← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
CK

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Cecil Kirby จากมือสังหารมาเฟียสู่พยานปากสำคัญที่สั่นคลอนอาชญากรรมแคนาดา

Cecil Kirby จากมือสังหารมาเฟียสู่พยานปากสำคัญที่สั่นคลอนอาชญากรรมแคนาดา เรื่องราวของ Cecil Kirby ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอาชญากรทั่วไป แต่เป็นมหากาพย์ของการไต่เต้าในโลกใต้…

Cecil KirbySatan's Choice MCCommisso ndrinaมาเฟียแคนาดา

Cecil Kirby จากมือสังหารมาเฟียสู่พยานปากสำคัญที่สั่นคลอนอาชญากรรมแคนาดา

เรื่องราวของ Cecil Kirby ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของอาชญากรทั่วไป แต่เป็นมหากาพย์ของการไต่เต้าในโลกใต้ดิน การใช้ความรุนแรง และการหักหลังที่นำไปสู่การล่มสลายของเครือข่ายมาเฟียรายใหญ่ในแคนาดา จากเด็กชายผู้มีปัญหาด้านพฤติกรรมสู่การเป็น Hitman หรือมือปืนรับจ้างที่น่าเกรงขาม และจบลงด้วยการเป็นสายลับให้รัฐบาลเพื่อเอาชีวิตรอด

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่โลกอาชญากรรม

Kirby เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 1950 ในครอบครัวชาวไอริช-แคนาดา ณ ย่านเวสตัน เมืองโตรอนโต ชีวิตวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและการต่อต้านสังคม เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนประถมถึงสองครั้ง และไม่สามารถเข้าเรียนในระดับมัธยมปลายได้เนื่องจากปัญหาด้านวินัย ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นรากฐานที่ทำให้เขาเลือกใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหามาโดยตลอด

ในปี 1969 Kirby ก้าวเข้าสู่โลกอาชญากรรมอย่างเต็มตัวโดยการเข้าร่วมกับ Satan's Choice Motorcycle Club ซึ่งในขณะนั้นเป็นคลับมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัฐออนแทรีโอ ภายใต้การนำของ Bernie "The Frog" Guindon โดย Kirby เริ่มต้นจากการฉ้อโกงประกันภัยรถยนต์และการลักทรัพย์ จนสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่ง Sergeant-at-arms (ผู้ดูแลความสงบและระเบียบ) ของสาขาริชมอนด์ฮิลล์

เครือข่ายจารกรรมและอำนาจของ Satan's Choice

สิ่งที่ทำให้ Satan's Choice เหนือกว่าแก๊งคู่แข่งไม่ใช่เพียงกำลังรบ แต่คือ Intelligence Network หรือเครือข่ายข่าวกรองที่ยอดเยี่ยม Kirby เปิดเผยว่าสมาชิกคลับใช้วิธีล่อลวงพนักงานหญิงของตำรวจมณฑลออนแทรีโอ (OPP) เพื่อเข้าถึงข้อมูลลับในคอมพิวเตอร์ของตำรวจ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้พวกเขารู้ว่าสมาชิกคนใดมีหมายจับ หรือใช้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่พยายามแฝงตัวเข้ามาในแก๊ง นอกจากนี้ยังใช้แจ้งเบาะแสตำรวจเพื่อกำจัดศัตรูคู่แข่งได้อย่างแนบเนียน ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าแก๊งอื่นเสมอ

การเปลี่ยนขั้วสู่มาเฟียตระกูล Commisso

ความสัมพันธ์ของ Kirby กับ Satan's Choice เริ่มร้าวฉานในปี 1975 หลังจากที่เขาผิดหวังจากการที่ Bernie Guindon ไม่ชำระหนี้ค้ายาเสพติดคืนให้ ประกอบกับความขัดแย้งกับสมาชิกในคลับ ทำให้เขาตัดสินใจลาออกในเดือนมีนาคม 1976 และถูกแนะนำให้รู้จักกับ Commisso 'ndrina ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมรูปแบบมาเฟียที่มีรากฐานมาจากแคว้นคาลาเบรีย ประเทศอิตาลี (หรือที่รู้จักในชื่อ 'Ndrangheta)

ภายใต้การจ้างงานของพี่น้องตระกูล Commisso โดยเฉพาะ Cosimo Commisso ผู้ซึ่ง Kirby บรรยายว่าเป็นคนที่อำมหิตและพร้อมฆ่าทุกคนที่ขวางทางธุรกิจ Kirby ได้กลายเป็นมือระเบิดและมือสังหารประจำกลุ่ม โดยเน้นการข่มขู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักที่ปลอดภัยและทำเงินได้มากกว่าการค้ายาเสพติด

บันทึกการสังหารและการก่อวินาศกรรม

ในช่วงปี 1976-1980 Kirby ก่อเหตุสะเทือนขวัญหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดรถยนต์ของพนักงานขายเพื่อข่มขู่ทางธุรกิจ การวางระเบิดตู้จดหมาย และเหตุการณ์รุนแรงที่สุดคือการวางระเบิดร้านอาหารจีน Wah Kew Chop Suey House ในปี 1977 ซึ่งส่งผลให้พ่อครัวเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย โดยเป็นการรับจ้างจากกลุ่มอั้งยี่ Kung Lok Triad ผ่านทางตระกูล Commisso

นอกจากนี้เขายังพยายามลอบสังหาร Irving Kott โบรกเกอร์หุ้นในมอนทรีออล และรับจ้างวางระเบิดดิสโก้ Arviv's มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์เพื่อฉ้อโกงประกันภัย รวมถึงการจัดหาสิ่งของที่ใช้ในการสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ Michael Sweet อีกด้วย

การพลิกบทบาทเป็นพยานปากเอก (Crown Witness)

ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อ Kirby พบว่าตระกูล Commisso เริ่มจ่ายเงินค่าจ้างไม่ครบและให้ข้อมูลที่ผิดพลาดจนทำให้เขาโจมตีผิดเป้าหมาย เขาเชื่อว่าตนเองกำลังถูกวางแผนฆ่าปิดปากเพื่อไม่ต้องจ่ายเงิน จึงตัดสินใจติดต่อ Royal Canadian Mounted Police (RCMP) ในเดือนพฤศจิกายน 1980 เพื่อขอเป็นสายลับ

ข้อตกลงคือ Kirby จะได้รับความคุ้มครองพยาน (Witness Protection) เงินรายเดือน และการยกเว้นโทษทางอาญาในอดีตทั้งหมด โดยเขาได้ช่วยตำรวจในปฏิบัติการสำคัญ เช่น การจัดฉากฆาตกรรม Helen Nafplotis ในสหรัฐอเมริกา และการล่อซื้อหลักฐานการสั่งฆ่า Paul Volpe หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมจากบัฟฟาโล ซึ่งนำไปสู่การจับกุมและตัดสินจำคุกพี่น้องตระกูล Commisso ในที่สุด

สรุปเส้นทางอาชญากรรมของ Cecil Kirby
ช่วงปี สังกัด/บทบาท กิจกรรมหลัก ผลลัพธ์
1969–1976 Satan's Choice MC ฉ้อโกงประกันภัย, ขโมยรถ, จารกรรมข้อมูลตำรวจ ก้าวขึ้นเป็น Sergeant-at-arms
1976–1980 Commisso 'ndrina มือปืนรับจ้าง, วางระเบิด, ข่มขู่ผู้รับเหมาก่อสร้าง ก่อเหตุสังหารและวินาศกรรมหลายครั้ง
1980–1982 สายลับ RCMP ให้ข้อมูลลับ, จัดฉากการฆาตกรรมเพื่อจับกุมมาเฟีย ส่งสมาชิกมาเฟียเข้าคุกกว่า 37 คน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แรงจูงใจในการทรยศ: Kirby ยอมเป็นพยานไม่ใช่เพราะสำนึกผิด แต่เพราะกลัวถูกตระกูล Commisso ฆ่าปิดปาก
  • ผลกระทบทางกฎหมาย: คำให้การของเขานำไปสู่การตัดสินจำคุก Rocco Remo และ Cosimo Commisso เป็นเวลา 14.5 ปี และ 21 ปี ตามลำดับ
  • การสร้างรายได้จากอาชญากรรม: เขาเขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ Mafia Enforcer (1986) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้สังคมที่มองว่าอาชญากรไม่ควรได้กำไรจากความผิดของตน
  • ชีวิตในปัจจุบัน: เขาเคยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจจนถึงปี 2012 และปัจจุบันใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงว่ามาเฟียจะตามหาเขาเจอผ่านโซเชียลมีเดีย
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Cecil Kirby เป็นใคร?

เขาเป็นอดีตสมาชิกคลับมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมายและมือปืนรับจ้างให้กับมาเฟียตระกูล Commisso ในแคนาดา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพยานปากสำคัญให้กับรัฐบาลในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมจัดตั้ง

ทำไมเขาถึงตัดสินใจหักหลังมาเฟีย?

สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งเรื่องเงินค่าจ้างและความระแวงว่านายจ้าง (ตระกูล Commisso) กำลังวางแผนฆ่าเขาเพื่อล้างหนี้

หนังสือ Mafia Enforcer คืออะไร?

เป็นหนังสืออัตชีวประวัติของ Cecil Kirby ที่เขียนโดย Thomas Renner ซึ่งบอกเล่ารายละเอียดการทำงานในโลกใต้ดินและการเป็นมือสังหาร ซึ่งกลายเป็นหนังสือขายดีและสร้างข้อถกเถียงในสังคมแคนาดา

ปัจจุบัน Cecil Kirby มีชีวิตความเป็นอยู่ อย่างไร?

เขาเคยอยู่ภายใต้โปรแกรมคุ้มครองพยาน แต่ในปี 2015 เขาเปิดเผยว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองแล้วหลังจากมีปัญหากับบอดี้การ์ด และใช้ชีวิตด้วยความกลัวว่าจะถูกล้างแค้นผ่านการติดตามตัวทางอินเทอร์เน็ต

เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่?

จากการสัมภาษณ์ Kirby ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดในเชิงศีลธรรมต่อเหยื่อ แต่เขารู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งเขาเชื่อว่าการถูกยิงตายอาจจะดีกว่าการต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเช่นนี้