Bob Iger ผู้นำวิสัยทัศน์ไกลผู้สร้างอาณาจักร Disney ยุคใหม่
หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในโลกบันเทิงร่วมสมัย ชื่อของ Bob Iger หรือ Robert Alan Iger ย่อมอยู่ในลำดับต้นๆ ในฐานะผู้บริหารที่นำพา The Walt Disney Company ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นอาณาจักรสื่อระดับโลก ด้วยกลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการที่เฉียบคมและการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นในสายงานสื่อ
Bob Iger เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1951 ณ นครนิวยอร์ก ในครอบครัวชาวยิว-ออสเตรีย เขาเติบโตมาพร้อมกับความสนใจในด้านการสื่อสาร โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านโทรทัศน์และวิทยุ (Bachelor of Science in Television and Radio) จาก Ithaca College ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (magna cum laude) ในปี 1973
จุดเริ่มต้นอาชีพของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ Iger เริ่มทำงานที่ American Broadcasting Company (ABC) ในปี 1974 โดยเริ่มจากงานระดับล่างในกองถ่ายโทรทัศน์ด้วยค่าจ้างเพียง 150 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะในช่วงการถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองคาลการีปี 1988 ที่เขาสามารถเปลี่ยนวิกฤตสภาพอากาศเลวร้ายให้กลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจจนเรตติ้งพุ่งสูง ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารระดับสูงและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานของ ABC ในเวลาต่อมา

การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ Disney และการปฏิวัติธุรกิจ
หลังจาก Disney เข้าซื้อกิจการ Capital Cities/ABC ในปี 1996 Iger ได้ก้าวเข้าสู่โครงสร้างบริหารของ Disney และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบริษัทในปี 2000 ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่ง Chief Executive Officer (CEO) หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในการบริหารงาน แทนที่ Michael Eisner ในปี 2005
ในช่วง 15 ปีแรกของการนำทัพ Iger ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการขยาย Intellectual Properties (IP) หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทผ่านการเข้าซื้อกิจการยักษ์ใหญ่ที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการภาพยนตร์โลก ได้แก่:
- Pixar (2006): มูลค่า 7.4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อนำเทคโนโลยีแอนิเมชัน 3D กลับมาสู่ Disney
- Marvel Entertainment (2009): มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ สร้างจักรวาลภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเงินมหาศาล
- Lucasfilm (2012): มูลค่า 4.06 พันล้านดอลลาร์ เพื่อครอบครองลิขสิทธิ์ Star Wars และ Indiana Jones
- 21st Century Fox (2019): มูลค่า 7.13 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์

นอกจากการซื้อกิจการ Iger ยังขยายอาณาจักรสวนสนุกไปยังเอเชียตะวันออกด้วยการเปิด Hong Kong Disneyland Resort (2005) และ Shanghai Disney Resort (2016) รวมถึงการผลักดันธุรกิจ Direct-to-Consumer (DTC) หรือการส่งคอนเทนต์ถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ และ Hulu
การเกษียณและการกลับมาอย่างเหนือความคาดหมาย
Iger ประกาศเกษียณอายุในปี 2020 และส่งต่อตำแหน่งให้ Bob Chapek อย่างไรก็ตาม ด้วยความท้าทายในการบริหารและสถานการณ์ภายในบริษัท ทำให้คณะกรรมการบริหารตัดสินใจปลด Chapek และเชิญ Iger กลับมาดำรงตำแหน่ง CEO อีกครั้งในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2022 เพื่อกอบกู้สถานการณ์และวางรากฐานใหม่ โดยสัญญาฉบับล่าสุดระบุให้เขาดำรงตำแหน่งจนถึงเดือนมีนาคม 2026 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ Josh D'Amaro

นอกเหนือจากบทบาทใน Disney เขายังมีความสนใจในธุรกิจกีฬา โดยในปี 2026 เขาและ Joshua Kushner ได้สร้างประวัติศาสตร์ซื้อทีมบาสเกตบอล Los Angeles Lakers ในราคา 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และลงทุนในทีมฟุตบอลหญิง Angel City FC อีกด้วย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเติบโตของมูลค่าบริษัท: ภายใต้การนำของ Iger ในช่วงแรก มูลค่าตลาดของ Disney เพิ่มขึ้นจาก 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็น 2.31 แสนล้านดอลลาร์
- ความสำเร็จด้านรางวัล: ได้รับเลือกเป็น Businessperson of the Year โดยนิตยสาร Time ในปี 2019 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ KBE จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
- บทบาทอื่นๆ: เคยเป็นกรรมการบริหารของ Apple Inc. (2011–2019) และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาให้ Thrive Capital
- ชีวิตส่วนตัว: แต่งงานกับ Willow Bay ในปี 1995 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน (รวมบุตรจากภรรยาคนแรกอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน)

| ช่วงปี | ตำแหน่ง | องค์กร |
|---|---|---|
| 1994–1995 | ประธาน | ABC |
| 2000–2012 | ประธาน (President) | The Walt Disney Company |
| 2005–2020 | CEO (วาระแรก) | The Walt Disney Company |
| 2012–2021 | ประธานกรรมการ (Chairman) | The Walt Disney Company |
| 2022–2026 | CEO (วาระที่สอง) | The Walt Disney Company |
คำถามที่พบบ่อย
Bob Iger มีบทบาทอย่างไรในการทำให้ Disney ยิ่งใหญ่ขึ้น?
เขามีวิสัยทัศน์ในการขยายฐานทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการซื้อกิจการ Pixar, Marvel, Lucasfilm และ Fox ซึ่งทำให้ Disney มีคอนเทนต์ที่หลากหลายและครอบคลุมกลุ่มผู้ชมทุกเพศทุกวัยทั่วโลก
ทำไม Bob Iger ถึงต้องลาออกจากบอร์ดบริหารของ Apple?
เขาลาออกในปี 2019 เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เนื่องจากทั้ง Disney และ Apple กำลังเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งที่แข่งขันกันโดยตรง คือ Disney+ และ Apple TV+
การกลับมาดำรงตำแหน่ง CEO ครั้งที่สองของเขามีความท้าทายอย่างไร?
เขาต้องเผชิญกับราคาหุ้นที่ยังไม่กลับไปสู่จุดสูงสุดเหมือนปี 2021 และต้องบริหารจัดการธุรกิจสตรีมมิ่งให้ทำกำไรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการจัดการปัญหาภายในองค์กร
Bob Iger มีความเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาอย่างไร?
เขาลงทุนในทีมฟุตบอลหญิง Angel City FC และได้ร่วมกับ Joshua Kushner ซื้อทีมบาสเกตบอล NBA ชื่อดังอย่าง Los Angeles Lakers ด้วยมูลค่าสถิติโลก 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026