Christophe De Kepper ผู้บริหารระดับสูงผู้ขับเคลื่อนกลไกของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล
ในโลกของการบริหารจัดการกีฬาระดับโลก ชื่อของ Christophe De Kepper ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC) ในฐานะผู้อำนวยการใหญ่และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้ซึ่งดูแลทั้งด้านการปฏิบัติงานรายวันและการเจรจาระดับพหุภาคีเพื่อให้การแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

เส้นทางสู่จุดสูงสุดด้านการบริหารกีฬา
De Kepper เกิดที่เมือง Uccle ประเทศเบลเยียม โดยเริ่มต้นปูพื้นฐานความรู้ทางด้านกฎหมายอย่างเข้มข้น เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมายจาก Catholic University of Louvain (UCLouvain) และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้วยปริญญาโทด้านกฎหมายยุโรปจาก Université Libre de Bruxelles (ULB)
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญใน IOC เขาได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานในองค์กรระดับภูมิภาคและระดับทวีป ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการโอลิมปิกและสหพันธ์เบลเยียม (COIB), คณะกรรมาธิการยุโรป รวมถึงการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสหภาพยุโรปของคณะกรรมการโอลิมปิกยุโรป (EOC)
บทบาทและการทำงานภายใน IOC
การเดินทางใน IOC ของ De Kepper เริ่มต้นขึ้นในปี 2001 โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของ Jacques Rogge ประธาน IOC ในขณะนั้น ตลอดหนึ่งทศวรรษต่อมา เขาได้กลายเป็นฟันเฟืองหลักในการประสานงานระหว่างคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ (NOCs) และสหพันธ์กีฬานานาชาติ จนกระทั่งในเดือนเมษายน 2011 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ (Director General) ต่อจาก Urs Lacotte
หน้าที่หลักของเขาครอบคลุมตั้งแต่การบริหารงานธุรการทั้งหมดของ IOC การนำมติของคณะกรรมการบริหารไปปฏิบัติ ตลอดจนการเป็นตัวแทนองค์กรในการเจรจาทางธุรกิจและการทูต นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้าง Olympic House สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ IOC ในเมืองโลซาน ซึ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2019
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งปัจจุบัน | ผู้อำนวยการใหญ่ และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร IOC |
| การศึกษา | กฎหมาย (UCLouvain) และกฎหมายยุโรป (ULB) |
| ปีที่เริ่มดำรงตำแหน่ง DG | เมษายน 2011 |
| ผลงานโดดเด่น | กำกับการสร้าง Olympic House (2019) และขับเคลื่อน Olympic Agenda 2020 |
| บทบาทอื่น ๆ | บอร์ด WADA, OBS, Olympic Channel Services และมูลนิธิวัฒนธรรมและมรดกโอลิมปิก |
ความท้าทายและข้อวิพากษ์วิจารณ์ภายใต้การนำของ Thomas Bach
เมื่อ Thomas Bach ก้าวขึ้นเป็นประธาน IOC บทบาทของ De Kepper ได้ขยายขอบเขตไปสู่การนำแผนปฏิรูปเชิงกลยุทธ์อย่าง Olympic Agenda 2020 มาปรับใช้ อย่างไรก็ตาม การบริหารงานของเขาก็ถูกตั้งคำถามจากกลุ่มผู้สนับสนุนความโปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ฝ่ายบริหารของ IOC มากเกินไป
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือการจัดการกรณีอื้อฉาวเรื่องการใช้สารกระตุ้นโดยรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งสำนักงานของ De Kepper ถูกมองว่าให้ความสำคัญกับขั้นตอนทางเทคนิคและระเบียบปฏิบัติ มากกว่าการให้ความคุ้มครองแก่ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblowers) เช่น Yuliya Stepanova และ Grigory Rodchenkov ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับคณะกรรมการนักกีฬาและองค์กรตรวจสอบความโปร่งใส
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลและนักข่าวสืบสวนสอบสวนยังตั้งข้อสังเกตถึงการขาดความเป็นอิสระของคณะกรรมการจริยธรรม โดยระบุว่าสำนักงานผู้อำนวยการใหญ่มีอำนาจควบคุมการส่งต่อคดี ทำให้ฝ่ายบริหารสามารถกำหนดระยะเวลาและการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตภายในได้ ซึ่งเห็นได้ชัดจากความล่าช้าในการจัดการกรณีการซื้อเสียงในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่ริโอ 2016 และโตเกียว 2020 โดยถูกกล่าวหาว่าเลือกที่จะรักษาความลับขององค์กรมากกว่าความโปร่งใส จนกระทั่งถูกกดดันจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายภายนอก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: เป็นนักกฎหมายที่มีความชำนาญด้านกฎหมายยุโรปและการบริหารองค์กรกีฬาระดับโลก
- อำนาจหน้าที่: ดูแลการดำเนินงานรายวันของ IOC และเป็นตัวแทนในการเจรจาทางการทูตและพาณิชย์
- เครือข่ายการทำงาน: มีตำแหน่งในบอร์ดบริหารของ WADA (องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก) และ OBS (บริการถ่ายทอดสดโอลิมปิก)
- จุดเปราะบาง: ถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในการจัดการคดีทุจริตและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
คำถามที่พบบ่อย
Christophe De Kepper มีบทบาทอย่างไรใน IOC?
เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (Director General) ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการงานธุรการทั้งหมด นำมติจากคณะกรรมการบริหารไปปฏิบัติ และดูแลการเจรจาทางธุรกิจและการทูตในนามของ IOC
เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างใดที่สำคัญ?
เขาเป็นผู้กำดูแลการก่อสร้าง Olympic House ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเปิดตัวในปี 2019
ทำไมเขาถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้สารกระตุ้นในรัสเซีย?
เนื่องจากถูกมองว่าการตอบสนองทางบริหารต่อผู้แจ้งเบาะแสในคดีสารกระตุ้นของรัสเซียนั้นล่าช้า และเน้นไปที่เรื่องระเบียบขั้นตอนทางเทคนิคมากกว่าการปกป้องผู้ที่ออกมาเปิดเผยความจริง
เขามีตำแหน่งในองค์กรอื่นนอกเหนือจาก IOC หรือไม่?
ใช่ เขายังเป็นตัวแทน IOC ในบอร์ดบริหารของ WADA, Olympic Broadcasting Services (OBS), Olympic Channel Services และมูลนิธิวัฒนธรรมและมรดกโอลิมปิก
ข้อวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในกรณีริโอและโตเกียวคืออะไร?
เขาถูกกล่าวหาว่าใช้กลไกบริหารจัดการเพื่อปกปิดหรือชะลอการเปิดเผยข้อมูลการซื้อเสียงในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก โดยจะดำเนินการทางวินัยก็ต่อเมื่อถูกกดดันจากหน่วยงานกฎหมายภายนอกเท่านั้น