← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Chamath Palihapitiya จากผู้บริหาร Facebook สู่เจ้าพ่อ SPAC และนักลงทุนระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Chamath Palihapitiya จากผู้บริหาร Facebook สู่เจ้าพ่อ SPAC และนักลงทุนระดับโลก

Chamath Palihapitiya จากผู้บริหาร Facebook สู่เจ้าพ่อ SPAC และนักลงทุนระดับโลก ในโลกของเทคโนโลยีและการเงินระดับโลก ชื่อของ Chamath Palihapitiya เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที…

Chamath PalihapitiyaSocial CapitalFacebookSPAC

Chamath Palihapitiya จากผู้บริหาร Facebook สู่เจ้าพ่อ SPAC และนักลงทุนระดับโลก

ในโลกของเทคโนโลยีและการเงินระดับโลก ชื่อของ Chamath Palihapitiya เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที่มีอิทธิพลและเต็มไปด้วยสีสัน เขาเริ่มต้นจากการเป็นวิศวกรไฟฟ้าผู้ทะเยอทะยาน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ Facebook และกลายเป็นหนึ่งในนักลงทุน Venture Capital (การลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงแต่มีโอกาสเติบโตเร็ว) ที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่งของยุคปัจจุบัน

เส้นทางชีวิตจากศรีลังกาสู่ความสำเร็จในแคนาดาและสหรัฐฯ

Chamath เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 1976 ที่เมืองกัลล์ ประเทศศรีลังกา ก่อนจะย้ายไปพำนักที่ประเทศแคนาดาตั้งแต่อายุ 5 ปี เนื่องจากบิดาของเขาทำงานในสถานทูตศรีลังกา ณ กรุงออตตาวา ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน บิดาประสบปัญหาการดื่มสุราและว่างงาน ขณะที่มารดาต้องทำงานรับจ้างทำความสะอาดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ความลำบากนี้ผลักดันให้ Chamath เริ่มทำงานที่ Burger King ตั้งแต่อายุ 14 ปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน

ด้านการศึกษา เขาจบการศึกษาจาก University of Waterloo ในปี 1999 โดยได้รับปริญญาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกของเทคโนโลยีและการเงินได้อย่างรวดเร็ว

Content image

จุดเริ่มต้นในโลกธุรกิจ: จาก Winamp ถึง Facebook

หลังเรียนจบ Chamath เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นเทรดเดอร์อนุพันธ์ที่ BMO Nesbitt Burns ก่อนจะย้ายไปแคลิฟอร์เนียเพื่อร่วมงานกับ Winamp และต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นรองประธานที่อายุน้อยที่สุดของ AOL โดยดูแลแผนก Instant Messaging ในปี 2004

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2007 เมื่อเขาเข้าร่วมงานกับ Facebook ในฐานะผู้บริหารระดับสูง เขาเป็นผู้นำในการเปิดตัว Facebook Beacon ซึ่งเป็นระบบโฆษณาที่ติดตามการซื้อสินค้าของผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์ภายนอก แม้ระบบนี้จะถูกยกเลิกไปในปี 2009 เนื่องจากปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว แต่เขาก็สามารถสร้างผลงานโดดเด่นในการผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์มจนมีผู้ใช้งานแตะ 1 พันล้านคนในปี 2012 รวมถึงการริเริ่มโครงการ Facebook Phone และ Facebook Home ก่อนจะลาออกในปี 2011

Content image

การก่อตั้ง Social Capital และยุคทองของ SPAC

หลังจากออกจาก Facebook เขาได้ร่วมกับ Brigette Lau ก่อตั้ง Social Capital ในปี 2011 เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์องค์กรและเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น Slack และ Box โดยในปี 2015 บริษัทบริหารจัดการเงินทุนมากกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ต่อมาในปี 2018 เขาได้ปรับโครงสร้างบริษัทให้เป็น 'Family Office' เพื่อบริหารความมั่งคั่งส่วนตัว โดยเน้นลงทุนใน AI, คริปโตเคอร์เรนซี, เทคโนโลยีอวกาศ และโซลูชันด้านภูมิอากาศ

Chamath กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการนำ SPAC (Special Purpose Acquisition Company) หรือบริษัทเช็คเปล่า ซึ่งเป็นบริษัทที่ระดมทุนจากสาธารณะเพื่อนำไปควบรวมกิจการกับบริษัทนอกตลาด เพื่อนำบริษัทเหล่านั้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ IPO แบบปกติ เขาได้นำบริษัทชื่อดังอย่าง Virgin Galactic, SoFi และ Opendoor เข้าสู่ตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2021-2022 หุ้นของบริษัทเหล่านี้ประสบภาวะดิ่งลงอย่างรุนแรง นำไปสู่การฟ้องร้องจากนักลงทุนและการตรวจสอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ

สรุปการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นผ่าน SPAC ของ Social Capital Hedosophia
ชื่อ SPAC บริษัทที่ควบรวม/เข้าตลาด สถานะ/ผลลัพธ์
Holdings Corp. I (IPOA) Virgin Galactic เข้าตลาดสำเร็จ (ราคาหุ้นลดลงภายหลัง)
Holdings Corp. II (IPOB) Opendoor เข้าตลาดสำเร็จ (ราคาหุ้นลดลงภายหลัง)
Holdings Corp. III (IPOC) Clover Health เข้าตลาดสำเร็จ (ราคาหุ้นลดลงภายหลัง)
Holdings Corp. IV (IPOD) - ชำระคืนเงินทุนและเลิกกิจการ
Holdings Corp. V (IPOE) SoFi เข้าตลาดสำเร็จ (ราคาหุ้นลดลงภายหลัง)
Holdings Corp. VI (IPOF) - ชำระคืนเงินทุนและเลิกกิจการ

วิสัยทัศน์ด้าน AI และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

ในปี 2024-2025 Chamath ให้ความสำคัญกับ Artificial Intelligence (AI) อย่างมาก เขาเตือนว่าความก้าวหน้าของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จากจีนเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งเขาเปรียบว่าเป็น 'Sputnik moment' ที่รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้เขายังเปิดตัว 8090 อินคิวเบเตอร์ที่มุ่งสร้างซอฟต์แวร์องค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่ถูกลง 90% โดยใช้ AI และทีมวิศวกรจากต่างประเทศ

บทบาททางการเมืองและประเด็นทางสังคม

ทัศนคติทางการเมืองของ Chamath มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยบริจาคเงินให้พรรคเดโมแครตกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2000-2019 เขาได้เปลี่ยนมาสนับสนุนพรรครีพับลิกันอย่างชัดเจนในปี 2020-2021 รวมถึงการร่วมระดมทุนครั้งใหญ่ให้กับ Donald Trump ในปี 2024

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง FWD.us กลุ่มล็อบบี้เพื่อปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมืองและการศึกษาในสหรัฐฯ และเคยเสนอให้เก็บภาษีมูลค่าหุ้นของสตาร์ทอัพในซานฟรานซิสโกเพื่อนำเงินมาสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในวงการธุรกิจ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าจาก University of Waterloo
  • ผลงานเด่น: อดีตผู้บริหาร Facebook ผู้ผลักดันให้มีผู้ใช้ถึง 1 พันล้านคน
  • ธุรกิจหลัก: ผู้ก่อตั้ง Social Capital และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบ SPAC
  • ความสนใจปัจจุบัน: การพัฒนา AI, พลังงานสะอาด และการปฏิรูปซอฟต์แวร์องค์กรผ่านโครงการ 8090
  • การกุศล: บริจาค 25 ล้านดอลลาร์ให้ University of Waterloo และสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดในแคลิฟอร์เนีย
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Chamath Palihapitiya มีบทบาทอย่างไรใน Facebook?

เขาเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลด้านการเติบโต (Growth) ของแพลตฟอร์ม และเป็นผู้นำในการเปิดตัว Facebook Beacon รวมถึงโครงการ Facebook Phone และ Facebook Home

SPAC คืออะไร และทำไม Chamath ถึงถูกเรียกว่าเจ้าพ่อ SPAC?

SPAC คือบริษัทที่ระดมทุนจากตลาดหุ้นเพื่อนำเงินไปซื้อกิจการบริษัทอื่นให้เข้าตลาดหุ้นได้เร็วขึ้น Chamath เป็นผู้บุกเบิกการใช้เครื่องมือนี้นำบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงปี 2019-2021

ทำไมเขาถึงถอนการลงทุนจากทีม Golden State Warriors?

เขาตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดในทีมบาสเกตบอล Golden State Warriors ในปี 2023 หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความเห็นของเขาต่อประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ในจีน

โครงการ 8090 คืออะไร?

เป็นอินคิวเบเตอร์ที่ Chamath ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างซอฟต์แวร์องค์กรใหม่ โดยตั้งเป้าให้มีฟีเจอร์หลัก 80% ของซอฟต์แวร์เดิม แต่มีราคาถูกลงถึง 90% ด้วยการใช้ AI และทีมพัฒนาจากนอกสหรัฐฯ

ทัศนคติของเขาต่อโซเชียลมีเดียในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

เขากล่าวว่าอัลกอริทึมที่เน้นการสร้าง Engagement สูงสุดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ก่อให้เกิดอาการเสพติด ความวิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ซึ่งเขาได้นำแนวคิดนี้มาใช้ในชีวิตจริงโดยจำกัดเวลาการใช้หน้าจอของลูกๆ อย่างเคร่งครัด