← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Chuck Hagel เส้นทางชีวิตจากวุฒิสมาชิกสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Chuck Hagel เส้นทางชีวิตจากวุฒิสมาชิกสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

Chuck Hagel เส้นทางชีวิตจากวุฒิสมาชิกสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Chuck Hagel หรือชื่อเต็มคือ Charles Timothy Hagel เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและความมั่นคงของส…

Chuck Hagelรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐวุฒิสมาชิกเนแบรสกาการเมืองสหรัฐ

Chuck Hagel เส้นทางชีวิตจากวุฒิสมาชิกสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

Chuck Hagel หรือชื่อเต็มคือ Charles Timothy Hagel เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นทั้งในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร โดยเขามีชื่อเสียงในการเป็นนักการเมืองที่ยึดมั่นในหลักการและกล้าที่จะเห็นต่างแม้แต่ในพรรคของตนเอง

เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นจากการเป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐเนแบรสกา ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในด้านความมั่นคงคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Secretary of Defense) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูแลรับผิดชอบกองทัพและยุทธศาสตร์การทหารทั้งหมดของประเทศ

Content image

บทบาทสำคัญในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

Chuck Hagel ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ 24 ในสมัยของประธานาธิบดี Barack Obama โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 จนถึง 17 กุมภาพันธ์ 2015

ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ระดับโลกมากมาย โดยมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการกองทัพและประสานงานกับพันธมิตรนาโต (NATO) รวมถึงการจัดการความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ เช่น ยูเครนและซีเรีย ซึ่งเขาได้พยายามผลักดันยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศในพื้นที่อาร์กติก (Arctic Strategy) เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างประเทศในพื้นที่ดังกล่าว

Content image

ประสบการณ์ทางการเมืองและงานด้านข่าวกรอง

ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม Hagel มีประสบการณ์โชกโชนในสภาคองเกรส โดยดำรงตำแหน่ง วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเนแบรสกา ระหว่างปี 1997 ถึง 2009 ซึ่งในช่วงนี้เขาได้ทำงานในคณะกรรมการสำคัญหลายชุด เช่น คณะกรรมการคัดเลือกด้านข่าวกรอง (Select Committee on Intelligence) และคณะกรรมการย่อยด้านกิจการแอฟริกาและเอเชียตะวันออก

นอกจากนี้ เขายังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาด้านข่าวกรองของประธานาธิบดี (Chair of the President's Intelligence Advisory Board) และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลข่าวกรอง (Chair of the Intelligence Oversight Board) ในช่วงปี 2009 ถึง 2013 ซึ่งเป็นบทบาทที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับสูง

Content image

จุดยืนทางการเมืองและการลงมติที่สำคัญ

ในฐานะสมาชิกพรรครีพับลิกัน Hagel มีประวัติการลงคะแนนเสียงที่สะท้อนถึงจุดยืนที่หลากหลาย โดยเขาได้ลงมติ เห็นชอบ ในกฎหมาย Patriot Act และมาตรการลดภาษีในปี 2001 และ 2003 แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ลงมติ คัดค้าน กฎหมาย No Child Left Behind, ร่างกฎหมายยาของ Medicare และกฎหมาย McCain-Feingold

ความกล้าในการแสดงจุดยืนที่แตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องสงครามในอิรักที่เขามองว่าเริ่มมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนาม ทำให้เขาถูกมองว่าเป็น "คนนอก" ในพรรคของตนเองในบางช่วงเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีโอบามา

Content image
สรุปข้อมูลสำคัญของ Chuck Hagel
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Charles Timothy Hagel
วันเกิด 4 ตุลาคม 1946
ตำแหน่งสูงสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (2013–2015)
วุฒิสมาชิกจากรัฐ เนแบรสกา (1997–2009)
พรรคการเมือง รีพับลิกัน
Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การดำรงตำแหน่ง: เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ 24 ของสหรัฐอเมริกา
  • การรับรองจากวุฒิสภา: ได้รับการลงมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วยคะแนน 58 ต่อ 41 เสียง
  • ความเชี่ยวชาญ: มีบทบาทสูงในด้านข่าวกรองและความมั่นคงระหว่างประเทศ
  • จุดยืน: เป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกพรรครีพับลิกันที่มีแนวคิดเป็นอิสระและกล้าวิจารณ์นโยบายสงคราม
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Chuck Hagel ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในช่วงปีใด?

เขาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2015 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา

ก่อนเป็นรัฐมนตรีกลาโหม เขาเคยทำงานตำแหน่งอะไรมาก่อน?

เขาเคยเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเนแบรสกาเป็นเวลา 12 ปี (1997–2009) และเคยเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านข่าวกรองของประธานาธิบดี

จุดยืนทางการเมืองของเขาเป็นอย่างไร?

แม้จะสังกัดพรรครีพับลิกัน แต่เขามีจุดยืนที่เป็นอิสระ โดยเคยคัดค้านกฎหมายบางฉบับของพรรค และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินสงครามในอิรัก

เขาเคยมีบทบาทในด้านความมั่นคงระดับโลกอย่างไรบ้าง?

เขาได้ผลักดันยุทธศาสตร์ความมั่นคงในพื้นที่อาร์กติก และมีบทบาทในการเจรจาและเตือนรัสเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนและไครเมีย