Chris Waddle ตำนานปีกจอมเทคนิคเจ้าของฉายา Magic Chris
หากจะกล่าวถึงหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่ง Attacking Midfielder (กองกลางตัวรุก) ที่มีทักษะการเล่นที่สวยงามและสร้างสรรค์ที่สุดของยุโรปในยุค 80 ถึง 90 ชื่อของ Chris Waddle หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในนาม "Magic Chris" จะต้องถูกพูดถึงอย่างแน่นอน ด้วยสไตล์การเล่นที่พลิ้วไหวและการสร้างโอกาสที่เหนือชั้น ทำให้เขากลายเป็นไอคอนของหลายสโมสรที่เขาเคยสังกัด

เส้นทางอาชีพจากโรงงานสู่จุดสูงสุดของวงการ
จุดเริ่มต้นของ คริส ว็อดเดิล ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเคยทำงานในโรงงานแปรรูปอาหารและผ่านการทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสรแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งในปี 1980 เขาได้เซ็นสัญญากับ Newcastle United ด้วยค่าตัวเพียง 1,000 ปอนด์ ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้เริ่มฉายแสง โดยได้ร่วมเล่นกับสตาร์ดังอย่าง Kevin Keegan และ Peter Beardsley จนพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ
หลังจากสร้างผลงานโดดเด่นกับนิวคาสเซิล ว็อดเดิลย้ายไปร่วมทีม Tottenham Hotspur ในปี 1985 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมสเปอร์ส โดยสามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ FA Cup ในปี 1987 และสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ความสำเร็จระดับโลกที่มาร์เซยและรางวัลส่วนตัว
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1989 เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีม Olympique de Marseille ในฝรั่งเศสด้วยค่าตัวสูงถึง 4.5 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกในขณะนั้น ในช่วงเวลาที่ฝรั่งเศส เขาคว้าแชมป์ลีก Ligue 1 ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน และเข้าชิงชนะเลิศ European Cup (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปัจจุบัน) ในปี 1991
เมื่อกลับมายังอังกฤษกับ Sheffield Wednesday ในปี 1992 ว็อดเดิลยังคงรักษามาตรฐานการเล่นระดับสูงไว้ได้ โดยในปี 1993 เขาได้รับรางวัล FWA Footballer of the Year (นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีโดยสมาคมนักเขียนฟุตบอล) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขาในพรีเมียร์ลีก
บทบาทในทีมชาติอังกฤษและช่วงปลายอาชีพ
ในระดับนานาชาติ ว็อดเดิลรับใช้ทีมชาติอังกฤษรวม 62 นัด ระหว่างปี 1985 ถึง 1991 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลกปี 1986 (ถึงรอบ 8 ทีม) และปี 1990 (ถึงรอบรองชนะเลิศ) แม้ว่าเขาจะมีความทรงจำที่เจ็บปวดจากการพลาดจุดโทษในนัดรองชนะเลิศที่พ่ายให้กับเยอรมันตะวันตก แต่ผลงานโดยรวมของเขาก็ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ในช่วงท้ายของอาชีพ ว็อดเดิลได้ย้ายไปเล่นให้กับหลายสโมสร เช่น Falkirk, Bradford City, Sunderland และ Burnley ซึ่งเขาเคยรับบทบาทเป็นผู้จัดการทีมควบนักเตะ (Player-Manager) ของเบิร์นลีย์ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะปิดฉากอาชีพนักเตะในระดับกึ่งอาชีพกับทีมอย่าง Hallam ในวัย 50 กว่าปี
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา: Magic Chris จากทักษะการเล่นที่มหัศจรรย์
- สถิติรวม: ลงเล่น 662 นัด ทำได้ 126 ประตูในระดับสโมสร
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ลีกฝรั่งเศส 3 สมัยซ้อนกับมาร์เซย
- รางวัลส่วนตัว: นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ FWA ปี 1993
- บทบาทหลังเกษียณ: นักวิเคราะห์และผู้บรรยายฟุตบอลให้กับ BBC Radio 5 Live และ ESPN
| สโมสร | จำนวนนัดที่ลงเล่น | จำนวนประตู | ความสำเร็จเด่น |
|---|---|---|---|
| Newcastle United | 170 | 46 | เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 1 |
| Tottenham Hotspur | 138 | 33 | รองแชมป์ FA Cup 1987 |
| Marseille | 107 | 22 | แชมป์ลีกฝรั่งเศส 3 สมัย |
| Sheffield Wednesday | 109 | 10 | FWA Footballer of the Year 1993 |
คำถามที่พบบ่อย
Chris Waddle เล่นตำแหน่งอะไร?
เขาเล่นในตำแหน่งปีก (Winger) และกองกลางตัวรุก (Attacking Midfielder) โดยโดดเด่นในเรื่องการเลี้ยงบอลและการสร้างสรรค์เกม
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า Magic Chris?
ฉายานี้ได้รับจากแฟนบอลทีมมาร์เซย เนื่องจากเขามีทักษะการเล่นที่เหนือชั้นและสามารถสร้างจังหวะมหัศจรรย์ในสนามได้เสมอ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขาคืออะไร?
การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศส 3 สมัยติดต่อกันกับ Olympique de Marseille และการได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ FWA ในปี 1993
เขามีบทบาทอะไรในทีมชาติอังกฤษ?
เขาเป็นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษในช่วงปี 1985-1991 โดยลงเล่นไป 62 นัด และเข้าร่วมฟุตบอลโลก 2 สมัย รวมถึงฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 1988
ปัจจุบัน Chris Waddle ทำอะไร?
ปัจจุบันเขาทำงานในสายสื่อสารมวลชน โดยเป็นผู้บรรยายและนักวิเคราะห์ฟุตบอลให้กับ BBC Radio 5 Live รวมถึงเขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์ The Sun