← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Chava Alberstein ตำนานนักร้องเพลงโฟล์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งอิสราเอล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Chava Alberstein ตำนานนักร้องเพลงโฟล์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งอิสราเอล

Chava Alberstein ตำนานนักร้องเพลงโฟล์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งอิสราเอล หากจะกล่าวถึงศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงโฟล์ก (Folk) ของอิสราเอล ชื่อของ Chava Alberstein ย่อ…

Chava Albersteinนักร้องเพลงโฟล์กอิสราเอลดนตรีโฟล์กเพลงภาษาอิิดดิช

Chava Alberstein ตำนานนักร้องเพลงโฟล์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งอิสราเอล

หากจะกล่าวถึงศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงโฟล์ก (Folk) ของอิสราเอล ชื่อของ Chava Alberstein ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เธอไม่เพียงแต่เป็นนักร้องที่มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นทั้งนักแต่งเพลง ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน และนักกิจกรรมทางสังคมที่ใช้เสียงเพลงเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนและความสามัคคีระหว่างชาวอาหรับและชาวอิสราเอล

เส้นทางชีวิตจากโปแลนด์สู่ดวงดาวแห่งวงการดนตรี

Chava เกิดในชื่อ Ewa Alberstein เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1946 ณ เมืองชเชตซิน ประเทศโปแลนด์ ต่อมาในปี 1950 เธอและครอบครัวได้ย้ายถิ่นฐานมายังประเทศอิสราเอล และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Chava ตามธรรมเนียมการปรับชื่อให้เป็นภาษาฮีบรู โดยเธอเติบโตขึ้นในเมืองคิริยัต ไฮม์

จุดเริ่มต้นในเส้นทางดนตรีของเธอเกิดขึ้นในปี 1964 ขณะมีอายุเพียง 17 ปี เมื่อเธอได้รับเชิญให้ขึ้นแสดงที่ Hammam Nightclub ในย่านจัฟฟา โดยเธอร้องเพลงพร้อมเล่นกีตาร์ประกอบ และมีพี่ชายชื่อ Alex ร่วมบรรเลงคลาริเน็ต ซึ่งการแสดงครั้งนั้นถูกถ่ายทอดสดทางวิทยุและสร้างชื่อเสียงให้เธออย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การเซ็นสัญญาบันทึกเสียงกับค่าย CBS ในเวลาต่อมา

Chava Alberstein in a performance for Israeli wounded soldiers, 1969

ในช่วงปี 1965 Chava ได้เข้าประจำการในกองทัพอิสราเอล (IDF) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอได้สร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นจากการแสดงดนตรีเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่าทหาร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ศิลปินอิสราเอลหลายคนในยุคนั้นใช้ในการก้าวสู่การเป็นดาวเด่นของประเทศ

ผลงานทางดนตรีและความหลากหลายทางภาษา

ตลอดอาชีพการทำงาน Chava Alberstein ได้สร้างสรรค์อัลบั้มเพลงออกมามากกว่า 60 ชุด โดยมีความโดดเด่นในการขับร้องถึง 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาฮีบรู ภาษาอังกฤษ และภาษาอิิดดิช (Yiddish) ซึ่งเป็นภาษาดั้งเดิมของชาวเยิวในยุโรปตะวันออก โดยเธอมีความมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ภาษาอิิดดิชผ่านผลงานเพลงและวิดีโอชุด "Too Early to Be Quiet, Too Late to Sing"

เธอเริ่มผันตัวมาเขียนเนื้อร้องและแต่งทำนองเพลงเองในปี 1980 โดยผลงานในอัลบั้ม Mehagrim ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นเอง นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมงานกับสามี Nadav Levitan ผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งเขาเป็นผู้เขียนเนื้อร้องในอัลบั้ม End of the Holiday และเธอยังได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Stalin's Disciples ของเขาอีกด้วย

Chava Alberstein playing guitar and singing into microphone onstage

จุดยืนทางการเมืองและการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน

Chava ไม่ได้เป็นเพียงศิลปิน แต่ยังเป็นนักเคลื่อนไหวสายเสรีนิยมที่ยึดมั่นในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความปรองดองระหว่างชาวอาหรับและอิสราเอล จุดยืนที่ชัดเจนนี้บางครั้งก็นำมาซึ่งความขัดแย้ง เช่นในปี 1989 เพลง "Had Gadya" ของเธอ ซึ่งมีการดัดแปลงเนื้อหาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของอิสราเอลที่มีต่อชาวปาเลสไตน์ ถูกสั่งห้ามออกอากาศโดยวิทยุแห่งรัฐของอิสราเอล อย่างไรก็ตาม เพลงนี้กลับได้รับความสนใจในระดับสากลและถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Free Zone ของผู้กำกับ Amos Gitai

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • จำนวนอัลบั้ม: ผลิตผลงานเพลงออกมามากกว่า 60 อัลบั้ม
  • ภาษาที่ใช้: ฮีบรู, อังกฤษ และอิิดดิช
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Kinor David ถึง 6 ครั้ง และรางวัล Itzik Manger Prize ในปี 1999
  • วุฒิการศึกษา: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ, สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มันน์ และมหาวิทยาลัยแบรนเดอิส
  • สถานะในวงการ: หนังสือพิมพ์ Yedioth Ahronoth ยกย่องให้เธอเป็นนักร้องเพลงโฟล์กหญิงที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Chava Alberstein
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 8 ธันวาคม 1946 (โปแลนด์)
แนวเพลงหลัก โฟล์ก (Folk), โฟล์ก ร็อก (Folk Rock)
เครื่องดนตรี ขับร้อง, กีตาร์
ปีที่เริ่มอาชีพ ค.ศ. 1964
รางวัลสูงสุด รางวัลความสำเร็จตลอดชีวิตจากสมาคมศิลปินอิสราเอล (2022)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Chava Alberstein มีความโดดเด่นในด้านใดมากที่สุด?

เธอโดดเด่นในฐานะนักร้องเพลงโฟล์กที่สามารถขับร้องได้หลายภาษา โดยเฉพาะภาษาอิิดดิช และการใช้ดนตรีเพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคมและสิทธิมนุษยชน

ทำไมเพลง "Had Gadya" ถึงถูกสั่งห้ามออกอากาศ?

เนื่องจากเนื้อหาในเพลงมีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอิสราเอลที่มีต่อชาวปาเลสไตน์ ซึ่งขัดกับแนวทางของวิทยุแห่งรัฐในขณะนั้น (ปี 1989)

เธอได้รับรางวัลอะไรบ้างที่สำคัญ?

เธอได้รับรางวัล Kinor David ถึง 6 ครั้ง, รางวัล Itzik Manger Prize, รางวัลความสำเร็จตลอดชีวิตจากสมาคมผู้ประพันธ์เพลงและผู้จัดพิมพ์เพลงของอิสราเอล รวมถึงปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับภาษาอิิดดิชคืออะไร?

เธอเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ภาษาอิิดดิช (Yiddish) ซึ่งเป็นภาษาของชาวเยิว โดยนำมาใช้ในผลงานบันทึกเสียงและสร้างสรรค์วิดีโอเพื่อเผยแพร่บทกวีในภาษานี้

เธอเริ่มเข้าสู่วงการเพลงได้อย่างไร?

เธอเริ่มจากการได้รับเชิญให้แสดงที่ Hammam Nightclub ในจัฟฟาเมื่ออายุ 17 ปี ซึ่งการแสดงนั้นถูกถ่ายทอดสดทางวิทยุและทำให้เธอได้รับความสนใจจนได้เซ็นสัญญากับค่าย CBS