← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
BG

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Brett Gardiner กับโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่ Shedden และบทเรียนแห่งความภักดีที่ผิดทาง

Brett Gardiner กับโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่ Shedden และบทเรียนแห่งความภักดีที่ผิดทาง เรื่องราวของ Brett Gardiner หรือที่รู้จักในฉายา Bull ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอาชญากรทั่ว…

Brett GardinerShedden massacreBandidos MCอาชญากรรมแคนาดา

Brett Gardiner กับโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่ Shedden และบทเรียนแห่งความภักดีที่ผิดทาง

เรื่องราวของ Brett Gardiner หรือที่รู้จักในฉายา "Bull" ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอาชญากรทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของความเปราะบางทางจิตใจและการถูกชักจูงเข้าสู่โลกมืดของแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย เขาคือหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ Shedden massacre หรือการสังหารหมู่ที่เชดเดนในปี 2006 ซึ่งนำไปสู่การรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นและการก้าวเข้าสู่โลกของ Bandidos MC

Gardiner เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 1984 ที่เมืองแคลกะรี รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา โดยมีพ่อแม่เป็นผู้อพยพชาวเวลส์ เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะช่างเหล็ก (Ironworker) และมีความสนใจส่วนตัวในด้านการอ่านและการเขียนบทกวี อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเมื่อย้ายไปอยู่ที่เมืองวินนิเพก และถูกดึงดูดเข้าสู่ Bandidos MC ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่แฝงตัวมาในรูปแบบของคลับมอเตอร์ไซค์

สิ่งที่น่าสนใจคือ Gardiner และสมาชิกหลายคนในสาขาวินนิเพก รวมถึง Marcello "Fat Ass" Aravena ไม่ได้มีความผูกพันกับมอเตอร์ไซค์เลย พวกเขาไม่เป็นเจ้าของรถและขับขี่ไม่เป็น แต่กลับเข้าร่วมกลุ่มเพื่อแสวงหาการยอมรับและความเป็นพี่น้อง โดยเฉพาะความจงรักภักดีที่เขามีต่อ Michael "Taz" Sandham ประธานสาขาในขณะนั้น ซึ่งมองว่า Gardiner เป็นคนที่ขาดความมั่นใจและพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่างเพื่อความก้าวหน้าในกลุ่ม

เบื้องหลังโศกนาฏกรรมและการถูกกดขี่

ในเดือนมีนาคม 2006 Sandham ได้รับคำสั่งจากผู้นำกลุ่มในฮิวสตัน สหรัฐอเมริกา ให้จัดการกับกลุ่มที่ถูกเรียกว่า "no surrender crew" ของสาขาทอรอนโต โดย Gardiner ถูกเลือกให้ร่วมเดินทางไปยังฟาร์มของ Wayne "Wiener" Kellestine หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม

ที่ฟาร์มแห่งนี้ Gardiner ต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่เลวร้าย โดย Kellestine ปฏิบัติต่อเขาและสมาชิกชั้นผู้น้อยเหมือนทาส ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่ทำอาหาร ล้างจาน ไปจนถึงผ่าฟืน นอกจากนี้ Kellestine ยังมักกลั่นแกล้ง Gardiner เนื่องจากมองว่าเขามีสติปัญญาจำกัด เช่น การหลอกให้เขาไปตามหา "ต้นไม้ที่ออกลูกเป็นแตงกวาดอง" (Pickle tree) ซึ่งทำให้ Gardiner ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาอย่างไร้จุดหมายก่อนจะถูกหัวเราะเยาะ

สรุปข้อมูลบุคคลและบทบาทในคดี
ชื่อบุคคล บทบาท/ฉายา ความเกี่ยวข้องในคดี
Brett Gardiner "Bull" ผู้ช่วยเตรียมการและทำลายหลักฐาน
Michael Sandham "Taz" ผู้วางแผนและผู้ลงมือสังหาร
Wayne Kellestine "Wiener" เจ้าของสถานที่เกิดเหตุและผู้บงการ
Dwight Mushey "Big Dee" ผู้ชักชวน Gardiner เข้ากลุ่มและผู้ลงมือสังหาร

คืนเกิดเหตุและการมีส่วนร่วมในอาชญากรรม

ก่อนเกิดเหตุสังหารหมู่ Gardiner มีส่วนช่วยในการเตรียมการ โดยการค้นหาปลอกกระสุนปืนลูกซองเก่าๆ ในพื้นที่ฟาร์มเพื่อไม่ให้ตำรวจตรวจพบ และใช้แปรงลวดทำความสะอาดอาวุธปืนในคลังของ Kellestine ในคืนวันที่ 7 เมษายน 2006 เขาได้รับคำสั่งให้เฝ้าเครื่องสแกนวิทยุตำรวจภายในบ้าน แม้เขาจะไม่มีอาวุธและมีโทรศัพท์อยู่ข้างตัวซึ่งสามารถแจ้งตำรวจได้ตลอดเวลา แต่เขากลับเลือกที่จะนิ่งเฉย

ในช่วงท้ายของการสังหารหมู่ Gardiner ได้ช่วยเคลื่อนย้ายของเล่นเด็กออกจากรถยนต์เพื่อเปิดพื้นที่ให้ Jamie Flanz เหยื่อรายสุดท้ายนั่งลง ก่อนที่ Flanz จะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดย Sandham และ Mushey หลังจากนั้น Gardiner ยังได้ช่วยทำความสะอาดที่เกิดเหตุและทำลายหลักฐาน แต่การทำความสะอาดนั้นไม่มีประสิทธิภาพพอ ทำให้ตำรวจพบเศษเนื้อและเส้นผมมนุษย์ปะปนกับขวดเบียร์และธงนาซีในโรงนา

การต่อสู้ในชั้นศาลและกลยุทธ์ "ความโง่เขลา"

Gardiner ถูกจับกุมในวันที่ 8 เมษายน 2006 และถูกตั้งข้อหา Constructive first-degree murder หรือการฆาตกรรมโดยเจตนาในระดับที่หนึ่ง ซึ่งหมายถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ลั่นไก แต่การรับรู้แผนการและให้ความช่วยเหลือถือว่ามีความผิดเท่ากับผู้ลงมือ

ในการพิจารณาคดีปี 2009 ทนายความของเขาใช้กลยุทธ์ "Cut-throat defense" โดยพยายามผลักภาระความผิดให้ผู้อื่น และใช้เรื่อง "ต้นไม้แตงกวาดอง" มาเป็นหลักฐานยืนยันว่าลูกความของเขามีระดับ IQ ต่ำเกินกว่าจะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวเขาคือบทกวีชื่อ "Love Not Lost" ที่เขาเขียนถึงแฟนสาวและลงชื่อกำกับว่า "Prospect Bandido Bull, Manitoba" ซึ่งคำว่า Prospect (สมาชิกขั้นทดลอง) เป็นการยืนยันสถานะสมาชิกในกลุ่มที่เขาพยายามปฏิเสธในศาล

พฤติกรรมของ Gardiner ในศาลถูกวิจารณ์ว่าขาดวุฒิภาวะ เช่น การส่งจดหมายถามหาการ์ตูนในหนังสือพิมพ์จากผู้สื่อข่าว หรือการส่งโน้ตเชิงชู้สาวถึงศิลปินวาดภาพในศาลขณะที่มีการเบิกความที่โศกเศร้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญอยู่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถานะทางกฎหมาย: ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ขอทัณฑ์บนที่เรือนจำ Stony Mountain รัฐแมนิโทบา
  • ข้อหา: ฆาตกรรมโดยเจตนาในระดับที่หนึ่ง 6 กระทง และการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา (Manslaughter) 2 กระทง
  • จุดพลิกผัน: บทกวีที่เขียนด้วยลายมือตนเองกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่หักล้างคำให้การของทนายความ
  • พฤติกรรม: มีความจงรักภักดีต่อหัวหน้ากลุ่มอย่างสูง แม้จะถูกปฏิบัติเหมือนทาสและถูกหลอกลวง
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Brett Gardiner เป็นคนลงมือฆ่าเหยื่อด้วยตนเองหรือไม่?

ไม่ Gardiner ไม่ได้เป็นผู้ลั่นไกสังหารเหยื่อรายใด แต่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนาในระดับที่หนึ่ง เนื่องจากมีส่วนช่วยเตรียมการ ทำความสะอาดอาวุธ และทำลายหลักฐานหลังเกิดเหตุ

คำว่า "Constructive first-degree murder" ในคดีนี้หมายถึงอะไร?

หมายถึงการที่บุคคลมีส่วนร่วมในแผนการหรือให้ความช่วยเหลือในการก่ออาชญากรรม แม้จะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าด้วยตนเอง แต่กฎหมายถือว่ามีความผิดและต้องรับโทษเท่ากับผู้ที่ลงมือสังหาร

ทำไมบทกวีถึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญในศาล?

เพราะในระหว่างการพิจารณาคดี ทนายของ Gardiner พยายามอ้างว่าเขาไม่ใช่สมาชิกของกลุ่ม Bandidos แต่บทกวีที่เขาเขียนและลงชื่อระบุตำแหน่ง "Prospect Bandido" เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ยืนยันว่าเขาเป็นสมาชิกของกลุ่มจริง

บทสรุปของคดีนี้เป็นอย่างไร?

คณะลูกขุนตัดสินให้ Brett Gardiner มีความผิดในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา 6 กระทง และ manslaughter 2 กระทง ส่งผลให้เขาต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้รับทัณฑ์บน