← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Bobby Jindal เส้นทางชีวิตนักการเมืองชาวอินเดีย-อเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในรัฐลุยเซียนา

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Bobby Jindal เส้นทางชีวิตนักการเมืองชาวอินเดีย-อเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในรัฐลุยเซียนา

Bobby Jindal เส้นทางชีวิตนักการเมืองชาวอินเดีย-อเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในรัฐลุยเซียนา Bobby Jindal หรือชื่อเต็มคือ Piyush Jindal เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองสหรัฐอเ…

Bobby Jindalผู้ว่าการรัฐลุยเซียนานักการเมืองชาวอินเดีย-อเมริกันพรรครีพับลิกัน

Bobby Jindal เส้นทางชีวิตนักการเมืองชาวอินเดีย-อเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์ในรัฐลุยเซียนา

Bobby Jindal หรือชื่อเต็มคือ Piyush Jindal เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองสหรัฐอเมริกา ผู้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาคนที่ 55 และเป็นหนึ่งในนักการเมืองเชื้อสายอินเดียเพียงไม่กี่คนที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในพรรครีพับลิกัน ด้วยความสามารถที่โดดเด่นทั้งด้านวิชาการและการบริหาร ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งทางการเมืองที่น่าจับตามองในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

Content image

จุดเริ่มต้นและพื้นฐานการศึกษาที่ยอดเยี่ยม

จินดาลเกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1971 ที่เมืองแบตันรูจ รัฐลุยเซียนา โดยเป็นบุตรชายของครอบครัวผู้อพยพชาวปัญจาบจากอินเดีย บิดาของเขาเป็นวิศวกรโยธา ส่วนมารดาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ ซึ่งทั้งคู่เคยทำงานเป็นอาจารย์ในวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ก่อนจะย้ายมาตั้งรกรากในสหรัฐฯ เพื่อให้มารดาได้ศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาที่มหาวิทยาลัยลุยเซียนา (LSU)

ในด้านการศึกษา จินดาลแสดงความเป็นอัจฉริยะมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Brown University ในหลักสูตร PLME (Program in Liberal Medical Education) ซึ่งเป็นหลักสูตรควบปริญญาตรีและแพทยศาสตรบัณฑิต (M.D.) โดยเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมสองสาขาคือ ชีววิทยาและนโยบายสาธารณะ แม้จะได้รับการตอบรับจากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดและโรงเรียนกฎหมายเยล แต่เขาเลือกที่จะไปศึกษาต่อที่ New College, Oxford ในฐานะนักเรียนทุนโรดส์ (Rhodes Scholar) จนได้รับปริญญาโท (MLitt) ด้านรัฐศาสตร์ โดยเน้นเรื่องนโยบายสุขภาพในปี 1994

Content image

ก้าวแรกสู่เส้นทางการบริหารและนโยบายสาธารณะ

หลังจากจบการศึกษา จินดาลเริ่มต้นการทำงานที่บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company และได้เข้าฝึกงานกับ ส.ส. Jim McCrery ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้คลุกคลีกับนโยบายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ปัญหาทางการเงินของ Medicare (ระบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุของสหรัฐฯ)

ในปี 1996 ขณะมีอายุเพียง 24 ปี เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลของรัฐลุยเซียนา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลงบประมาณเกือบ 40% ของรัฐ ในช่วงเวลานี้เขาประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนสถานะทางการเงินของโครงการ Medicaid จากที่เคยขาดดุล 400 ล้านดอลลาร์ ให้กลับมามีกำไรสะสมถึง 220 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 ปี นอกจากนี้ ในปี 1999 เขายังสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานระบบมหาวิทยาลัยลุยเซียนา (University of Louisiana System) ที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้นด้วยวัยเพียง 28 ปี

Content image

บทบาทในระดับประเทศและตำแหน่งผู้แทนราษฎร

ความสามารถของจินดาลเข้าตาประธานาธิบดี George W. Bush ซึ่งได้แต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (Assistant Secretary of Health and Human Services) ในปี 2001 เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานโยบายหลักและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาล

ต่อมาในปี 2004 จินดาลได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากเขต 1 ของรัฐลุยเซียนา ทำให้เขากลายเป็นชาวอินเดีย-อเมริกันคนที่สองที่ได้ดำรงตำแหน่งในสภาคองเกรส และเป็นชาวรีพับลิกันเชื้อสายอินเดียเพียงคนเดียวที่เคยได้รับตำแหน่งนี้ เขาได้รับเลือกตั้งซ้ำในปี 2006 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 88%

การดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา (2008–2016)

จินดาลชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาในปี 2007 และเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 14 มกราคม 2008 ด้วยวัย 36 ปี ทำให้เขากลายเป็นผู้ว่าการรัฐที่อายุน้อยที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นผู้ว่าการรัฐเชื้อสายอินเดียคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงแรกคือการบริหารจัดการวิกฤตพายุเฮอริเคนกัสตัฟ (Hurricane Gustav) ในปี 2008 ซึ่งเขาสามารถนำการอพยพผู้คนเกือบ 2 ล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ เพียง 16 ราย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการรับมือพายุแคทรีนาในปี 2005

Content image

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวาระที่สองของการดำรงตำแหน่ง ความนิยมของเขาเริ่มลดลงเนื่องจากปัญหาการขาดดุลงบประมาณและการตัดลดงบประมาณรายจ่ายสาธารณะ รวมถึงความพยายามในการยกเลิกภาษีเงินได้ของรัฐที่ถูกคัดค้านจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชน

ความทะเยอทะยานทางการเมืองระดับชาติ

จินดาลเคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นตัวเต็งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปี 2008 ภายใต้การนำของ John McCain และได้รับเลือกให้เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ตอบโต้การแถลงนโยบายของประธานาธิบดี Barack Obama ในปี 2009 ซึ่งเขาวิจารณ์แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าไม่รับผิดชอบ

ในปี 2015 เขาได้ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งปี 2016 แต่ได้ประกาศยุติการรณรงค์หาเสียงในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน และประกาศสนับสนุน Marco Rubio แทน

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติประวัติศาสตร์: เป็นผู้ว่าการรัฐเชื้อสายอินเดียคนแรกของสหรัฐฯ และเป็นผู้ว่าการรัฐที่อายุน้อยที่สุดในขณะเข้ารับตำแหน่ง (36 ปี)
  • ความสำเร็จด้านการคลัง: พลิกฟื้นงบประมาณ Medicaid ของลุยเซียนาจากขาดดุลสู่กำไรในช่วงปี 1996-1999
  • การศึกษาชั้นเลิศ: จบการศึกษาจาก Brown University และเป็นนักเรียนทุน Rhodes ที่ New College, Oxford
  • บทบาทการเมือง: ดำรงตำแหน่งทั้ง ส.ส. สหรัฐฯ, ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งสำคัญของ Bobby Jindal
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง หน่วยงาน/พื้นที่
1996 – 1999 เลขาธิการกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาล รัฐลุยเซียนา
1999 – 2001 ประธานระบบมหาวิทยาลัย University of Louisiana System
2001 – 2003 ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ (Planning and Evaluation) กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ สหรัฐฯ
2005 – 2008 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 รัฐลุยเซียนา
2008 – 2016 ผู้ว่าการรัฐ (คนที่ 55) รัฐลุยเซียนา
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Bobby Jindal มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ?

เขาเป็นผู้บุกเบิกในฐานะชาวอินเดีย-อเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าการรัฐ และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงในพรรครีพับลิกัน

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในฐานะผู้ว่าการรัฐคืออะไร?

การบริหารจัดการอพยพประชาชนครั้งใหญ่ในช่วงพายุเฮอริเคนกัสตัฟ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากทั้งสองพรรคการเมืองว่ามีประสิทธิภาพสูงและช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้มาก

ทำไมเขาถึงไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาต่อเป็นสมัยที่ 3?

เนื่องจากรัฐลุยเซียนามีกฎหมายจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง (Term Limits) ของผู้ว่าการรัฐ ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งในปี 2016

การศึกษาของ Bobby Jindal มีความพิเศษอย่างไร?

เขาจบหลักสูตรควบปริญญาตรี-แพทย์จาก Brown University และได้รับทุน Rhodes ซึ่งเป็นทุนการศึกษาที่มีเกียรติที่สุดในโลกเพื่อไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

หลังจากพ้นตำแหน่งทางการเมือง เขาทำอะไรต่อ?

เขาเข้าสู่ภาคธุรกิจ โดยเป็นที่ปรึกษาด้านการดำเนินงานให้กับ Ares Management บริษัทการลงทุนระดับโลก และดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัท LifeMD ซึ่งเป็นบริษัทด้านโทรเวชกรรม (Telehealth)