← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Christine L. Peterson ผู้ให้กำเนิดคำว่า Open Source และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Christine L. Peterson ผู้ให้กำเนิดคำว่า Open Source และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

Christine L. Peterson ผู้ให้กำเนิดคำว่า Open Source และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ในโลกของเทคโนโลยีปัจจุบัน คำว่า Open Source หรือ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (ซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยรหัสต้…

Christine L. PetersonOpen Sourceซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สForesight Institute

Christine L. Peterson ผู้ให้กำเนิดคำว่า Open Source และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

ในโลกของเทคโนโลยีปัจจุบัน คำว่า Open Source หรือ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (ซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยรหัสต้นฉบับให้ใครก็ได้สามารถนำไปใช้งาน แก้ไข และเผยแพร่ต่อได้) กลายเป็นมาตรฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมทั่วโลก แต่เบื้องหลังคำศัพท์ที่ทรงอิทธิพลนี้ คือวิสัยทัศน์ของ Christine L. Peterson นักพยากรณ์แนวโน้มอนาคตชาวอเมริกันและผู้ร่วมก่อตั้ง Foresight Institute

Content image

จุดเริ่มต้นของคำว่า "Open Source"

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 1998 Christine Peterson เล็งเห็นถึงปัญหาในการสื่อสารเกี่ยวกับ Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) เนื่องจากคำว่า "Free" ในภาษาอังกฤษมีความหมายกำกวม ซึ่งอาจหมายถึง "ฟรีที่ไม่มีค่าใช้จ่าย" (Free as in beer) หรือ "เสรีภาพในการใช้งาน" (Free as in freedom) ความสับสนนี้ทำให้การนำเสนอซอฟต์แวร์เสรีต่อบุคคลภายนอกกลุ่มโปรแกรมเมอร์เป็นเรื่องยาก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1998 Peterson จึงได้เสนอคำว่า "Open Source Software" ขึ้นมาเพื่อลดความสับสนและสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยเธอได้นำคำนี้ไปปรึกษากับเพื่อนร่วมงานหลายคน รวมถึง Eric Drexler, Mark Miller และ Todd Anderson ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1998 ระหว่างการประชุมระดมสมองที่ VA Research ร่วมกับบุคคลสำคัญอย่าง Eric Raymond และ Jon "maddog" Hall คำว่า Open Source ได้ถูกนำมาใช้ในการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ จนได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ หลังจากนั้น Eric Raymond และ Bruce Perens ได้ช่วยกันผลักดันคำนี้ผ่านสื่อและองค์กรต่างๆ เช่น Opensource.org จนบริษัทชั้นนำอย่าง Netscape และ O'Reilly & Associates เริ่มนำไปใช้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และแพร่หลายไปทั่วโลกในที่สุด

บทบาทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นอกเหนือจากผลงานด้านซอฟต์แวร์ Peterson ยังมีความเชี่ยวชาญด้านเคมี โดยสำเร็จการศึกษาจาก MIT และมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในเรื่อง Nanotechnology (นาโนเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีที่จัดการวัสดุในระดับอะตอมและโมเลกุล) เธอได้ร่วมเขียนหนังสือ Unbounding the Future: the Nanotechnology Revolution ในปี 1991 ซึ่งวิเคราะห์ถึงประโยชน์ทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนี้

นอกจากนี้ เธอยังร่วมเขียนหนังสือ Leaping the Abyss: Putting Group Genius to Work ในปี 1997 และมีผลงานเขียนเกี่ยวกับการมองเทคโนโลยีในระยะยาวในปี 2009 อีกด้วย

ในด้านความเชื่อส่วนบุคคล Peterson ให้ความสนใจในเรื่องการยืดอายุขัย โดยเธอได้ลงทะเบียนทำ Cryopreservation (การแช่แข็งร่างกายหรือสมองในอุณหภูมิต่ำมากเพื่อรักษาสภาพไว้) กับมูลนิธิ Alcor Life Extension Foundation มาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้ริเริ่มคำศัพท์: เป็นผู้เสนอคำว่า "Open Source" เพื่อแก้ปัญหาความสับสนของคำว่า "Free Software"
  • การศึกษา: ปริญญาตรีด้านเคมีจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)
  • บทบาทองค์กร: ผู้ร่วมก่อตั้ง Foresight Institute
  • ผลงานเขียน: ร่วมเขียนหนังสือเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีและการทำงานร่วมกันของกลุ่มอัจฉริยะ
  • ความเชื่อด้านอนาคต: ลงทะเบียนแช่แข็งร่างกายกับ Alcor Life Extension Foundation
สรุปข้อมูลสำคัญของ Christine L. Peterson
หัวข้อ รายละเอียด
ผลงานโดดเด่นที่สุด การสร้างคำว่า "Open Source Software" (1998)
การศึกษาสูงสุด ปริญญาตรี เคมี, MIT
องค์กรที่ก่อตั้ง Foresight Institute
ความสนใจพิเศษ นาโนเทคโนโลยี และการแช่แข็งร่างกาย (Cryonics)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Christine Peterson ถึงต้องคิดคำว่า Open Source ขึ้นมา?

เพราะคำว่า "Free Software" ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าหมายถึงซอฟต์แวร์ที่ "ไม่มีค่าใช้จ่าย" ทั้งที่ความจริงหมายถึง "เสรีภาพ" ในการเข้าถึงรหัสต้นฉบับ เธอจึงต้องการคำที่สื่อความหมายได้ชัดเจนและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

Open Source แตกต่างจาก Free Software อย่างไรในมุมมองของเธอ?

ในเชิงเทคนิคอาจมีความใกล้เคียงกัน แต่ในเชิงการสื่อสาร Open Source เน้นไปที่วิธีการพัฒนาที่เปิดกว้าง ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งเรื่องราคาและทำให้ภาคธุรกิจยอมรับได้ง่ายขึ้น

Christine Peterson มีบทบาทอย่างไรในด้านนาโนเทคโนโลยี?

เธอเป็นผู้ร่วมเขียนหนังสือที่วิเคราะห์ศักยภาพของนาโนเทคโนโลยี ทั้งในด้านการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการเตือนถึงการนำไปใช้ในทางที่ผิด

การแช่แข็งร่างกาย (Cryopreservation) ที่เธอทำคืออะไร?

คือกระบวนการรักษาสภาพร่างกายหรืออวัยวะด้วยความเย็นจัดหลังจากเสียชีวิต โดยมีความหวังว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถฟื้นคืนชีพหรือรักษาโรคที่รักษาไม่ได้ในปัจจุบันได้