← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Carla Del Ponte อัยการเหล็กผู้ท้าทายอำนาจมืดและอาชญากรสงครามระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Carla Del Ponte อัยการเหล็กผู้ท้าทายอำนาจมืดและอาชญากรสงครามระดับโลก

Carla Del Ponte อัยการเหล็กผู้ท้าทายอำนาจมืดและอาชญากรสงครามระดับโลก ในโลกของกฎหมายระหว่างประเทศ ชื่อของ Carla Del Ponte เป็นที่รู้จักในฐานะสตรีผู้มีความเด็ดเดี่ยวและไม่เ…

Carla Del Ponteอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศICTYICTR

Carla Del Ponte อัยการเหล็กผู้ท้าทายอำนาจมืดและอาชญากรสงครามระดับโลก

ในโลกของกฎหมายระหว่างประเทศ ชื่อของ Carla Del Ponte เป็นที่รู้จักในฐานะสตรีผู้มีความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ เธอคืออดีตอัยการสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศถึงสองแห่งภายใต้สังกัดสหประชาชาติ ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับทั้งผู้นำประเทศและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

Content image

เส้นทางสู่การเป็นนักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพล

Del Ponte เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947 ที่เมือง Bignasco ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เธอมีความสามารถด้านภาษาที่โดดเด่น โดยใช้ภาษาอิตาลีเป็นภาษาหลัก และสามารถสื่อสารภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

ด้านการศึกษา เธอสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากสถาบันชั้นนำทั้งในเมืองเบิร์น เจนีวา และในสหราชอาณาจักร โดยได้รับวุฒิ LL.M. (นิติศาสตรมหาบัณฑิต) ในปี ค.ศ. 1972 ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพในสำนักงานกฎหมายเอกชนที่เมืองลูกาโน และต่อมาได้เปิดสำนักงานกฎหมายของตนเองในปี ค.ศ. 1975

การต่อสู้กับมาเฟียและเครือข่ายฟอกเงินในสวิตเซอร์แลนด์

จุดเริ่มต้นความโด่งดังของเธอเกิดขึ้นเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาไต่สวนและอัยการที่สำนักงานอัยการเขตลูกาโน โดยเธอรับผิดชอบคดีซับซ้อน เช่น การฟอกเงิน การฉ้อโกง การค้าอาวุธ และการจารกรรม ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจระดับโลกในสวิตเซอร์แลนด์

ผลงานที่สร้างชื่อให้เธอมากที่สุดคือการทลายเครือข่ายฟอกเงินของ มาเฟียซิซิลี และการสืบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกลุ่มประเทศโซเวียตเดิมที่นำเงินผิดกฎหมายมาฝากในสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้รวบรวมหลักฐานสำคัญในคดีฟอกเงินของเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถานและสามีอีกด้วย

ความเด็ดขาดของเธอทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายของ Cosa Nostra (องค์กรอาชญากรรมมาเฟียอิตาลี) ซึ่งถึงขั้นพยายามลอบสังหารเธอด้วยระเบิดจำนวนครึ่งตันที่ติดตั้งไว้ใต้บ้านในเมืองปาแลร์โม แต่เธอรอดชีวิตมาได้ เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เธอมีความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมจัดตั้งมากขึ้น จนกลายเป็นบุคคลสาธารณะคนแรกในสวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องมีรถหุ้มเกราะและเจ้าหน้าที่คุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมง

บทบาทในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICTY และ ICTR)

ในปี ค.ศ. 1999 Del Ponte ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัยการของ ICTY (ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวีย) และ ICTR (ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ศาลเหล่านี้มีอัยการที่มีประสบการณ์ด้านการดำเนินคดีอาญาโดยตรงมาบริหารงาน

อย่างไรก็ตาม การทำงานของเธอเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง ในปี ค.ศ. 2003 เธอถูกถอดออกจากตำแหน่งอัยการของ ICTR เนื่องจากแรงกดดันจากประธานาธิบดีคากาเมของรวันดา ซึ่งไม่พอใจที่เธอพยายามสืบสวนอาชญากรรมสงครามที่กระทำโดยแนวร่วมรักชาติรวันดา (RPF) ส่วนในตำแหน่งอัยการของ ICTY เธอปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2008

ภารกิจทางการทูตและการสืบสวนในซีเรีย

หลังพ้นตำแหน่งอัยการ เธอได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศอาร์เจนตินา (ค.ศ. 2008–2011) และต่อมาได้เข้าร่วมคณะกรรมการสืบสวนอิสระระหว่างประเทศเกี่ยวกับสาธารณรัฐอาหรับซีเรียภายใต้ UN

ในช่วงการทำงานที่ซีเรีย เธอได้สร้างความฮือฮาด้วยการระบุว่ากลุ่มกบฏซีเรียอาจมีการใช้สารเคมี (ก๊าซซาริน) ในการโจมตี ซึ่งขัดกับมุมมองของรัฐบาลตะวันตกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดเธอได้ลาออกจากคณะกรรมการในปี ค.ศ. 2017 เนื่องจากความผิดหวังที่ประชาคมโลกและคณะมนตรีความมั่นคง UN ไม่สนับสนุนการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับอาชญากรสงครามในซีเรีย โดยเธอมองว่ารัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) เพื่อปกป้องรัฐบาลของประธานาธิบดีอัล-อัสซาด

ข้อพิพาทเรื่องการค้าอวัยวะในโคโซโว

ในปี ค.ศ. 2008 Del Ponte ได้เขียนหนังสือชื่อ The Hunt ซึ่งระบุว่ามีการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ของชาวเซิร์บที่ถูกลักพาตัวในช่วงหลังสงครามโคโซโว ข้อกล่าวหานี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก แม้ว่าศาล ICTY จะระบุว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหานี้ส่งมาถึงผู้พิพากษา แต่ทาง Human Rights Watch มองว่าข้อกล่าวหานี้มีความน่าเชื่อถือและเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างจริงจัง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: เป็นอัยการคนแรกที่มีประสบการณ์ตรงด้านการดำเนินคดีอาญาก่อนเข้ารับตำแหน่งในศาลอาญาระหว่างประเทศ
  • ความกล้าหาญ: รอดพ้นจากการลอบสังหารโดยมาเฟียซิซิลีด้วยระเบิดจำนวนมหาศาล
  • บทบาทระดับโลก: ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของทั้ง ICTY และ ICTR พร้อมกัน
  • จุดยืน: ยึดมั่นในการดำเนินคดีกับอาชญากรสงครามโดยไม่คำนึงถึงฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกบฏหรือรัฐบาล
สรุปประวัติและบทบาทสำคัญของ Carla Del Ponte
ช่วงเวลา บทบาท/ตำแหน่ง ผลงานหรือเหตุการณ์สำคัญ
ก่อนปี 1999 อัยการในสวิตเซอร์แลนด์ ทลายเครือข่ายฟอกเงินมาเฟียซิซิลี และสืบคดีคอร์รัปชันระดับสูง
1999 – 2008 อัยการสูงสุด ICTY และ ICTR ดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามในยูโกสลาเวียและรวันดา
2008 – 2011 เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำการ ณ ประเทศอาร์เจนตินา
2012 – 2017 คณะกรรมการสืบสวน UN สืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาวุธเคมีในซีเรีย
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Carla Del Ponte มีบทบาทสำคัญอย่างไรในศาลอาญาระหว่างประเทศ?

เธอเป็นอัยการสูงสุดของทั้ง ICTY และ ICTR โดยเป็นอัยการมืออาชีพคนแรกที่เข้ามาบริหารงาน แทนที่ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นผู้พิพากษา ทำให้การดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามมีความเข้มข้นขึ้น

ทำไมเธอถึงถูกถอดจากตำแหน่งอัยการของ ICTR?

เธอถูกถอดออกเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการที่เธอพยายามสืบสวนอาชญากรรมสงครามที่อาจกระทำโดยแนวร่วมรักชาติรวันดา (RPF) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีคากาเมของรวันดา

เหตุการณ์ลอบสังหารที่เธอเผชิญคืออะไร?

ในขณะที่เธอสืบสวนเครือข่ายฟอกเงินของมาเฟียซิซิลีในอิตาลี เธอถูกลอบวางระเบิดจำนวนครึ่งตันไว้ที่ฐานรากของบ้านในเมืองปาแลร์โม แต่โชคดีที่ตรวจพบและอพยพได้ทันเวลา

ข้อกล่าวเรื่องการค้าอวัยวะในโคโซโวมีบทสรุปอย่างไร?

Del Ponte อ้างในหนังสือของเธอว่ามีการค้าอวัยวะของชาวเซิร์บ แม้ศาล ICTY จะระบุว่าไม่มีหลักฐานส่งมาถึงศาล และผู้ถูกกล่าวหาบางรายถูกตัดสินยกฟ้องในภายหลัง แต่หน่วยงานอย่าง Human Rights Watch ยังคงมองว่าข้อกล่าวหานี้มีน้ำหนักและควรมีการตรวจสอบ

ทำไมเธอถึงลาออกจากคณะกรรมการสืบสวนในซีเรีย?

เธอลาออกเพราะความคับข้องใจที่ประชาคมโลกและคณะมนตรีความมั่นคง UN ไม่สามารถผลักดันให้เกิดศาลพิเศษเพื่อลงโทษอาชญากรสงครามในซีเรียได้ โดยเธอมองว่าการใช้สิทธิยับยั้งของรัสเซียทำให้เกิดสภาวะลอยนวลพ้นผิด (Impunity)