← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Christian Marclay ศิลปินผู้เปลี่ยนแผ่นเสียงและภาพยนตร์ให้เป็นงานศิลปะระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Christian Marclay ศิลปินผู้เปลี่ยนแผ่นเสียงและภาพยนตร์ให้เป็นงานศิลปะระดับโลก

Christian Marclay ศิลปินผู้เปลี่ยนแผ่นเสียงและภาพยนตร์ให้เป็นงานศิลปะระดับโลก Christian Marclay เป็นศิลปินทัศนศิลป์และนักประพันธ์เพลงผู้มีชื่อเสียงระดับสากล โดยถือสัญชาติ…

Christian MarclayThe ClockTurntablismSound Art

Christian Marclay ศิลปินผู้เปลี่ยนแผ่นเสียงและภาพยนตร์ให้เป็นงานศิลปะระดับโลก

Christian Marclay เป็นศิลปินทัศนศิลป์และนักประพันธ์เพลงผู้มีชื่อเสียงระดับสากล โดยถือสัญชาติทั้งอเมริกันและสวิส ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยการหลอมรวมศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Sound Art (ศิลปะทางเสียง), Noise Music (ดนตรีเสียงรบกวน), การถ่ายภาพ, วิดีโออาร์ต, ภาพยนตร์ และแอนิเมชันดิจิทัล เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างเสียงและภาพในรูปแบบที่แปลกใหม่

หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการเป็นผู้บุกเบิกการใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntables) และแผ่นเสียงไวนิลในฐานะเครื่องดนตรีเพื่อสร้างสรรค์ Sound Collages (การตัดต่อเสียง) ซึ่งนักวิจารณ์อย่าง Thom Jurek ถึงกับยกย่องว่าเขาอาจเป็น "ผู้ให้กำเนิดศิลปะการสแครชแผ่น (Turntablism)" โดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากเขาเริ่มทดลองใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการกำเนิดของวัฒนธรรมฮิปฮอปแต่เป็นการพัฒนาขึ้นด้วยตัวเองอย่างเป็นอิสระ

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Marclay เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 1955 ที่เมือง San Rafael รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีบิดาเป็นชาวสวิสและมารดาเป็นชาวอเมริกัน เขาเติบโตที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการศึกษาด้านศิลปะจากสถาบันชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่ Ecole Supérieure d'Art Visuel ในเจนีวา, Massachusetts College of Art and Design ในบอสตัน (ปริญญาตรีด้านวิจิตรศิลป์) และ Cooper Union ในนิวยอร์ก

ในช่วงวัยเรียน เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Joseph Beuys และกลุ่มเคลื่อนไหวทางศิลปะ Fluxus ซึ่งเน้นการทดลองและกระบวนการสร้างสรรค์มากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย นอกจากนี้เขายังได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินอย่าง John Cage, Yoko Ono และ Vito Acconci ทำให้เขาสนใจในพิธีกรรมของการสร้างและสะสมดนตรี

นวัตกรรมทางเสียงและการทดลองกับแผ่นเสียง

ด้วยความหลงใหลในพลังของพังก์ร็อก Marclay เริ่มสร้างสรรค์เพลงโดยใช้เทปบันทึกเสียง และในปี 1979 เขาได้ก่อตั้งวงพังก์ชื่อ Bachelors Even ร่วมกับมือกีตาร์ Kurt Henry ความน่าสนใจอยู่ที่การที่เขาใช้จังหวะการ "ตกร่อง" ของแผ่นเสียง LP มาทำหน้าที่เป็นเครื่องเคาะจังหวะแทนกลอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกๆ ที่มีการใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นเครื่องดนตรีสำหรับการด้นสด (Improvisation)

เทคนิคเฉพาะตัวของ Marclay คือการดัดแปลงหรือทำให้แผ่นเสียงเสียหายเพื่อให้เกิดเสียงวนลูปหรือเสียงกระโดด โดยเขามักเลือกใช้แผ่นเสียงมือสองราคาถูกจากร้านขายของเก่า ซึ่งเขาเคยระบุว่าไม่เคยจ่ายเงินซื้อแผ่นเสียงเกิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้เขายังใช้วิธีตัดแผ่นเสียงหลายแผ่นแล้วนำมาต่อกันใหม่ ทำให้เมื่อเล่นจะเกิดเสียงดนตรีที่สลับไปมาอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงคลิกหรือเสียงป๊อป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดนตรี Noise

ผลงานที่น่าจดจำในยุคนี้ ได้แก่ Record Without a Cover (1985) ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ตั้งใจขายโดยไม่มีปกเพื่อให้ฝุ่นและรอยนิ้วมือช่วยเปลี่ยนคุณภาพเสียง และ Five Cubes (1989) ที่เขานำแผ่นไวนิลมาหลอมจนกลายเป็นรูปทรงลูกบาศก์

Content image

จากเสียงสู่ภาพ: ผลงานวิดีโออาร์ตและ The Clock

ในเวลาต่อมา Marclay ได้ขยายขอบเขตงานสู่ทัศนศิลป์ โดยมักนำเสนอเรื่องราวของเสียงผ่านเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Graffiti Composition (2002) ที่นำโน้ตดนตรีไปติดบนกำแพงในเบอร์ลิน และ Manga Scroll (2010) ภาพวาดม้วนยาว 60 ฟุตที่รวบรวมคำอุทานในมังงะซึ่งสามารถใช้เป็นโน้ตดนตรีได้ด้วย

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกคือ The Clock (2010) วิดีโอความยาว 24 ชั่วโมงที่รวบรวมฉากจากภาพยนตร์นับร้อยเรื่องที่มีการกล่าวถึงหรือแสดงเวลา โดยฉากเหล่านั้นจะดำเนินไปตามเวลาจริง (Real-time) ผลงานชิ้นนี้เป็นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเวลา ประสบการณ์ชีวิต และภาพลวงตาในโลกภาพยนตร์

ความสำเร็จของ The Clock นำพาให้ Marclay ได้รับรางวัล Golden Lion (สิงโตทองคำ) จากงาน Venice Biennale ปี 2011 ในฐานะตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา และทำให้เขาได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Newsweek ให้เป็นหนึ่งในสิบศิลปินที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้บุกเบิก Turntablism: ใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นเครื่องดนตรีด้นสดก่อนยุคฮิปฮอปจะแพร่หลาย
  • ปรัชญาการใช้วัสดุ: นิยมใช้แผ่นเสียงมือสองราคาถูกและดัดแปลงทางกายภาพเพื่อสร้างเสียงใหม่
  • ผลงานชิ้นเอก: The Clock เป็นงานตัดต่อภาพยนตร์ 24 ชั่วโมงที่ได้รับรางวัล Golden Lion
  • ความหลากหลาย: สร้างสรรค์งานตั้งแต่ดนตรี Noise, ภาพถ่าย, วิดีโออาร์ต ไปจนถึงประติมากรรมจากไวนิล
สรุปข้อมูลสำคัญของ Christian Marclay
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 11 มกราคม 1955
สัญชาติ อเมริกัน และ สวิส
แนวทางศิลปะ Visual Art, Composition, Sound Art, Video Art
รางวัลสูงสุด Golden Lion (Venice Biennale 2011)
ผลงานเด่น The Clock, Record Without a Cover, Manga Scroll
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Christian Marclay มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการดนตรี?

เขามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนเครื่องเล่นแผ่นเสียงจากอุปกรณ์ฟังเพลงให้กลายเป็นเครื่องดนตรีสำหรับการสร้างสรรค์และด้นสด ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาศิลปะการสแครชแผ่นในเวลาต่อมา

ผลงาน The Clock คืออะไรและทำไมถึงโด่งดัง?

เป็นงานวิดีโออาร์ตที่ตัดต่อฉากจากภาพยนตร์ทั่วโลกที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยให้เวลาในหนังตรงกับเวลาจริงของผู้ชม ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้เรื่องเวลาและความทรงจำร่วมกันของมนุษย์ผ่านสื่อ

เทคนิค Plunderphonics ที่ Marclay ใช้คืออะไร?

คือการนำเสียงที่ถูกบันทึกไว้แล้วจากแหล่งต่างๆ มาตัดต่อ เรียบเรียง และสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นผลงานชิ้นใหม่ ซึ่ง Marclay เชี่ยวชาญในการนำเศษเสี้ยวของเสียงจากแผ่นเสียงมาสร้างเป็น Sound Collage

เขามีความสัมพันธ์กับศิลปินคนอื่นอย่างไรบ้าง?

Marclay ได้ร่วมงานกับศิลปินและนักดนตรีชื่อดังมากมาย เช่น John Zorn และสมาชิกของวง Sonic Youth รวมถึงได้รับอิทธิพลจากกลุ่ม Fluxus และศิลปินแนวทดลองอย่าง John Cage