Christer Fuglesang นักฟิสิกส์ผู้สร้างประวัติศาสตร์ชาวสวีเดนคนแรกในอวกาศ
Christer Fuglesang ไม่เพียงแต่เป็นนักฟิสิกส์ผู้เชี่ยวชาญ แต่เขายังเป็นบุคคลสำคัญที่จารึกชื่อในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ ในฐานะพลเมืองชาวสวีเดนคนแรกที่ได้เดินทางออกนอกโลก ด้วยการผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับสูงเข้ากับทักษะการเป็นนักบินอวกาศมืออาชีพ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลในโครงการอวกาศของยุโรป

เส้นทางสู่ดวงดาว: จากห้องแล็บฟิสิกส์สู่ศูนย์ฝึกนักบินอวกาศ
Fuglesang เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1957 ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เขาเริ่มต้นเส้นทางวิชาการด้วยความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมฟิสิกส์จาก Royal Institute of Technology (KTH) และคว้าปริญญาเอกด้านฟิสิกส์อนุภาคเชิงทดลองจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์มในปี 1987
ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางนักบินอวกาศ เขาได้ทำงานวิจัยที่ CERN (องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการฟิสิกส์อนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญอย่าง UA5 และ CPLEAR เพื่อศึกษาการชนกันของโปรตอนและแอนติโปรตอน รวมถึงการละเมิดสมมาตร CP ของอนุภาคเคออน (Kaon) นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ KTH อีกด้วย

ในปี 1992 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับเลือกให้เข้าสู่ European Astronaut Corps ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) เขาต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทั้งที่ศูนย์ฝึกในเยอรมนีและศูนย์ฝึกยูริ กาการิน ในรัสเซีย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจร่วมกับสถานีอวกาศ Mir และการปฏิบัติงานบนยานโซยุซ (Soyuz)
ภารกิจพิชิตอวกาศและการสร้างสถิติโลก
Fuglesang ได้ปฏิบัติภารกิจในอวกาศรวม 2 ครั้งผ่านโครงการกระสวยอวกาศของ NASA โดยครั้งแรกคือภารกิจ STS-116 (หรือ Celsius Mission) ในปี 2006 ซึ่งเป็นการเดินทางไปติดตั้งอุปกรณ์และผลัดเปลี่ยนลูกเรือที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) แม้ว่าภารกิจนี้จะถูกเลื่อนออกไปหลายปีจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมของกระสวยอวกาศโคลัมเบีย แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นจนได้ออกเดินทางในที่สุด

ในภารกิจ STS-116 เขาได้ทำการเดินอวกาศ (EVA หรือ Extra-Vehicular Activity ซึ่งหมายถึงการออกไปปฏิบัติงานนอกตัวยาน) ถึง 3 ครั้ง เพื่อติดตั้งโครงสร้าง P5 และแก้ไขระบบไฟฟ้าของสถานีอวกาศ ต่อมาในภารกิจ STS-128 ปี 2009 เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ส่งอุปกรณ์เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับลูกเรือจาก 3 คน เป็น 6 คน
ความสำเร็จที่โดดเด่นของเขาคือการเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่ไม่ได้มาจากโครงการของสหรัฐฯ หรือรัสเซีย ที่สามารถทำการเดินอวกาศได้มากกว่า 3 ครั้ง โดยเขารวมการเดินอวกาศทั้งหมดได้ถึง 5 ครั้ง ใช้เวลารวมกว่า 31 ชั่วโมง

นอกจากงานด้านวิทยาศาสตร์ Fuglesang ยังนำความสามารถด้านกีฬาฟริสบี (Frisbee) ซึ่งเขาเคยเป็นแชมป์ระดับประเทศของสวีเดน ขึ้นไปสร้างสถิติบน ISS โดยการปั่นจานฟริสบีให้ลอยนิ่งในสภาวะไมโครกราวิตี้ (Microgravity หรือ สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ) ได้นานถึง 20 วินาที ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาพันธ์จานร่อนโลกให้เป็น "Galactic Record" หรือสถิติระดับกาแล็กซี

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สัญชาติ: สวีเดน (บิดาเป็นชาวนอร์เวย์ที่โอนสัญชาติเป็นสวีเดน)
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านฟิสิกส์อนุภาคเชิงทดลอง
- ความสำเร็จสูงสุด: ชาวสวีเดนคนแรกที่เดินทางสู่อวกาศ
- สถิติการเดินอวกาศ: รวม 5 ครั้ง (31 ชั่วโมง 54 นาที)
- ภารกิจหลัก: STS-116 และ STS-128
- ความเชื่อส่วนบุคคล: เป็นสมาชิกสมาคมผู้สงสัย (Skeptics) และระบุตนเองว่าเป็นอเทวนิยม (Atheist)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลารวมในอวกาศ | 26 วัน 17 ชั่วโมง 38 นาที |
| จำนวนการเดินอวกาศ (EVA) | 5 ครั้ง |
| เวลารวมในการเดินอวกาศ | 31 ชั่วโมง 54 นาที |
| ยานพาหนะที่ใช้ | Space Shuttle Discovery |
| หน่วยงานสังกัด | ESA (European Space Agency) |
คำถามที่พบบ่อย
Christer Fuglesang มีความสำคัญอย่างไรต่อประเทศสวีเดน?
เขาเป็นพลเมืองชาวสวีเดนคนแรกที่ได้เดินทางออกสู่อวกาศ ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับบทบาทของสวีเดนในวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ระดับโลก
การเดินอวกาศ (EVA) ของเขามีความพิเศษอย่างไร?
เขาเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่ไม่ได้สังกัดโครงการของสหรัฐอเมริกาหรือรัสเซีย ที่สามารถปฏิบัติภารกิจเดินอวกาศได้มากกว่า 3 ครั้ง โดยทำได้รวมทั้งหมด 5 ครั้ง
"Galactic Record" ที่เขาทำคืออะไร?
คือการทำสถิติปล่อยจานฟริสบีให้หมุนลอยอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้นาน 20 วินาที ซึ่งได้รับการยอมรับจาก World Flying Disc Federation
ก่อนจะเป็นนักบินอวกาศ เขาทำงานด้านใด?
เขาเป็นนักฟิสิกส์อนุภาคที่ทำงานวิจัยระดับโลกที่ CERN และเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ Royal Institute of Technology (KTH) ในสตอกโฮล์ม
ภารกิจ STS-116 มีชื่อเรียกเฉพาะว่าอะไรและเพื่อระลึกถึงใคร?
ESA เรียกภารกิจนี้ว่า "Celsius Mission" เพื่อเป็นเกียรติแก่ Anders Celsius นักดาราศาสตร์ชาวสวีเดนผู้คิดค้นมาตรวัดอุณหภูมิเซลเซียส