Bruce R. Kuniholm ผู้บุกเบิกและอดีตคณบดี Sanford School of Public Policy
Bruce R. Kuniholm คือนักวิชาการชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานด้านนโยบายสาธารณะและการศึกษาประวัติศาสตร์ โดยเขาเป็นที่รู้จักในฐานะคณบดีคนแรกของ Sanford School of Public Policy แห่งมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างผู้นำด้านนโยบายระดับโลก
เส้นทางวิชาการและการบริหารที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก
คุณ Kuniholm มีความผูกพันกับมหาวิทยาลัยดุ๊กอย่างลึกซึ้ง โดยเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณบดีคนแรกของ Sanford School of Public Policy ในปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สถาบันนโยบายสาธารณะ (Institute of Public Policy) ของมหาวิทยาลัยได้รับการยกระดับขึ้นเป็นคณะ (School) อย่างเป็นทางการ โดยเขาดำรงตำแหน่งนี้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2013 ก่อนจะส่งต่อตำแหน่งให้กับ Kelly D. Brownell
นอกเหนือจากบทบาทคณบดี เขายังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัยดุ๊ก ได้แก่ การเป็นผู้อำนวยการของ Terry Sanford Institute of Public Policy ในสองช่วงเวลา คือปี 1989–1994 และ 2005–2009 รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ (Vice Provost for Academic and International Affairs) ระหว่างปี 1996–2001 และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศ (Center for International Studies) อีกด้วย
ประสบการณ์การทำงานระดับชาติและภูมิหลังทางทหาร
ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางสายวิชาการที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก คุณ Kuniholm ได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานจริงในหน่วยงานระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเคยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักข่าวกรองและการวิจัย (Bureau of Intelligence and Research) และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวางแผนนโยบาย (Policy Planning staff) ประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
นอกจากนี้ เขายังเป็นทหารผ่านศึกของกองทัพสหรัฐฯ โดยเคยรับหน้าที่เป็นผู้บังคับหมวดปืนเล็ก (Marine Rifle Platoon Commander) ในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขามีมุมมองที่เฉียบคมด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและผลงานทางวิชาการ
ในฐานะศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะและประวัติศาสตร์ คุณ Kuniholm มุ่งเน้นการศึกษาเรื่อง นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกใกล้และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์สูง
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือหนังสือชื่อ The Origins of the Cold War in the Near East: Great Power Conflict and Diplomacy in Iran, Turkey, and Greece ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี 1980 ซึ่งได้รับรางวัล Stuart L. Bernath Prize จากสมาคมนักประวัติศาสตร์ด้านการต่างประเทศของอเมริกา (Society for Historians of American Foreign Relations) นอกจากนี้เขายังมีบทความวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกจำนวนมาก และได้เดินทางไปบรรยายใน 24 ประเทศทั่วโลก
ด้วยความสามารถที่โดดเด่น เขาจึงได้รับทุนวิจัยและเกียรติยศจากสถาบันระดับโลกมากมาย เช่น มูลนิธิฟุลไบร์ท (Fulbright Foundation), สถาบันโนเบลนอร์เวย์ (Norwegian Nobel Institute), ศูนย์วิชาการระหว่างประเทศวูดโรว์ วิลสัน (Woodrow Wilson International Center for Scholars), สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) และกองทุนเพื่อมนุษยศาสตร์แห่งชาติ (National Endowment for the Humanities)
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: คณบดีคนแรกของ Sanford School of Public Policy (2009–2013)
- ความเชี่ยวชาญ: นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ในตะวันออกใกล้และตะวันออกกลาง
- ผลงานเด่น: ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับต้นกำเนิดสงครามเย็นในตะวันออกใกล้
- ประสบการณ์ทหาร: อดีตผู้บังคับหมวดปืนเล็กนาวิกโยธินในสงครามเวียดนาม
- การศึกษา: จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) และปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก
| ระดับการศึกษา | สาขาวิชา | สถาบันการศึกษา | ปีที่จบการศึกษา |
|---|---|---|---|
| ปริญญาเอก (PhD) | ประวัติศาสตร์ | มหาวิทยาลัยดุ๊ก | 1976 |
| ปริญญาโท (M.A.P.P.S) | วิทยาศาสตร์นโยบาย | มหาวิทยาลัยดุ๊ก | 1976 |
| ปริญญาโท (M.A.) | ประวัติศาสตร์ | มหาวิทยาลัยดุ๊ก | 1972 |
| ปริญญาตรี (A.B.) | ภาษาอังกฤษ | วิทยาลัยดาร์ตมัธ | 1964 |
| ประกาศนียบัตร/การศึกษา | ภาษาฝรั่งเศส | มหาวิทยาลัยดีฌง (ฝรั่งเศส) | 1962 |
คำถามที่พบบ่อย
Bruce R. Kuniholm มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อมหาวิทยาลัยดุ๊ก?
เขาเป็นคณบดีคนแรกที่นำพา Institute of Public Policy เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Sanford School of Public Policy อย่างเต็มตัวในปี 2009 และเคยดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงทั้งในด้านวิชาการและวิเทศสัมพันธ์
งานวิจัยหลักของเขาเน้นไปที่เรื่องใด?
เขามุ่งเน้นศึกษาประวัติศาสตร์และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันออกใกล้และตะวันออกกลาง รวมถึงการวิเคราะห์ความขัดแย้งและการทูตในช่วงสงครามเย็น
เขามีประสบการณ์การทำงานนอกภาควิชาการอย่างไรบ้าง?
เขาเคยทำงานในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทั้งในส่วนของสำนักข่าวกรองและการวิจัย และทีมวางแผนนโยบาย รวมถึงเคยรับราชการทหารในฐานะผู้บังคับหมวดปืนเล็กนาวิกโยธินในสงครามเวียดนาม
หนังสือที่สร้างชื่อเสียงให้เขาคือเล่มใด?
หนังสือชื่อ The Origins of the Cold War in the Near East: Great Power Conflict and Diplomacy in Iran, Turkey, and Greece ซึ่งได้รับรางวัล Stuart L. Bernath Prize จากสมาคมนักประวัติศาสตร์ด้านการต่างประเทศของอเมริกา