← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Condoleezza Rice เส้นทางชีวิตจากนักวิชาการสู่รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Condoleezza Rice เส้นทางชีวิตจากนักวิชาการสู่รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ

Condoleezza Rice เส้นทางชีวิตจากนักวิชาการสู่รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ Condoleezza Rice (คอนโดลีซซา ไรซ์) คือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา…

Condoleezza Riceรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติHoover Institution

Condoleezza Rice เส้นทางชีวิตจากนักวิชาการสู่รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ

Condoleezza Rice (คอนโดลีซซา ไรซ์) คือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา ผู้สร้างปรากฏการณ์ในฐานะผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เธอเป็นทั้งนักการทูตและนักรัฐศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21

Content image

จุดเริ่มต้นและแรงผลักดันในวัยเยาว์

ไรซ์เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1954 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอลาบามา ท่ามกลางยุคสมัยที่สังคมทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ยังคงมีการแบ่งแยกเชื้อชาติอย่างรุนแรง เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมีบิดาเป็นที่ปรึกษาแนะแนวและศาสนาจารย์ และมารดาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์และดนตรี

ความสามารถของเธอโดดเด่นตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส ดนตรี บัลเล่ต์ และสเก็ตน้ำแข็งตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และมีความฝันที่จะเป็นนักเปียโนระดับโลกในช่วงวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอได้เข้าเรียนวิชากลยุทธ์การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งจุดประกายความสนใจในเรื่องสหภาพโซเวียตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนนำเธอไปสู่เส้นทางสายวิชาการและการเมืองในเวลาต่อมา

Content image

เส้นทางสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ

ด้านการศึกษา ไรซ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (B.A.) และปริญญาเอก (PhD) ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ และปริญญาโท (MA) จากมหาวิทยาลัยนอเทรดาม โดยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของเธอเน้นศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองและกองทัพในเชโกสโลวาเกียช่วงปี 1948–1975

ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเมืองระดับสูง เธอได้สร้างชื่อในฐานะอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเคยดำรงตำแหน่ง Provost (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวสีและผู้ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยเธอประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารงบประมาณจนสามารถเปลี่ยนจากภาวะขาดดุลเป็นกำไรได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี

Content image

บทบาทสำคัญในรัฐบาลสหรัฐฯ

Condoleezza Rice เริ่มมีบทบาทในระดับชาติจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซเวียตในสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) สมัยประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และต่อมาในสมัยของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เธอได้รับตำแหน่งสำคัญสองตำแหน่งคือ:

  • ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (2001–2005): เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ โดยมีฉายาว่า "Warrior Princess" จากบุคลิกที่เด็ดขาดแต่สุภาพ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (2005–2009): รับไม้ต่อจากโคลิน พาวเวลล์ โดยเธอได้ผลักดันนโยบาย "Transformational Diplomacy" เพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง
Content image

ความท้าทายและประเด็นถกเถียงทางประวัติศาสตร์

ตลอดการทำงาน ไรซ์ต้องเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤตระดับโลกหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ซึ่งเธอถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อมูลแจ้งเตือนล่วงหน้าจาก CIA นอกจากนี้ เธอยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการบุกอิรักในปี 2003 โดยอ้างถึงภัยคุกคามจากอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) ซึ่งภายหลังไม่พบหลักฐานดังกล่าว นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการอนุมัติให้ใช้เทคนิค Waterboarding (การทรมานด้วยการจำลองการจมน้ำ) กับผู้ต้องสงสัยในคดีก่อการร้าย ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างรุนแรงในด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ

Content image

บทบาทในปัจจุบันและภาคเอกชน

หลังจากพ้นตำแหน่งทางการเมือง ไรซ์กลับสู่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในฐานะศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ และตั้งแต่ปี 2020 เธอได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนที่ 8 ของ Hoover Institution สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะระดับโลก นอกจากนี้เธอยังมีบทบาทในภาคธุรกิจ โดยเป็นกรรมการบริษัท C3 AI และ Makena Capital Management รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล Denver Broncos

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติประวัติศาสตร์: รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงผิวสีคนแรก และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติหญิงคนแรกของสหรัฐฯ
  • การศึกษา: ปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์จาก University of Denver
  • ความเชี่ยวชาญ: ผู้เชี่ยวชาญด้านสหภาพโซเวียตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ผู้อำนวยการสถาบัน Hoover Institution มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
  • ความสามารถพิเศษ: มีทักษะด้านดนตรี (เปียโน) และพูดภาษาฝรั่งเศสได้
สรุปไทม์ไลน์ตำแหน่งสำคัญของ Condoleezza Rice
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง หน่วยงาน/สังกัด
1993 – 1999 Provost (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
2001 – 2005 ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบขาว (รัฐบาล George W. Bush)
2005 – 2009 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
2020 – ปัจจุบัน ผู้อำนวยการ (Director) Hoover Institution
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Condoleezza Rice มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ?

เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นการทลายกำแพงทางเพศและเชื้อชาติในระดับบริหารสูงสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ

นโยบาย Transformational Diplomacy คืออะไร?

คือแนวทางการทูตที่เน้นการขยายจำนวนรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีความรับผิดชอบทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นพิเศษ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในระยะยาว

บทบาทของเธอในเรื่องนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเป็นอย่างไร?

เธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน "การเจรจาหกฝ่าย" (Six-party talks) ซึ่งดึงจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย และเกาหลีใต้ เข้ามาร่วมเจรจากับสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ เพื่อให้เกาหลีเหนือยอมยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์

ปัจจุบัน Condoleezza Rice ทำงานอะไร?

ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของ Hoover Institution ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เป็นศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ และเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมถึงร่วมเป็นเจ้าของทีม Denver Broncos

ทำไมเธอถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสงครามอิรัก?

เนื่องจากเธอเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการบุกอิรัก โดยให้ข้อมูลต่อสาธารณะว่าอิรักมีอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) ซึ่งในภายหลังพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง