← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Bruce Reed นักยุทธศาสตร์การเมืองผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังทำเนียบขาว

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Bruce Reed นักยุทธศาสตร์การเมืองผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังทำเนียบขาว

Bruce Reed นักยุทธศาสตร์การเมืองผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังทำเนียบขาว ในโลกของการเมืองสหรัฐอเมริกา Bruce Reed คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์และผู้บริหารร…

Bruce ReedทำเนียบขาวJoe Bidenที่ปรึกษาการเมือง

Bruce Reed นักยุทธศาสตร์การเมืองผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังทำเนียบขาว

ในโลกของการเมืองสหรัฐอเมริกา Bruce Reed คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์และผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในหลายรัฐบาล เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางนโยบายและเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของผู้นำพรรคเดโมแครตให้กลายเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการทำงานใกล้ชิดกับประธานาธิบดี Joe Biden

Content image

เส้นทางการศึกษาและจุดเริ่มต้นในสายการเมือง

Bruce Reed เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1960 ที่เมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ และเติบโตในเมืองเคอร์ดาเลน โดยมีมารดาคือ Mary Lou Reed อดีตสมาชิกวุฒิสภาประจำรัฐ ด้านการศึกษาเขาโดดเด่นอย่างมาก โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Princeton University ในปี 1982 ก่อนจะได้รับทุน Rhodes Scholar (ทุนการศึกษาที่มีเกียรติสูงสุดระดับโลก) เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านวรรณกรรมอังกฤษที่ Lincoln College, Oxford

เขาเริ่มต้นอาชีพทางการเมืองด้วยการเป็นหัวหน้าผู้เขียนสุนทรพจน์ให้กับ Al Gore วุฒิสมาชิกจากรัฐเทนเนสซีในช่วงปี 1985-1989 และก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการด้านนโยบายของ Democratic Leadership Council (DLC) ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการปรับทิศทางนโยบายของพรรคเดโมแครตให้ทันสมัย

บทบาทสำคัญในรัฐบาลและนโยบายระดับชาติ

ในช่วงรัฐบาลของประธานาธิบดี Bill Clinton Bruce Reed ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Domestic Policy Council (สภาด้านนโยบายภายในประเทศ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการกำหนดทิศทางนโยบายภายในสหรัฐฯ เขาเป็นผู้มีบทบาทหลักในการผลักดันกฎหมายอาชญากรรมปี 1994 และกฎหมายปฏิรูประบบสวัสดิการปี 1996 โดยเขาเป็นผู้คิดคำขวัญที่โด่งดังอย่าง "end welfare as we know it" เพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงระบบสวัสดิการสังคมครั้งใหญ่

นอกจากงานบริหาร Reed ยังเป็นนักคิดที่พยายามปรับปรุงแนวทางของพรรคเดโมแครต โดยเขาได้ร่วมเขียนหนังสือ The Plan: Big Ideas for America ในปี 2006 ซึ่งเสนอให้พรรคเลิกยึดติดกับแนวทาง New Deal แบบเดิม และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสังคมที่มีความคล่องตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน

การทำงานร่วมกับ Joe Biden และตำแหน่งในทำเนียบขาว

ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Reed และ Joe Biden นำไปสู่ตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง เริ่มจากการดำรงตำแหน่ง Chief of Staff (หัวหน้าคณะทำงาน) ให้กับ Joe Biden ขณะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในช่วงปี 2011-2013 ต่อมาเขาได้ผันตัวไปบริหาร Broad Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

เมื่อ Joe Biden ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี Reed ได้กลับมาช่วยงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเทคโนโลยี และได้รับแต่งตั้งให้เป็น White House Deputy Chief of Staff for Policy (รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวด้านนโยบาย) ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2021 จนถึง 20 มกราคม 2025 เพื่อดูแลการขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐบาล

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Princeton และปริญญาโทจาก Oxford (Rhodes Scholar)
  • ตำแหน่งสูงสุด: รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวด้านนโยบาย (2021-2025)
  • ผลงานเด่น: ร่วมร่างกฎหมายอาชญากรรมปี 1994 และกฎหมายปฏิรูประบบสวัสดิการปี 1996
  • บทบาทบริหาร: อดีตประธาน Broad Foundation และอดีต CEO ของ Democratic Leadership Council (DLC)
สรุปประวัติการดำรงตำแหน่งสำคัญของ Bruce Reed
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง สังกัด/ผู้นำ
1996 – 2001 ผู้อำนวยการ Domestic Policy Council ประธานาธิบดี Bill Clinton
2011 – 2013 Chief of Staff ของรองประธานาธิบดี Joe Biden
2013 – 2020 ประธาน Broad Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
2021 – 2025 รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวด้านนโยบาย ประธานาธิบดี Joe Biden
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Bruce Reed มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Joe Biden?

เขาเป็นที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้และทำงานร่วมกับ Joe Biden มาอย่างยาวนาน ทั้งในตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานขณะที่ Biden เป็นรองประธานาธิบดี และตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานในทำเนียบขาวเมื่อ Biden เป็นประธานาธิบดี

บทบาทของเขาในด้านนโยบายสวัสดิการคืออะไร?

เขาเป็นหนึ่งในผู้เขียนกฎหมาย Personal Responsibility and Work Opportunity Act ปี 1996 และเป็นเจ้าของวลี "end welfare as we know it" ซึ่งเป็นการปฏิรูประบบสวัสดิการของสหรัฐฯ

Bruce Reed เคยทำงานในภาคเอกชนหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหรือไม่?

ใช่ เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานของ Broad Foundation และเคยเป็น CEO ของ Democratic Leadership Council (DLC)

เขามีบทบาทอย่างไรในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020?

ในระหว่างการหาเสียงของ Joe Biden เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายเทคโนโลยี (Technology Policy Advisor)