← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Bobby Bright เส้นทางชีวิตจากลูกชาวนาสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Bobby Bright เส้นทางชีวิตจากลูกชาวนาสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

Bobby Bright เส้นทางชีวิตจากลูกชาวนาสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ Bobby Neal Bright Sr. เป็นบุคคลที่มีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแวดวงการเมืองของส…

Bobby Brightการเมืองสหรัฐรัฐแอลาบามานายกเทศมนตรีเมืองมอนต์โกเมอรี

Bobby Bright เส้นทางชีวิตจากลูกชาวนาสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

Bobby Neal Bright Sr. เป็นบุคคลที่มีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแวดวงการเมืองของสหรัฐอเมริกา เขาเริ่มต้นจากการเป็นลูกชาวนาในพื้นที่ชนบท ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมอนต์โกเมอรีถึง 3 สมัย และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากเขต 2 ของรัฐแอลาบามาในช่วงปี 2009 ถึง 2011

Content image

จุดเริ่มต้นและการต่อสู้เพื่อการศึกษา

Bright เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 1952 ที่เมืองมิดแลนด์ซิต รัฐแอลาบามา เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรผู้เช่าที่ดินในภูมิภาค Wiregrass Region ซึ่งเป็นแหล่งปลูกฝ้ายที่สำคัญ เขาเป็นหนึ่งในพี่น้องทั้งหมด 14 คน ความลำบากในวัยเด็กหล่อหลอมให้เขาเป็นคนขยัน โดยหลังจากจบมัธยมปลาย เขาได้ทำงานในโรงงานโลหะเพื่อเก็บเงินส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย

ด้านการศึกษา Bright สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออเบิร์น (Auburn University) ในปี 1975 จากนั้นได้ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีก่อนจะคว้าปริญญาโทด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจากมหาวิทยาลัยทรอย (Troy University) ในปี 1977 และเริ่มต้นอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ประสบการณ์จากการทำงานในเรือนจำทำให้เขาตระหนักถึงปัญหาของเยาวชนที่หลงผิด จึงเป็นแรงผลักดันให้เขาหันมาศึกษาด้านกฎหมายจนสำเร็จปริญญา Juris Doctor (JD) จากมหาวิทยาลัยฟอล์คเนอร์ (Faulkner University) ในปี 1982 และประกอบอาชีพทนายความอยู่ 15 ปี ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง

ความสำเร็จในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองมอนต์โกเมอรี

Bright ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีครั้งแรกในปี 1999 หลังจากเอาชนะ Emory Folmar และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่สองในปี 2003 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

ในช่วงที่บริหารเมืองมอนต์โกเมอรี เขาได้สร้างผลงานโดดเด่นในการฟื้นฟูย่านใจกลางเมืองและพื้นที่ริมน้ำ เช่น โครงการ Renaissance Montgomery และสนามกีฬามอนต์โกเมอรีริเวอร์วอล์ก นอกจากนี้เขายังมุ่งเน้นการสร้างงานและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจนได้รับรางวัล "Tourism Advocate of the Year" จากผู้ว่าการรัฐ ในด้านการเงิน Bright สามารถบริหารงบประมาณให้สมดุลได้ทุกปี พร้อมจัดตั้งกองทุนสำรองฉุกเฉินมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ และรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตของเมืองไว้ที่ระดับ "AA" ซึ่งสูงที่สุดในรัฐ

บทบาทในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และจุดยืนทางการเมือง

ในปี 2008 Bright ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคเดโมแครต แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม เขาชนะการเลือกตั้งในเขต 2 ของรัฐแอลาบามา ซึ่งเป็นเขตที่ฐานเสียงส่วนใหญ่เป็นรีพับลิกันมาอย่างยาวนาน โดยชนะคู่แข่งอย่าง Jay Love ไปด้วยคะแนนที่สูสีมาก

แม้จะสังกัดพรรคเดโมแครต แต่ Bright มีจุดยืนที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม (Conservative) โดยเขาคัดค้านการทำแท้งและการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งทำให้เขาถูกจัดว่าเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 111 โดยเขาเป็นสมาชิกของ Blue Dog Coalition (กลุ่มสมาชิกพรรคเดโมแครตสายกลางถึงอนุรักษนิยมที่เน้นวินัยทางการเงิน)

ผลงานสำคัญในสภาคือการเสนอ House Resolution 4072 หรือกฎหมาย AMERICA Works เพื่อปรับปรุงกองทุนฝึกอบรมอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสำหรับแรงงานใหม่และทหารที่ปลดประจำการ อย่างไรก็ตาม ในปี 2010 เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งสมัยที่สองให้กับ Martha Roby จากพรรครีพับลิกัน

การกลับมาลงสมัครในนามพรรครีพับลิกัน

ในปี 2018 Bright พยายามกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเปลี่ยนมาลงสมัครในนามพรรครีพับลิกัน โดยให้เหตุผลว่าความเชื่อแบบอนุรักษนิยมของเขาถูกจำกัดในช่วงที่อยู่กับพรรคเดโมแครต แต่ในการเลือกตั้งรอบตัดสิน (Runoff) เขาพ่ายแพ้ให้กับ Martha Roby อีกครั้งด้วยคะแนนเสียง 32% ต่อ 68%

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • พื้นเพ: เกิดในครอบครัวลูกชาวนา มีพี่น้องรวม 14 คน ในภูมิภาค Wiregrass รัฐแอลาบามา
  • การศึกษา: จบปริญญาตรี (Auburn), ปริญญาโท (Troy) และปริญญากฎหมาย (Faulkner)
  • ผลงานเด่น: ฟื้นฟูเมืองมอนต์โกเมอรีและรักษาเครดิตการเงินของเมืองในระดับ AA
  • จุดยืนทางการเมือง: เป็นเดโมแครตสายอนุรักษนิยมที่สุดในสภาฯ ชุดที่ 111 ก่อนจะย้ายไปสังกัดพรรครีพับลิกันในภายหลัง
  • สถิติ: เป็นนายกเทศมนตรีเมืองมอนต์โกเมอรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาคองเกรส
สรุปประวัติและตำแหน่งทางการเมืองของ Bobby Bright
ช่วงปี ตำแหน่ง สังกัดพรรค หมายเหตุ
1999 – 2009 นายกเทศมนตรีเมืองมอนต์โกเมอรี อิสระ ดำรงตำแหน่ง 3 สมัย
2009 – 2011 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เขต 2 รัฐแอลาบามา) เดโมแครต สมาชิก Blue Dog Coalition
2011 – ปัจจุบัน - รีพับลิกัน ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2018 แต่ไม่สำเร็จ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Bobby Bright มีจุดยืนทางการเมืองอย่างไรในช่วงที่อยู่พรรคเดโมแครต?

เขามีจุดยืนเป็นอนุรักษนิยมอย่างมาก โดยคัดค้านการทำแท้งและการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งทำให้เขาถูกระบุว่าเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตที่อนุรักษนิยมที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 111

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในฐานะนายกเทศมนตรีคืออะไร?

การฟื้นฟูย่านใจกลางเมืองและริมน้ำของมอนต์โกเมอรี การสร้างงาน และการบริหารงบประมาณจนเมืองมีเครดิตระดับ AA และมีเงินสำรองฉุกเฉินถึง 30 ล้านดอลลาร์

ทำไม Bobby Bright ถึงเปลี่ยนไปสังกัดพรรครีพับลิกัน?

เขาให้เหตุผลว่าความเชื่อส่วนตัวของเขาเป็นแบบอนุรักษนิยม ซึ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งในนามพรรคเดโมแครต ความเชื่อเหล่านี้ทำให้เขาไม่สามารถผลักดันสิ่งที่ต้องการได้ทั้งหมด

Bobby Bright เคยดำรงตำแหน่งอะไรบ้างในระดับรัฐบาลกลาง?

เขาเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (U.S. Representative) จากรัฐแอลาบามา เขต 2 ระหว่างปี 2009 ถึง 2011

การศึกษาของ Bobby Bright ส่งผลต่ออาชีพของเขาอย่างไร?

การเรียนด้านรัฐศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา นำเขาไปสู่การเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และประสบการณ์ในเรือนจำทำให้เขาตัดสินใจเรียนกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้คน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญก่อนเข้าสู่การเมือง