Clemente Mastella นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและเส้นทางสายอำนาจในอิตาลี
ในโลกของการเมืองอิตาลี ชื่อของ Clemente Mastella (หรือชื่อเต็มคือ Mario Clemente Mastella) เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที่มีความสามารถในการปรับตัวทางการเมืองอย่างสูง เขาเป็นนักการเมืองผู้คร่ำหวอดที่ดำรงตำแหน่งสำคัญมาแล้วมากมาย ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศและระดับสหภาพยุโรป โดยปัจจุบันเขายังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะนายกเทศมนตรีเมือง Benevento

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเป็นนักการเมือง
Mastella เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1947 ที่เมือง Ceppaloni ประเทศอิตาลี เขาสำเร็จการศึกษาด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัย Naples Federico II โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ Antonio Gramsci ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพในสายงานวารสารศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำเขาเข้าสู่แวดวงการเมือง
เขาเริ่มก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติในปี 1976 โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค Christian Democracy (DC) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายคริสเตียนเดโมแครตที่มีอิทธิพลอย่างมากในขณะนั้น นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมือง Ceppaloni ถึงสองครั้งในช่วงทศวรรษ 1980 และ 2000
บทบาทรัฐมนตรีและการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ
เส้นทางการเมืองของ Mastella เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงพรรคสังกัด หรือที่เรียกในภาษาการเมืองว่า trasformismo (การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองเพื่อรักษาอำนาจหรือสร้างพันธมิตรใหม่) เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลหลายชุด ดังนี้:
- รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและนโยบายสังคม: ในรัฐบาลชุดแรกของ Silvio Berlusconi (พ.ศ. 2537–2538)
- รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม: ในรัฐบาลชุดที่สองของ Romano Prodi (พ.ศ. 2549–2551)
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เขาได้ผลักดันการนิรโทษกรรมทั่วไปในปี 2006 และเคยเสนอให้การปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust denial) เป็นความผิดทางอาญา แม้ว่าข้อเสนอหลังนี้จะถูกยกเลิกไปเนื่องจากข้อกังวลด้านรัฐธรรมนูญและการคัดค้านจากนักประวัติศาสตร์
วิกฤตการณ์ทางการเมืองปี 2008 และบทบาทในสภายุโรป
เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อของ Mastella กลายเป็นจุดสนใจคือการถอนการสนับสนุนรัฐบาลของ Romano Prodi ในปี 2008 ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียเสียงข้างมากในวุฒิสภาและนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรี จนเกิดการเลือกตั้งใหม่ที่ทำให้ Silvio Berlusconi กลับมามีอำนาจอีกครั้ง
นอกเหนือจากบทบาทในประเทศ Mastella ยังเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรป (MEP) ถึงสองสมัย โดยสมัยแรกอยู่ในช่วงปี 1999–2004 และสมัยที่สองในปี 2009–2014 ภายใต้สังกัดพรรค The People of Freedom (PdL) ของ Berlusconi
การกลับมานำทัพการเมืองท้องถิ่นที่ Benevento
หลังจากผ่านประสบการณ์ในระดับชาติและนานาชาติ Mastella ได้หันกลับมามุ่งเน้นการพัฒนาบ้านเกิด โดยได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีเมือง Benevento เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2016 และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อในการเลือกตั้งปี 2021 ผ่านบัญชีรายชื่อภาคพลเมือง
| ตำแหน่ง | ช่วงเวลา | สังกัด/รัฐบาล |
|---|---|---|
| นายกเทศมนตรี Benevento | 2016 – ปัจจุบัน | พันธมิตรขวากลาง / รายชื่อพลเมือง |
| สมาชิกสภายุโรป (MEP) | 1999–2004, 2009–2014 | UDEUR / PdL |
| รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม | 2006 – 2008 | รัฐบาล Romano Prodi |
| รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน | 1994 – 1995 | รัฐบาล Silvio Berlusconi |
| นายกเทศมนตรี Ceppaloni | 1986–1992, 2003–2008 | ท้องถิ่น |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: จบปริญญาด้านปรัชญาจาก University of Naples Federico II และเคยเป็นนักข่าว
- ความเชี่ยวชาญทางการเมือง: มีชื่อเสียงด้านการเปลี่ยนพรรคสังกัด (Trasformismo) เพื่อความอยู่รอดทางการเมือง
- ชีวิตส่วนตัว: สมรสกับ Sandra Lonardo ตั้งแต่ปี 1975 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน
- คดีความ: เคยถูกสอบสวนเรื่องการล้มละลายของสโมสรฟุตบอล SSC Napoli แต่ได้รับการตัดสินว่าไม่มีความผิดในปี 2017
คำถามที่พบบ่อย
Clemente Mastella มีบทบาทอย่างไรในวิกฤตการเมืองอิตาลีปี 2008?
เขาเป็นตัวแปรสำคัญที่ถอนการสนับสนุนรัฐบาลของ Romano Prodi ทำให้รัฐบาลสูญเสียเสียงข้างมากในวุฒิสภา จนนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรีและการเลือกตั้งใหม่
คำว่า "trasformismo" ที่ใช้กับ Mastella หมายถึงอะไร?
หมายถึงพฤติกรรมการเปลี่ยนพรรคการเมืองหรือเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองบ่อยครั้ง เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่หรือรักษาตำแหน่งอำนาจในสภา
Mastella เคยดำรงตำแหน่งอะไรในระดับสหภาพยุโรป?
เขาเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรป (Member of the European Parliament - MEP) สองสมัย โดยเป็นตัวแทนจากภาคใต้ของอิตาลี
ปัจจุบัน Clemente Mastella ดำรงตำแหน่งอะไรอยู่?
ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมือง Benevento ซึ่งเขาได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2016 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2021
เขามีความเกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอล SSC Napoli อย่างไร?
เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการบริหารของสโมสร และเคยถูกสอบสวนในคดีล้มละลายของสโมสรเมื่อปี 2004 แต่ในที่สุดศาลได้ตัดสินยกฟ้องในปี 2017