บนโลกโซเชียลเมื่อปี 2018 จากการทวีตข้อความว่าคำว่า "Gaslighting" (การปั่นหัวให้เหยื่อสงสัยในความจริงหรือสติสัมปชัญญะของตนเอง) ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษที่แท้จริง ซึ่งส่งผลให้ยอดการค้นหาคำนี้ในเว็บไซต์ Merriam-Webster พุ่งสูงขึ้นถึง 14,000% ในทันที
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ จาก University of Pennsylvania (2001)
- ตำแหน่งปัจจุบัน: ผู้เขียนหลักด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ คณะบรรณาธิการ The New York Times
- ผลงานเขียน: หนังสือ "The Economists' Hour" (2019)
- ความสำเร็จสูงสุด: การเปิดโปง Beazer Homes จนนำไปสู่การสอบสวนโดย FBI และหน่วยงานรัฐ
- รางวัล: Gerald Loeb Award, George Polk Award และ Finalist ของ Pulitzer Prize
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Binyamin Appelbaum (หรือ Binya Applebaum) |
| ปีเกิด | ค.ศ. 1978 หรือ 1979 |
| ความเชี่ยวชาญ | วารสารศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ |
| สถาบันการศึกษา | University of Pennsylvania |
| ครอบครัว | บุตรของ Diana Muir Karter และ Paul S. Appelbaum |
คำถามที่พบบ่อย
Binyamin Appelbaum มีบทบาทอย่างไรใน The New York Times?
เขาทำหน้าที่เป็นผู้เขียนหลักด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ให้กับคณะบรรณาธิการ โดยเน้นการวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจและประเด็นทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อสังคม
หนังสือ "The Economists' Hour" เกี่ยวกับอะไร?
เป็นหนังสือที่สำรวจอิทธิพลของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อการกำหนดนโยบายโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดการควบคุมจากภาครัฐและส่งเสริมการเติบโตของบรรษัทข้ามชาติ
ผลงานการรายงานข่าวชิ้นใดที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด?
การเปิดโปงพฤติกรรมการให้สินเชื่อที่ไม่โปร่งใสของ Beazer Homes USA ในช่วงวิกฤตซับไพรม์ ซึ่งนำไปสู่การสอบสวนจากหลายหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ
เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระแสคำว่า "Gaslighting" อย่างไร?
เขาเคยทวีตว่าคำนี้ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ซึ่งกลายเป็นไวรัลจนทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าไปค้นหาความหมายของคำนี้ในพจนานุกรม Merriam-Webster จนยอดการค้นหาพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล