← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Charlie Cooke ตำนานปีกขวาจอมเทคนิคผู้สร้างชื่อกับเชลซีและทีมชาติสกอตแลนด์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Charlie Cooke ตำนานปีกขวาจอมเทคนิคผู้สร้างชื่อกับเชลซีและทีมชาติสกอตแลนด์

Charlie Cooke ตำนานปีกขวาจอมเทคนิคผู้สร้างชื่อกับเชลซีและทีมชาติสกอตแลนด์ หากจะกล่าวถึงผู้เล่นตำแหน่ง Winger (ปีก) ที่มีความสามารถโดดเด่นและมีสไตล์การเล่นที่สวยงามในยุค 6…

Charlie Cookeชาร์ลี คุกนักฟุตบอลสกอตแลนด์ตำนานเชลซี

Charlie Cooke ตำนานปีกขวาจอมเทคนิคผู้สร้างชื่อกับเชลซีและทีมชาติสกอตแลนด์

หากจะกล่าวถึงผู้เล่นตำแหน่ง Winger (ปีก) ที่มีความสามารถโดดเด่นและมีสไตล์การเล่นที่สวยงามในยุค 60 และ 70 ชื่อของ Charlie Cooke หรือ ชาร์ลี คุก คือหนึ่งในชื่อที่แฟนบอลยุคนั้นจดจำได้เป็นอย่างดี เขาคือนักเตะชาวสกอตแลนด์ผู้ผ่านการค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำทั้งในลีกบ้านเกิด อังกฤษ และปิดท้ายอาชีพที่สหรัฐอเมริกา

เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพและการแจ้งเกิดในสกอตแลนด์

ชาร์ลี คุก เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม Port Glasgow และ Renfrew Juniors ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวกับ Aberdeen ในปี 1960 โดยเขาลงสนามนัดแรกในรายการ Scottish League Cup เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งทีมสามารถเอาชนะ Ayr United ไปได้ 4-3

ต่อมาในปี 1964 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม Dundee ซึ่งที่นี่เองที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ส่งผลให้เขากลายเป็นที่จับตามองของทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ

Content image

ยุครุ่งเรืองกับเชลซีและการสร้างตำนานในลอนดอน

ในเดือนเมษายน 1966 เชลซีได้สร้างสถิติสโมสรในขณะนั้นด้วยการจ่ายเงิน 72,000 ปอนด์ เพื่อดึงตัวคุกมาร่วมทีมภายใต้การนำของกุนซือ Tommy Docherty เขาเปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจในรายการ Inter-Cities Fairs Cup นัดที่ชนะ FC Barcelona 2-0 และสร้างความฮือฮาในเกมลีกนัดแรกด้วยการเลี้ยงหลบ Bobby Moore กัปตันทีมแชมป์โลกของอังกฤษ ก่อนจะทำประตูชัยให้ทีมได้สำเร็จ

คุกเป็นผู้เล่นที่มีความยืดหยุ่นสูง แม้ในยุคที่แท็กติกฟุตบอลเริ่มลดบทบาทของปีก แต่เขาก็สามารถปรับตัวไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งขวาตัวต่ำได้เป็นอย่างดี เขาเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เชลซีเข้าชิง FA Cup ในปี 1967 และประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลาต่อมา โดยเฉพาะในปี 1970 ที่เขาจ่ายบอลให้ Peter Osgood ทำประตูตีเสมอในนัดรีเพลย์ FA Cup จนทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ รวมถึงการคว้าแชมป์ Cup Winners' Cup ในปี 1971 ด้วยการเอาชนะ Real Madrid

แม้จะมีการย้ายไปอยู่กับ Crystal Palace ในช่วงสั้นๆ แต่เขาก็กลับมาช่วยเชลซีอีกครั้งในช่วงที่ทีมตกต่ำ โดยใช้ประสบการณ์ช่วยพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้ในปี 1977 รวมการลงเล่นให้เชลซีทั้งสองช่วงเวลารวมกันถึง 373 นัด ทำได้ 30 ประตู

Content image

การผจญภัยในสหรัฐอเมริกาและบทบาทผู้จัดการทีม

หลังจากอำลาเชลซีในปี 1978 ชาร์ลี คุก ได้เดินทางไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกากับลีก NASL (North American Soccer League) ซึ่งเป็นลีกอาชีพที่เคยรุ่งเรืองในอดีต โดยเขาได้ร่วมงานกับหลายสโมสร เช่น Los Angeles Aztecs, Memphis Rogues และ California Surf

นอกจากฟุตบอลกลางแจ้งแล้ว เขายังได้สัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลในร่ม (Indoor Soccer) กับทีมอย่าง Calgary Boomers, Cleveland Force และ Dallas Sidekicks ก่อนจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 1985-86

ในด้านการคุมทีม คุกเคยรับหน้าที่เฮดโค้ชให้กับ Memphis Rogues และ Wichita Wings นอกจากนี้เขายังได้ถ่ายทอดความรู้ผ่านการเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอลในเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ และเขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ The Bonnie Prince ในปี 2006

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเต็ม: Charles Cooke เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 1942 ที่เมือง St Monans ประเทศสกอตแลนด์
  • ตำแหน่ง: ปีกขวา (Winger)
  • สถิติรวม: ลงเล่นทั้งหมด 693 นัด ทำได้ 83 ประตู ตลอดอาชีพการค้าแข้ง
  • ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ FA Cup (1970) และ Cup Winners' Cup (1971) กับเชลซี
  • ทีมชาติ: ติดทีมชาติสกอตแลนด์ชุดใหญ่ 16 นัด ระหว่างปี 1965-1975
สรุปสถิติการลงเล่นและประตูในระดับสโมสร (ลีก)
สโมสร จำนวนนัดที่ลงเล่น จำนวนประตู
Aberdeen 125 27
Dundee 44 11
Chelsea (ทั้ง 2 ช่วง) 299 22
Crystal Palace 44 0
สโมสรในสหรัฐฯ (NASL/MISL) 181 23
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Charlie Cooke มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดกับสโมสรใด?

เขามีชื่อเสียงมากที่สุดกับสโมสร เชลซี โดยเป็นกำลังหลักในยุคที่ทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ FA Cup และ Cup Winners' Cup

ผลงานที่น่าจดจำที่สุดของเขาในระดับสโมสรคืออะไร?

การเลี้ยงหลบ Bobby Moore กัปตันทีมชาติอังกฤษในนัดเปิดตัวกับเชลซี และการส่งบอลให้ Peter Osgood ทำประตูในนัดชิง FA Cup ปี 1970

เขาเคยเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์หรือไม่?

เคย โดยเขาติดทีมชาติชุดใหญ่ทั้งหมด 16 นัด เริ่มนัดแรกในปี 1965 และนัดสุดท้ายในปี 1975 รวมถึงเคยติดทีมชาติชุด U23 อีก 5 นัด

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว เขาทำอาชีพอะไร?

เขาผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีมในสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันดำเนินกิจการโรงเรียนสอนฟุตบอลในเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ

เขามีผลงานเขียนหนังสือเกี่ยวกับตัวเองหรือไม่?

มี โดยเขาได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อว่า The Bonnie Prince ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2006 ร่วมกับ Martin Knight