Celso Amorim นักการทูตผู้ทรงอิทธิพลและที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของบราซิล
Celso Luiz Nunes Amorim คือรัฐบุรุษและนักการทูตระดับแถวหน้าของประเทศบราซิล ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศของบราซิลมาอย่างยาวนาน โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายใต้การนำของประธานาธิบดีหลายสมัย

เส้นทางสู่การเป็นนักการทูตมืออาชีพ
Amorim เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1942 ที่เมืองซานโตส รัฐเซาเปาโล เขาเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการและการทูตด้วยการสำเร็จการศึกษาจาก Rio Branco Institute (สถาบันฝึกอบรมข้าราชการระดับสูงด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศบราซิล) ในปี 1965 และต่อยอดความรู้ด้วยปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก Diplomatic Academy of Vienna ในปี 1967
นอกเหนือจากงานบริหาร Amorim ยังอุทิศตนให้กับการถ่ายทอดความรู้ โดยเคยเป็นอาจารย์สอนภาษาโปรตุเกสที่ Rio Branco Institute รวมถึงสอนวิชารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยบราซิเลีย และยังเป็นสมาชิกถาวรของภาควิชาการต่างประเทศ ณ สถาบันการศึกษาระดับสูงของมหาวิทยาลัยเซาเปาโลอีกด้วย
บทบาทสำคัญในรัฐบาลและเวทีโลก
เส้นทางการทำงานในภาครัฐของเขาเริ่มต้นอย่างโดดเด่นในปี 1987 ในตำแหน่งเลขาธิการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก่อนจะขยับขึ้นสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ด้านวัฒนธรรม และผู้อำนวยการใหญ่ด้านเศรษฐกิจ ตามลำดับ จนกระทั่งในปี 1993 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของหน่วยงานด้านการต่างประเทศของบราซิล
ในระดับสากล Amorim มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวแทนบราซิล ณ องค์การสหประชาชาติ (UN) โดยได้ร่วมคณะกรรมการคว่ำบาตรโคโซโว-ยูโกสลาเวียในปี 1998 และคณะกรรมการความมั่นคงด้านอิรักในปี 1999 ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตบราซิลประจำองค์การสหประชาชาติและองค์การการค้าโลก (WTO) และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหราชอาณาจักรในปี 2001

จุดสูงสุดในอาชีพการเมืองของเขาคือการดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สองช่วงเวลา คือระหว่างปี 1993–1994 ภายใต้ประธานาธิบดี Itamar Franco และช่วงปี 2003–2010 ภายใต้ประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva ซึ่งในช่วงหลังนี้เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากจนถูกยกย่องให้เป็น "รัฐมนตรีต่างประเทศที่ดีที่สุดในโลก" โดย David Rothkopf จากนิตยสาร Foreign Policy ในปี 2009 นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระหว่างปี 2011–2014 ในสมัยของประธานาธิบดี Dilma Rousseff
การทำงานในปัจจุบันและเกียรติประวัติ
ปัจจุบัน Amorim ยังคงรับใช้ชาติในฐานะ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศ ของประธานาธิบดี Lula ซึ่งเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2023 นอกจากนี้เขายังมีบทบาทในองค์กรระดับโลก เช่น ประธานคณะกรรมการบริหารของ Unitaid และสมาชิกคณะที่ปรึกษาของ Center for International Relations and Sustainable Development (CIRSD) รวมถึงได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doutor Honoris Causa) จาก Universidade Federal do ABC ในปี 2026
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Celso Luiz Nunes Amorim
- ตำแหน่งปัจจุบัน: ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีบราซิล
- ความสำเร็จโดดเด่น: ได้รับการยกย่องเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ดีที่สุดในโลกในปี 2009
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก Rio Branco Institute และ Diplomatic Academy of Vienna
- สังกัดทางการเมือง: พรรค Workers' Party (ตั้งแต่ปี 2009) และเคยสังกัด PMDB (1980–2009)
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | ภายใต้ประธานาธิบดี / องค์กร |
|---|---|---|
| 1993 – 1994 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ | Itamar Franco |
| 2001 – 2002 | เอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหราชอาณาจักร | Fernando Henrique Cardoso |
| 2003 – 2010 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ | Luiz Inácio Lula da Silva |
| 2011 – 2014 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | Dilma Rousseff |
| 2023 – ปัจจุบัน | ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศ | Luiz Inácio Lula da Silva |
คำถามที่พบบ่อย
Celso Amorim มีบทบาทสำคัญอย่างไรในนโยบายต่างประเทศของบราซิล?
เขามีบทบาทเป็นทั้งผู้กำหนดนโยบายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึงสองสมัย และเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของประธานาธิบดี Lula ในการวางยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เขาเคยได้รับรางวัลหรือการยอมรับในระดับสากลอย่างไรบ้าง?
ในปี 2009 เขาได้รับการจัดอันดับจากบล็อกเกอร์ของนิตยสาร Foreign Policy ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เก่งที่สุดในโลก
ประวัติการศึกษาส่งผลต่ออาชีพการทูตของเขาอย่างไร?
การจบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำอย่าง Rio Branco Institute และ Diplomatic Academy of Vienna ทำให้เขามีพื้นฐานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งนำไปสู่การดำรงตำแหน่งทูตและรัฐมนตรีในเวลาต่อมา
นอกจากงานการเมืองแล้ว เขายังทำงานด้านอื่นใดอีกบ้าง?
เขามีประสบการณ์ในสายวิชาการ โดยเคยเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของ Unitaid ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงยารักษาโรคในระดับโลก