Clyde Best ตำนานกองหน้าผู้บุกเบิกและเส้นทางลูกหนังระดับโลก
ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ Clyde Best ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเตะที่ทำประตูได้อย่างเฉียบคม แต่เขาคือหนึ่งในผู้บุกเบิกกลุ่มแรกๆ ของนักเตะผิวดำที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อในดิวิชัน 1 ของอังกฤษ ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำในฐานะกองหน้าตัวเป้าที่ยากจะหยุดยั้ง
จุดเริ่มต้นจากเบอร์มิวดาสู่เวทีระดับโลก
Clyde Cyril Best เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1951 ที่เกาะเบอร์มิวดา โดยมีบิดาเป็นชาวบาร์เบโดสที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านโซเมอร์เซต เขาเริ่มหลงรักฟุตบอลตั้งแต่อายุ 12 ปีกับทีม Ireland Rangers ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Somerset Trojans เมื่ออายุ 15 ปี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พรสวรรค์ของเขาถูกมองเห็น
เมื่ออายุได้ 17 ปี Best ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเบอร์มิวดามายังประเทศอังกฤษเพื่อร่วมทีม West Ham United โดยในช่วงแรกเขาได้รับความช่วยเหลือและการดูแลอย่างดีจาก Bobby Moore กัปตันทีมในขณะนั้น รวมถึงเพื่อนร่วมทีมอย่าง Harry Redknapp และ Billy Bonds ที่ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการถูกเหยียดเชื้อชาติ

เส้นทางอาชีพกับ West Ham United และความท้าทาย
Best ประเดิมสนามนัดแรกให้กับ "ขุนค้อน" West Ham United ในเกมที่เสมอกับ Arsenal 1-1 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1969 และทำประตูแรกได้ในศึกลีกคัพนัดที่ชนะ Halifax Town 4-2 ในเวลาต่อมา เขาได้กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลที่สนาม Upton Park ด้วยทักษะการเล่นแบบ Centre Forward (กองหน้าตัวเป้า) ที่มีความโดดเด่นทั้งการครองบอลและการเล่นลูกกลางอากาศ
ตลอดระยะเวลา 7 ฤดูกาลกับ West Ham (ปี 1969-1976) เขาลงเล่นไปทั้งหมด 218 นัด และทำได้ 58 ประตู นอกจากนี้เขายังเคยแสดงความสามารถรอบด้านด้วยการลงเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูชั่วคราวในเกมที่พบกับ Leeds United เนื่องจาก Bobby Ferguson ผู้รักษาประตูตัวจริงได้รับบาดเจ็บ
การผจญภัยในลีกต่างแดนและความสำเร็จในอเมริกา
หลังจากอำลาทีมในอังกฤษ Best ได้ย้ายไปหาประสบการณ์ในลีก Eredivisie ของเนเธอร์แลนด์กับทีม Feyenoord แม้ว่าช่วงเวลาที่นั่นจะไม่ประสบความสำเร็จนัก โดยทำได้เพียง 3 ประตูจาก 23 นัด แต่เขากลับไปเฉิดฉายอย่างมากในลีก NASL (North American Soccer League) ของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
เขาประสบความสำเร็จสูงสุดกับทีม Tampa Bay Rowdies โดยเป็นผู้ทำประตูชัยในนาทีที่ 88 ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ Soccer Bowl '75 และยังพาทีมคว้าแชมป์ประเภท Indoor ในปี 1976 พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ของทัวร์นาเมนต์มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังฝากผลงานไว้กับทีม Portland Timbers และ Toronto Blizzard อีกด้วย

บทบาทผู้ฝึกสอนและเกียรติยศหลังแขวนสตั๊ด
นอกเหนือจากบทบาทผู้เล่น Best ยังได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางโค้ช โดยเคยเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนให้กับ San Diego Sockers และได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเบอร์มิวดาระหว่างปี 1997 ถึง 1999 ก่อนจะเกษียณอายุกลับไปยังบ้านเกิด
ด้วยคุณูปการที่เขามีต่อวงการกีฬาและสังคม เขาได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศกีฬาแห่งชาติเบอร์มิวดา (Bermuda National Sports Hall of Fame) ในปี 2004 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE (Member of the Order of the British Empire) ในปี 2006 เพื่อเชิดชูเกียรติในการบริการด้านฟุตบอลและชุมชนในเบอร์มิวดา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งการเล่น: กองหน้า (Striker)
- สถิติรวม: ลงเล่น 535 นัด ทำได้ 179 ประตู (รวมทุกสโมสร)
- ความสำเร็จเด่น: แชมป์ NASL กับ Tampa Bay Rowdies และรางวัล MVP ปี 1976
- เกียรติยศ: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE ปี 2006
- ผลงานสื่อ: มีสารคดีชีวประวัติชื่อ "Transforming the Beautiful Game: The Clyde Best Story" ออกฉายในปี 2026
| ปีที่เล่น | สโมสร | จำนวนนัด | ประตู |
|---|---|---|---|
| 1968–1976 | West Ham United | 186 | 47 |
| 1975–1976 | Tampa Bay Rowdies | 38 | 15 |
| 1977–1981 | Portland Timbers | 118 | 38 |
| 1977–1978 | Feyenoord | 23 | 3 |
| 1982–1984 | Los Angeles Lazers (Indoor) | 90 | 29 |
คำถามที่พบบ่อย
Clyde Best มีความสำคัญอย่างไรต่อประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ?
เขาเป็นหนึ่งในนักเตะผิวดำกลุ่มแรกๆ ที่ลงเล่นในดิวิชัน 1 ของอังกฤษ ซึ่งต้องเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติในยุคนั้น แต่เขาสามารถพิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าและเป็นที่รักของแฟนบอล
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในสหรัฐอเมริกาคืออะไร?
การทำประตูชัยให้ Tampa Bay Rowdies คว้าแชมป์ NASL ในปี 1975 และการคว้ารางวัล MVP ในการแข่งขันประเภท Indoor ปี 1976
เขาเคยเล่นตำแหน่งอื่นนอกจากกองหน้าหรือไม่?
ใช่ เขาเคยลงเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูชั่วคราวให้กับ West Ham United ในเกมที่พบกับ Leeds United เนื่องจากผู้รักษาประตูตัวจริงบาดเจ็บ
Clyde Best ได้รับรางวัลเกียรติยศใดบ้าง?
เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากสหราชอาณาจักร และได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศกีฬาแห่งชาติเบอร์มิวดา
มีสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของเขาหรือไม่?
มีสารคดีชื่อ "Transforming the Beautiful Game: The Clyde Best Story" ซึ่งออกฉายในปี 2026 โดยมีการสัมภาษณ์ตัวเขาและนักเตะชื่อดังอีกหลายท่าน