Bobby Elliott มือกลองระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนจังหวะให้ The Hollies
หากจะกล่าวถึงมือกลองที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงป๊อปร็อก ชื่อของ Bobby Elliott (โรเบิร์ต ฮาร์ตลีย์ เอลเลียต) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยทักษะการตีกลองที่เฉียบคมและเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมือกลองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแนวเพลงป๊อปร็อกระดับโลก
จุดเริ่มต้นจากความหลงใหลในดนตรีแจ๊ส
เส้นทางดนตรีของ Bobby เริ่มต้นขึ้นในช่วงอายุประมาณ 10-11 ปี เมื่อเขาได้สัมผัสกับเสน่ห์ของดนตรีแจ๊ส (Jazz) ซึ่งเป็นแนวเพลงที่เน้นการด้นสดและจังหวะที่ซับซ้อน ความหลงใหลนี้ทำให้เขาตัดสินใจฝึกฝนการตีกลองด้วยตัวเอง โดยใช้สิ่งของใกล้ตัวในบ้าน เช่น กระป๋อง และไม้ตีที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เพื่อเลียนแบบสไตล์การเล่นของมือกลองชื่อดังอย่าง Chico Hamilton จาก Gerry Mulligan Quartet และ Gene Krupa จาก Benny Goodman Orchestra ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะเปลี่ยนแนวทางมาสู่ดนตรีร็อกแอนด์โรลที่กำลังได้รับความนิยม
ก้าวแรกสู่เส้นทางอาชีพกับ Shane Fenton and the Fentones
ในปี 1959 Bobby ได้ร่วมก่อตั้งวง Johnny Theakston and the Tremeloes โดยมี Johnny Theakston เป็นนักร้องนำ ต่อมาในปี 1960 วงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Shane Fenton and the Fentones เพื่อส่งเดโมไปยังรายการ Saturday Club ของ BBC Radio แต่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อ Theakston เสียชีวิตก่อนที่ทางรายการจะตอบกลับ ทำให้ Bernard Jewry (หรือ Alvin Stardust) ต้องก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องนำแทนในชื่อ "Shane Fenton" ตามความประสงค์ของแม่ผู้ล่วงลับ
วงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งด้วยเพลง "I'm a Moody Guy" ซึ่งไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 22 บนชาร์ตซิงเกิลของสหราชอาณาจักรในปี 1961 ภายใต้การดูแลของ Tommy Sanderson และค่ายเพลง EMI อย่างไรก็ตาม หลังจากซิงเกิลถัดมาอีก 3 เพลงไม่ประสบความสำเร็จ วงจึงตัดสินใจยุบตัวลงในเดือนเมษายน 1963
ยุคทองกับ The Hollies และการปฏิเสธข้อเสนอจาก Paul McCartney
หลังจากผ่านประสบการณ์กับวง Ricky Shaw and the Dolphins ซึ่งมี Tony Hicks เป็นมือกีตาร์ Bobby ได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเมื่อเขาได้เข้ามาแทนที่ Don Rathbone ในวง The Hollies ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
The Hollies กลายเป็นวงดนตรีที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นอย่างรวดเร็ว ผ่านบทเพลงฮิตมากมาย เช่น "Here I Go Again", "Look Through Any Window" และ "Just One Look" รวมถึงเพลงอมตะอย่าง "Bus Stop", "Carrie Anne", "He Ain't Heavy, He's My Brother" และ "The Air That I Breathe" ซึ่ง Bobby และ Tony Hicks ยังคงร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับวงจนถึงปี 2024

ความสามารถของ Bobby โดดเด่นจนถึงขั้นที่ Paul McCartney เคยเสนอให้เขาไปเป็นมือกลองให้กับวง Wings ในเดือนกันยายน 1973 แต่ Bobby ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอนั้น เนื่องจากเขามีความผูกพันและต้องการทุ่มเทให้กับ The Hollies อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ความสำเร็จของวงยังได้รับการการันตีด้วยการถูกบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2010 แม้ว่า Bobby และ Hicks จะไม่ได้เข้าร่วมพิธีเนื่องจากติดภารกิจการแสดงที่ London Palladium ก็ตาม
อิทธิพลต่อวงการดนตรีและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
สไตล์การตีกลองของ Bobby ส่งอิทธิพลอย่างมากต่อมือกลองรุ่นหลังและเพื่อนร่วมอาชีพ เช่น Ian Paice, Cozy Powell, Ric Lee และ Gilson Lavis นอกจากเรื่องดนตรีแล้ว เขายังมีส่วนในการสร้างเทรนด์แฟชั่นโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากเขามีปัญหาผมบางตั้งแต่วัยเยาว์ จึงมักสวมหมวกหลากหลายรูปแบบบนเวทีเพื่อปกปิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินร็อกคนอื่นๆ หันมาสวมหมวกในการแสดงมากขึ้น
เมื่อเข้าสู่ช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งเขาสูญเสียเส้นผมไปทั้งหมด Bobby จึงเริ่มสวมวิกผมยาวสีน้ำตาลบนเวที (แม้ว่าตัวจริงจะมีผมสีบลอนด์) ซึ่งภาพลักษณ์นี้ปรากฏเด่นชัดบนหน้าปกอัลบั้มของ The Hollies ในปี 1974
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จุดเริ่มต้น: ฝึกตีกลองด้วยตัวเองโดยใช้กระป๋องและอุปกรณ์ในบ้าน
- ผลงานเด่น: เป็นสมาชิกหลักของวง The Hollies และเคยอยู่วง Shane Fenton and the Fentones
- เกียรติประวัติ: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2010
- เหตุการณ์สำคัญ: ปฏิเสธคำชวนร่วมวง Wings ของ Paul McCartney เพื่ออยู่กับ The Hollies
- อิทธิพลด้านแฟชั่น: เป็นผู้ริเริ่มการสวมหมวกบนเวทีเพื่อปกปิดศีรษะล้าน ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ในวงการร็อก
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Robert Hartley Elliott |
| วันเกิด | 8 ธันวาคม 1941 |
| เครื่องดนตรี | กลอง |
| แนวเพลง | ร็อก (Rock) |
| วงดนตรีที่สร้างชื่อ | The Hollies, Shane Fenton and the Fentones |
คำถามที่พบบ่อย
Bobby Elliott เริ่มต้นการเป็นมือกลองได้อย่างไร?
เขาเริ่มสนใจดนตรีแจ๊สตั้งแต่อายุ 10-11 ปี และฝึกฝนด้วยตัวเองโดยใช้สิ่งของในบ้าน เช่น กระป๋อง มาทำเป็นกลอง และเลียนแบบการเล่นของมือกลองระดับโลกในยุคนั้น
ทำไม Bobby Elliott ถึงปฏิเสธ Paul McCartney?
แม้จะได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมวง Wings แต่ Bobby เลือกที่จะปฏิเสธเพราะเขามีความจงรักภักดีและมีความผูกพันทางใจกับวง The Hollies อย่างมาก
Bobby Elliott มีอิทธิพลต่อแฟชั่นของศิลปินร็อกอย่างไร?
เนื่องจากเขามีปัญหาผมบาง จึงสวมหมวกบนเวทีเพื่อปกปิด ซึ่งการกระทำนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินคนอื่นๆ หันมาสวมหมวกในการแสดงคอนเสิร์ตจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร็อก
Bobby Elliott และ The Hollies ได้รับรางวัลอะไรที่สำคัญที่สุด?
ความสำเร็จสูงสุดคือการที่วง The Hollies ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2010 ซึ่งเป็นการยอมรับในฐานะศิลปินผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการดนตรีโลก