← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Chief Keef ผู้บุกเบิกดนตรี Drill และเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยจุดพลิกผัน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Chief Keef ผู้บุกเบิกดนตรี Drill และเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยจุดพลิกผัน

Chief Keef ผู้บุกเบิกดนตรี Drill และเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยจุดพลิกผัน หากพูดถึงแนวดนตรี Drill (ดริล) ซึ่งเป็นซับเจนระของฮิปฮอปที่มีจังหวะดุดันและเนื้อหาที่สะท้อนชีวิตข้…

Chief Keefดนตรี DrillฮิปฮอปChicago Drill

Chief Keef ผู้บุกเบิกดนตรี Drill และเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยจุดพลิกผัน

หากพูดถึงแนวดนตรี Drill (ดริล) ซึ่งเป็นซับเจนระของฮิปฮอปที่มีจังหวะดุดันและเนื้อหาที่สะท้อนชีวิตข้างถนน ชื่อของ Chief Keef หรือชื่อจริงคือ Keith Farrelle Cozart คือบุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกและทำให้แนวดนตรีนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างระดับโลก ด้วยสไตล์การแรปที่เป็นเอกลักษณ์และการสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้เขากลายเป็นไอคอนของคนรุ่นใหม่ในวงการเพลงฮิปฮอป

Content image

จุดเริ่มต้นและชีวิตในวัยเด็กที่หล่อหลอมตัวตน

Chief Keef เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1995 ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาเติบโตมาในย่าน Washington Park โดยเฉพาะในโครงการบ้านพัก Parkway Garden Homes ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอิทธิพลของแก๊ง Black Disciples ซึ่งเขาก็เป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ด้วย สภาพแวดล้อมที่รุนแรงและกดดันในวัยเด็กได้กลายเป็นวัตถุดิบหลักในการเขียนเพลงของเขา

ในด้านครอบครัว เขาเติบโตมาภายใต้การดูแลของย่าซึ่งทำงานเป็นคนขับรถโรงเรียน เนื่องจากมีความห่างเหินกับบิดามาตั้งแต่เด็ก ความหลงใหลในดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ โดยใช้เครื่องคาราโอเกะของแม่ในการฝึกฝนและบันทึกเสียง แม้จะเข้าเรียนในระดับมัธยมที่ Dyett High School แต่เขาก็ตัดสินใจลาออกตั้งแต่ปีแรกเพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายดนตรีอย่างเต็มตัว

Chief Keef in 2019

เส้นทางสู่ชื่อเสียงและการแจ้งเกิดในระดับโลก

Chief Keef เริ่มเข้าสู่วงการแรปในปี 2008 และปล่อยมิกซ์เทปชุดแรกในปี 2009 จนกระทั่งปี 2011 ผลงานของเขาเริ่มได้รับความสนใจอย่างมากในย่าน South Side ของชิคาโก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่เขาถูกกักบริเวณในบ้าน ซึ่งเขาได้ใช้เวลานั้นในการสร้างสรรค์และเผยแพร่วิดีโอผ่าน YouTube จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีแนว Drill

เพลง "I Don't Like" กลายเป็นเพลงฮิตที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วชิคาโก และดึงดูดความสนใจจากศิลปินระดับโลกอย่าง Kanye West ที่นำเพลงนี้ไปรีมิกซ์ ส่งผลให้ Chief Keef ก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างรวดเร็ว จนเกิดการแข่งขันกันระหว่างค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เพื่อเซ็นสัญญาคว้าตัวเขา ซึ่งสุดท้ายเขาได้เซ็นสัญญากับ Interscope Records ด้วยมูลค่าสูงถึง 6 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับการก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองในชื่อ Glory Boyz Entertainment (GBE)

ในปี 2012 เขาปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดแรก Finally Rich ซึ่งมีเพลงดังอย่าง "Love Sosa" ที่ได้รับรองระดับ Quintuple Platinum จาก RIAA แม้จะเป็นอัลบั้มเดียวที่ปล่อยภายใต้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ แต่ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการฮิปฮอปในยุคนั้น

Content image

การก้าวสู่การเป็นศิลปินอิสระและบทบาทโปรดิวเซอร์

หลังจากแยกทางกับ Interscope Records ในปี 2014 Chief Keef ได้ผันตัวมาเป็นศิลปินอิสระอย่างเต็มตัว เขาเริ่มทดลองผลิตเพลงด้วยตัวเอง (Self-produced) โดยให้ความสำคัญกับ "Vibe" หรือบรรยากาศของเพลงมากกว่าความหมายของคำ ผลงานอย่างมิกซ์เทป Back from the Dead 2 และอัลบั้ม Nobody แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในฐานะโปรดิวเซอร์ที่น่าสนใจ

ในช่วงปี 2016 เขาเคยประกาศรีไทร์จากวงการเพลง แต่สุดท้ายก็กลับมาสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัลบั้ม Dedication (2017) ที่ได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของเขา นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Lil Uzi Vert และ Drake ซึ่งส่งผลให้เขามีเพลงติดอันดับใน Billboard Hot 100 อีกครั้ง

Content image

การบริหารธุรกิจดนตรีและค่ายเพลง

Chief Keef ไม่เพียงแต่เป็นศิลปิน แต่ยังเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรี เขาเริ่มต้นจาก Glory Boyz Entertainment (GBE) และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น Glo Gang เพื่อรวบรวมศิลปินที่มีแนวทางเดียวกัน ต่อมาในปี 2022 เขาได้ก่อตั้งค่ายเพลง 43B (หรือ Forget Everybody) ภายใต้ความร่วมมือกับ RBC Records และ BMG เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวัฒนธรรมดนตรี โดยใช้ประสบการณ์จากการเป็นศิลปินอิสระเกือบ 10 ปีมาถ่ายทอด

สรุปข้อมูลสำคัญของ Chief Keef
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อจริง Keith Farrelle Cozart
แนวเพลงหลัก Hip-hop / Drill
อัลบั้มแจ้งเกิด Finally Rich (2012)
ค่ายเพลงที่ก่อตั้ง Glo Gang, 43B
ผลงานโดดเด่น I Don't Like, Love Sosa

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้บุกเบิก Drill: ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ทำให้ดนตรีแนว Drill กลายเป็นกระแสหลัก
  • ความสำเร็จทางชาร์ต: เพลง "Love Sosa" ได้รับการรับรองระดับ 5 แผ่นพลาตินัมจาก RIAA
  • การปรับตัว: เปลี่ยนบทบาทจากแรปเปอร์สู่การเป็นโปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลงอิสระ
  • อิทธิพลทางสังคม: พยายามลดความรุนแรงในชิคาโกผ่านการก่อตั้ง Stop the Violence Now Foundation

ชีวิตส่วนตัวและประเด็นทางกฎหมาย

ชีวิตของ Chief Keef เต็มไปด้วยความวุ่นวายและโศกนาฏกรรม เขาต้องสูญเสียพี่ชายต่างมารดาและลูกพี่ลูกน้อง (Blood Money) จากเหตุการณ์ความรุนแรงในชิคาโก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความคิดและการเติบโตของเขาอย่างมาก ต่อมาเขาได้ย้ายไปพำนักที่ลอสแอนเจลิสเพื่อหลีกหนีจากปัญหาและเริ่มต้นงานอดิเรกใหม่ในการสะสมงานศิลปะ

ในด้านกฎหมาย เขาเผชิญกับคดีความมากมายตั้งแต่วัยรุ่น ทั้งเรื่องการครอบครองอาวุธ การละเมิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ และคดีจราจร ซึ่งหลายครั้งส่งผลให้เขาต้องถูกกักบริเวณหรือจำคุกในสถานพินิจ รวมถึงมีข้อพิพาทเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรกับหญิงหลายราย

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Chief Keef คือใครและมีความสำคัญอย่างไรต่อวงการเพลง?

เขาเป็นแรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันจากชิคาโก ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกดนตรีแนว Drill ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อเพลงฮิปฮอปสมัยใหม่ทั่วโลก

เพลงที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของ Chief Keef คือเพลงอะไร?

เพลง "I Don't Like" และ "Love Sosa" เป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมาก โดยเฉพาะ "Love Sosa" ที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างสูง

Glo Gang และ 43B คืออะไร?

ทั้งสองคือค่ายเพลงที่ก่อตั้งโดย Chief Keef โดย Glo Gang เป็นกลุ่มศิลปินยุคแรก และ 43B เป็นค่ายเพลงล่าสุดที่เขาก่อตั้งเพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่ต้องการความเป็นอิสระ

ทำไม Chief Keef ถึงย้ายจากชิคาโกไปลอสแอนเจลิส?

เขาย้ายเพื่อหลีกหนีจากปัญหาความวุ่นวายและคดีความในชิคาโก โดยเขาระบุว่าความสงบในลอสแอนเจลิสช่วยให้เขาพัฒนาตนเองและมีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานมากขึ้น

Chief Keef เคยรีไทร์จากวงการจริงหรือไม่?

เขาเคยทวีตประกาศรีไทร์ในปี 2016 แต่ในเวลาต่อมาเขาก็กลับมาออกผลงานมิกซ์เทปและอัลบั้มอย่างต่อเนื่อง เช่น อัลบั้ม Dedication ในปี 2017